พืชทำเงิน
สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ได้พัฒนาโรงเรือนผักอัจฉริยะต้นแบบที่ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงเรือนพืชที่ควบคุมด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติที่สมการควบคุมมีตัวแปรต้น เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ฯลฯ ตั้งแต่สองตัวแปรขึ้นไปในสมการเดียวกัน เพื่อไปควบคุมอุปกรณ์ในโรงเรือน โดยสอดคล้องกับหลักทางเกษตรศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทอร์โมไดนามิกส์ การควบคุมควรใช้สมองกลฝังตัวที่ติดตั้งในโรงเรือน โดยได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นจุดสาธิตถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ โดยเฉพาะโรงเรือนพืชอัจฉริยะแบบต่างๆ มีการใช้เซ็นเซอร์และสมองกลฝังตัว มาควบคุมอัตโนมัติ เพื่อให้ง่ายต่อเกษตรกรในการพัฒนาต่อยอด โรงเรือนผักอัจฉริยะต้นแบบ มีขนาด 6x9x2.2 เมตร (กว้างxยาวxสูง) หลังคาด้านบนเป็นพลาสติก ด้านข้างเป็นมุ้งตาข่าย 32 mesh ด้านในโรงเรือนมีกระบะปลูกผักแบบยกพื้นขนาด 1x6x0.9 เมตร (กว้างxยาวxสูง) จำนวน 3 กระบะ มีเครื่องทำความชื้นแบบแผ่นระเหยน้ำหมุนเวียนอากาศภายในโรงเรือน จำนวน 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีพัดลม 2 ตัว เป่าอากาศผ่านแผงรังผึ้งที่มีน้ำปล่อยลงมา น้ำบนแผงรัง
สวัสดีครับ พบกับ คอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผมธนากร เที่ยงน้อย อีกครั้ง องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) คาดการณ์ไว้ว่า ปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 อีก 30 ปีข้างหน้านี้ คนจะอพยพไปอยู่ในเขตเมืองมากขึ้นจากเดิม 12% ความต้องการอาหารจะเพิ่มจากเดิม 50% ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้ว คนในภาคเกษตรจะลดลง 31.8% ในประเทศที่กำลังพัฒนา คนในภาคเกษตรจะลดลง 32.8% นั่นแสดงว่า หาก FAO คาดไว้ไม่ผิด อาหารอาจจะขาดแคลน หรือกระบวนการผลิตอาหารอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะอย่างไร ตัวเลขชุดนี้ชี้ว่า คนในภาคเกษตรจะลดลง คนตามชนบทจะลดลง เห็นแล้วก็สงสัยต่อว่า ภาคการเกษตรโดยเฉพาะประเทศไทยจะเดินกันไปอย่างไร? แต่ทิ้งความสงสัยไว้ก่อน แล้วตามผมไปพบกับเกษตรกรสาวคนรุ่นใหม่ ที่เดินทางสวนการคาดการณ์ของ FAO ทิ้งเมืองมาอยู่ชนบท ทำเกษตรอินทรีย์ มีชีวิตดี้ดี ที่หลายคนอิจฉา ตามไปชมกันในฉบับนี้ครับ หันหลังให้ชีวิตคนเมือง พาท่านไปพบกับ คุณพิมพลอย สุขสุวรรณ ที่บ้านเลขที่ 31/7 หมู่ที่ 2 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คุณพิมพลอย เป็นคนรุ่นใหม่อายุน้อยที่หันหลังให้กับสภาพชีวิตคนเมือง มาสานต่องานเกษตรที่คุณพ่อเริ่มต้นเ
สับปะรดสี (Bromeliad) มีถิ่นกำเนิดแถวทวีปอเมริกาเกือบทั้งหมด สามารถเจริญเติบโตได้ในป่าดงดิบชื้น จนถึงสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งทะเลทราย ลักษณะของใบมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ใบกว้างจนถึงใบแคบคล้ายใบหญ้า รูปทรงใบมีทั้งขอบใบเรียบ ใบหยัก และใบเป็นหนาม ใบจะทับกันแน่นโดยรอบฐาน ทำให้ส่วนยอดของสับปะรดสีดูคล้ายมีอ่างน้ำอยู่ตรงกลางยอด สับปะรดสีนิยมนำมาจัดสวนโชว์เพราะอยู่ได้นาน 8-10 วัน โดยไม่ต้องรดน้ำ และที่สำคัญบางสายพันธุ์สามารถอยู่กลางแดดได้ และบางสายพันธุ์ชอบพื้นที่แบบร่มรำไร ความสวยงามและสีสันที่สดมีเสน่ห์นี้เอง จึงทำให้หลายๆ คนชื่นชอบและหลงใหล จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ลูกไม้แปลกใหม่อยู่เสมอ นอกจากจะทำให้ไม้หลากหลายแล้วยังช่วยให้ทำตลาดได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย คุณตะวัน โตทน เจ้าของสวน Sunshine Garden ตั้งอยู่ที่ 293 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มปลูกสับปะรดสีจากใจรักใจชอบ จากนั้นค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ จากความหมั่นเรียนรู้นี้เอง จึงช่วยส่งเสริมในเรื่องของการทำตลาดให้เขาได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าภายในประเทศแล้ว ยังมีกลุ่มลูกค้าต
คุณช่อเฟื่องฟ้า ลินิฐฎา หรือ คุณช่อ อยู่ที่หมู่ 6 บ้านร้องเรือ ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชาวสวนลำไยรุ่นใหม่ หันมาใช้โดรนพ่นยาในสวนลำไย พ่อแม่เปิดใจเห็นด้วยจากเมื่อก่อนใช้เวลาพ่นยาหลายวัน หลังใช้โดรนย่นเวลาการพ่นได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ลดต้นทุนได้ถึง 20,000 บาท คุณช่อ เล่าว่า พ่อแม่เป็นชาวสวนลำไย ได้เห็นความลำบากของพ่อแม่ในการทำงานแบบเดิมๆ คือการจ้างแรงงานมาพ่นยาลำไย คุณช่อมีความเห็นว่าการทำแบบนี้มันทำให้การทำงานมันช้า ไม่ประหยัดเวลา เพราะต้องคอยลากสายยางไปมาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งต้นกว่าจะพ่นเสร็จใช้เวลาไปแล้วครึ่งชั่วโมง สวนคุณช่อทั้งหมด 1 ไร่ มีลำไย 400 ต้น ต้องใช้เวลาพ่นทั้งสวนเป็นอาทิตย์ หากพ่นเองก็ยิ่งใช้ระยะเวลาที่นานขึ้น หากจ้างคนงานมาพ่นก็ต้องสิ้นเปลืองเงิน ทำให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย ก่อนที่จะรู้จักโดรนทำเกษตร คุณช่อได้มีโดรนเล็กสำหรับถ่ายภาพมุมสูงอยู่แล้ว ประกอบกับรู้ว่ามีโดรนเกษตรสามารถใช้ในสวนลำไยได้ จึงตัดสินใจซื้อมาใช้งานจากการมองเห็นว่า โดรนจะสามารