พืชทำเงิน
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกแก้วมังกรไว้หลายต้นหรือหลายหลัก แต่ไม่งามสมบูรณ์ ติดผลน้อย ผลดัง กล่าวมีสีซีด เนื้อในไม่หวาน แม้ให้น้ำแล้วก็ตาม ผมจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ต้นแก้วมังกรสมบูรณ์ ติดผลดกและรสชาติดีได้ครับ ขอแสดงความนับถือ วิชัย สมบูรณ์วราฤทธิ์ ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตอบ คุณวิชัย แก้วมังกร เป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดจัด และชอบน้ำ แต่ไม่แฉะ ลักษณะอาการที่เล่ามานั้น เกิดจากการที่น้ำหรือดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แก้ไขได้ด้วยการให้น้ำถี่ขึ้น ในกรณีที่ให้น้ำสม่ำเสมอแล้วก็ตาม แต่อาจเกิดจากดินที่ไม่อุ้มน้ำ คือขณะให้น้ำ น้ำไหลบ่าไม่ซึมลงดิน จึงต้องพรวนดินด้วยคราดชนิดซี่ห่าง ขุดฟื้นดินรอบโคนต้นเบาๆ ระวังอย่าให้ระบบรากฉีกขาด จากนั้นผสม ปุ๋ยคอกเก่ากับแกลบดิบ อัตรา 1:1 คลุก เคล้าให้เข้ากัน โรยรอบโคนต้น อัตรา 2 บุ้งกี่ต่อต้น พร้อมรดน้ำตามพอชุ่ม แต่อย่าแฉะ หากต้องการให้ต้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 200 กรัม หรือ 2 กํามือต่อต้น ทุกๆ 2 เดือน จะทําให้ต้นแก้วมังกรของคุณมีสีเขียวสดใสและสมบูรณ์ขึ้น การเพิ่มความหวาน และสีผิวของผลให้สวยงามยิ่งข
อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่หลายคนมองว่าลำบากทำไปก็เหนื่อยเปล่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองอาชีพเกษตรเป็นทางรอด ต่างคนต่างทัศนคติ แต่สำหรับคนที่มีทางเลือกน้อย วุฒิการศึกษาไปแข่งกับคนอื่นไม่ได้ จึงมองว่าหากไม่ย่อท้อ มีมันสมองและสองมือ อาชีพเกษตรอาจจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนให้เขาในอนาคตก็เป็นได้ คุณศุภชัย เณรมณี หรือ คุณกอล์ฟ อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 5 ตำบลมงคลธรรมนิมิตร อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรผู้สู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เล่าว่า อดีตตนเองทำงานเป็นจับกังได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท แต่ก็ต้องยอมเพราะมีทางเลือกไม่มาก เรียนจบแค่ ป.3 ไปสมัครงานบริษัทเขาก็ไม่รับเพราะไม่มีคุณสมบัติที่เขาต้องการจึงต้องยอมลำบากทำงานรับจ้างได้ค่าแรงหลักสิบหลักร้อย แต่ต้องเลี้ยงคนที่บ้านอีก 7 ชีวิต พ่อแม่ก็ต้องช่วยกันเก็บผักจับปลามาเป็นอาหาร มีนาข้าวก็ทำได้ปีละครั้ง สมัยนั้นข้าวมีราคาเกวียนละแค่ 3,500 บาท ใช้จ่ายได้สามสี่เดือนก็หมดต้องไปเชื่อร้านค้ากินเป็นอาทิตย์ชนอาทิตย์ ภรรยาก็เพิ่งคลอดลูกจะมาอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว มีลูกเพิ่มมาอีกชีวิตต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เลยหันมาสังเกตวิถีชีวิตที่ตัวเองอยู่ มีผักให้เก็บกิน แล้วถ
“หลายคนสงสัย และตั้งคำถามกับผมว่า ทำไม ถึงเลือกปลูกมันเทศ แล้วในอนาคตตลาดจะเป็นไปในรูปแบบไหน ตลาดจะตันไหม ตอบได้เลยว่า ตลาดมันเทศยังไปได้อีกไกล เพราะหากทุกคนได้ลองสืบค้นประวัติมันเทศดูแล้ว จะพบว่า ประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากมันเทศมายาวนาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้ มิหนำซ้ำความต้องการยังมี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นการจุดประกายความคิดที่ว่า เวลาผมจะเลือกปลูกอะไรก็ตาม เราต้องเลือกปลูกสิ่งที่ตลาดต้องการ เป็นอะไรที่มีอยู่มานานแล้ว มีการใช้อย่างต่อเนื่อง และ สามารถแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้ เพราะฉะนั้น อนาคตผมเชื่อเหลือเกินว่า มันเทศจะยังมีอนาคตที่สดใสไปอีกนาน ถ้าทุกคนรู้จักปลูก รู้จักขาย และควบคุมปัจจัยการผลิต ดีมานด์ ซัพพลายได้” คุณวิวัฒน์ ศรีกระสัง หรือ พี่ติ๊ก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เมืองย่าโม อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 10 ตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา อดีตคนทำงานสื่อสู่การเป็นเกษตรกรปลูกมันหวานมืออาชีพ สร้างอาณาจักรมันหวานครบวงจร ทั้งปลูก-แปรรูป รวมถึงทำการตลาดเอง จนสามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ให้กับครอบครัวได้กว่าเดือนละกว่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท พี
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพเป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มีแรงบันดาลใจอยาก ทำงานด้านการเกษตร คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้าอบรมและศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงยิ่ง เป็นอย่างไรกันบ้างหนอกับสภาพฟ้าฝนในช่วงนี้ เห็นว่าหลายๆ พื้นที่ต้องประสบภัยกันมากบ้างน้อยบ้างกันหลายพื้นที่เลย ผมเองแม้อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่เว้น คุณน้ำแวะมาเยือนให้เย็นฉ่ำสำราญเบิกบานใจถึงในบ้านเลยทีเดียว ก็ต้องปรับตัวปรับใจให้อยู่ในสภาพเช่นนี้ให้ได้ครับ ธรรมชาติคือสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเสมอ อยู่กรุงเทพฯ เจอฝนกระหน่ำ ก็เลยเดินทางขึ้นเหนือไปหาพี่น้องเกษตรกรสักนิดดีกว่า นัดแนะกับสามทหารเสือแห่งพบพระ อันประกอบไปด้วย ผู้ใหญ่ไพเราะ ปานทิม, ผู้ใหญ่ชะลอ เอี่ยมสะอาด และ ผู้ใหญ่สงัด วินนันท์ ผู้นำหมู่บ้านและเกษตรกรที่เดินหน้าทำสวนเกษตรผสมผสาน ในสวนที่ไม่ได้ปลูกเพียงชนิดเดียวแต่มีหลากหลายพันธุ์ไม้ อะโวกาโดเป็นไม้ผลหลักที่สร้างรายได้ต่อต้นเป็นเงินหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท โกโก้ที่ปลูกแซมไว้ กล้วยหอม มะละกอ กาแฟ บุกไข่ กระทั่งพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงทุเรียน ซึ่งที่พบพระปลูกทุเรียนที่ได้ผลผลิตแล้วหลายพันต้น มีเรื่องกระซิบมาว่า พ่อค้าบางคนมาเหมาทุเรียนพบพระไปขายในช่วงที่ผลผลิตทางสวนเขาเองยังไม่มี อ้าว! ยังไงครับเนี่ย เราก็เลยบุกไปสวนผู้ใหญ่สงั
“มะม่วง” นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 40,659 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 33,785 ไร่ มีผลผลิตรวม ประมาณ 50,205 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,486 กิโลกรัม ต่อไร่ โดยแหล่งปลูกมะม่วงมีอยู่มากในอำเภอเขาฉกรรจ์ วังน้ำเย็น วัฒนานคร อรัญประเทศ กิ่งวังสมบูรณ์ และอำเภอเมือง พันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์แก้ว พิมเสน อกร่อง น้ำดอกไม้ เขียวเสวย โชคอนันต์ ฟ้าลั่น ชมรมชาวสวนจังหวัดสระแก้วได้ร่วมกันกำหนดราคาขายมะม่วงตามขนาดและคุณภาพ ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มุ่งป้อนตลาดส่งออก ที่ผ่านมาอาชีพการทำสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 60,000-70,000 บาท ทีเดียว อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์ เจ้าของสวน คุ้มจันทวงษ์ และเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินสูง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปสัมภาษณ์พิเศษ “คุณ พยอม สุขนิยม” ประธานชมรมชาวสวนจังหวัดสระแก้ว ณ บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 9 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว โทร. 081-947-3058 ผู้เขียนขอขอบพระคุณ “อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์” มา ณ ที่นี้ ปรับตัวรับการเปลี
เคยสังเกตกันไหมว่า หากพูดถึงเรื่องผลไม้หรือลองถามกับเพื่อนเล่นๆ ว่า เพื่อนชอบรับประทานผลไม้อะไร เชื่อว่าคำตอบที่หลายคนมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น ทุเรียน เงาะ มังคุด แตงโม กล้วย และอื่นๆ แต่เคยสังเกตไหมว่า จะมีผลไม้อยู่ชนิดหนึ่งที่จะหาคนชอบรับประทานได้น้อยมาก นั่นก็คือ “ละมุด” แต่ก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่า จริงๆ แล้วที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมรับประทานเป็นเพราะรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือเป็นเพราะหารับประทานได้ยากกันแน่ ละมุดจึงถูกจัดอยู่ในหมวดผลไม้ที่ถูกลืม กลายเป็นผลไม้นอกกระแสไปโดยปริยาย แต่รู้หรือไม่ว่าผลไม้ที่หลายคนมองข้ามกลับกลายเป็นผลไม้ที่ช่วยเกษตรกรสร้างรายได้แบบเงียบๆ กว่าปีละเป็นล้านบาทกับพื้นที่การปลูกเพียง 11 ไร่ และที่สำคัญเจ้าของสวนผลิตไม่ทันขายด้วยซ้ำ คุณสิทธิชัย ขวัญทอง อยู่บ้านเลขที่ 623/1 หมู่ที่ 1 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อดีตวิศวกรโรงงาน ผันชีวิตเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้ามาพัฒนาพื้นที่มรดกของครอบครัวด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ภายในสวน เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายได้จนถึงทุกวันนี้ คุณสิทธิชัย เล่าถึงจุด
ในสมัยก่อน การปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นการทำเกษตรเพื่อการดำรงชีวิต ภายในครัวเรือน แต่ทุกวันนี้ ธุรกิจการปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีโอกาสทำกำไรได้ดี จึงเกิดผู้ประกอบการธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเพาะปลูกเชิงการค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสร้างปัญหาน้ำเสียที่ระบายออกมาสู่สิ่งแวดล้อม จึงมีการคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การปลูกพืชไร้ดิน หรือไฮโดรโปนิกส์ รวมทั้งแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เรื่องการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการผสมผสานระหว่างเกษตรอินทรีย์กับเทคโนโลยี ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของการเลี้ยงปลาแบบอควาโปนิกส์ “คนไทยคุ้นเคยกับระบบปลูกพืชแบบไร้ดินที่เรียกว่า ไฮโดรโปนิกส์ แต่หลายคนไม่รู้จัก ระบบอควาโปนิกส์ อันที่จริงแล้วทั้งไฮโดรโปนิกส์ และอควาโปนิกส์ เป็นรูปแบบการปลูกพืชที่ใกล้เคียงกัน “อควาโปนิกส์” มาจาก คำว่า Aquaculture ซึ่งเป็นการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์
ฤดูร้อนเมืองไทย ที่ร้อนแบบได้ใจ คนเรามักหงุดหงิดง่าย เวลาจะหาอะไรมากินสมองมันก็มึนตื้อ คิดไม่ค่อยออก บอกไม่ค่อยได้ จนไม่อยากคิด ไม่อยากหาอะไรมากิน บางวันเจอฝนตก ค่อยลดร้อนลงหน่อย วันส่วนใหญ่จะร้อน ร้อนรุมรุ่มร้อนไม่ใช่แต่กาย ใจก็พลอยร้อนรุ่มตาม อาหารการกินมีให้หาเยอะแยะ แต่เพราะมันร้อน ทำให้มองหาอะไรไม่เจอ นึกไม่ออกบอกไม่ถูก ยามตะวันรอนอ่อนแสง เริ่มแลเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง มีทรงพุ่มต้นสวยโปร่ง ใบพลิ้วสายลมอ่อนช้อยงดงาม ยอดอ่อนเป็นช่อสวยหวานอวบอิ่ม ฝักกลมยาวตรง ห้อยแกว่งไกว เป็นผักพื้นบ้านที่ยังหลุดรอดยืดอายุ ผ่านมาตั้งแต่ปลายหนาวเป็นที่น่าจดจำ พบเห็นแล้วหายร้อน น่ากินจังเลย “มะรุม” ผักประเภทไม้ยืนต้นสูง ทรงพุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นพืชพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป เมื่อก่อนการจะปลูกต้นมะรุมไว้ที่บ้าน โบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าบ้านใครปลูกไว้ จะก่อปัญหาวุ่นวาย เกิดความยุ่งยากลำบาก มีภัยคุกคามตามมารุมมาตุ้มครอบครัว ซึ่งน่าจะเป็นกุศโลบายคนเก่าแก่ ที่แฝงซ่อนคำบอกเตือนถึงอันตรายของต้นมะรุม เตือนคนในบ้าน ที่ชอบปีนป่ายขึ้นต้นมะรุม มักจะเกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต้นมะรุมเป็นไม้ที่กิ่งเปราะหัก
ต้นอ่อนผักบุ้ง สามารถประกอบอาหารได้หลายเมนู อาทิ ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย ผัดผักบุ้งไฟแดง ทำสลัดผัก หรือจะทำเมนูต้มจืด แล้วใส่ต้นอ่อนผักบุ้งด้วยก็ได้ วิธีการเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง 1.เริ่มจาก ล้างเมล็ดผักบุ้งในน้ำสะอาดก่อนการนำเมล็ดผักบุ้งแช่ในน้ำ ประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย 2.หลังจากนั้น เอาเมล็ดมาห่อผ้า เพื่อรักษาความชื้น คลุมผ้าไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เมล็ดจะเริ่มงอก 3.หลังจากนั้น เตรียมดินในตะกร้าสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 4-5 นิ้ว เพื่อง่ายต่อการขนย้าย วางความหนาของดินไม่เกิน 1 นิ้ว และผสมมูลไส้เดือนลงไปด้วย เพื่อเป็นอาหารของพืช ส่วนดินที่ใช้เป็นดินขุยมะพร้าว ซึ่งจะมีส่วนผสมของดินน้อย 4.เมื่อเมล็ดผักบุ้งที่คลุมไว้ เริ่มมีรากงอกเล็กน้อย ให้นำเอาโปรยลงไปในตะกร้าที่เตรียมดินเอาไว้ เกลี่ยให้เต็มพื้นที่ โรยลงไปแค่พอเหมาะ 5.หลังจากนั้น ให้โรยขุยมะพร้าวกลบทับบางๆ อีกชั้น เพื่อช่วยกักเก็บความชื้น รดน้ำทุกวัน 6.ตะกร้าที่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งต้องวางอยู่ในร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และต้องไม่วางตากแดด เนื่องจากเวลาวางตากแดดจะทำให้อัตรางอกน้อยลง 7.หลังจากนำเมล็ดลงตะกร้า ประมาณวันที่ 2-3 เมล็ด จะเริ่มง
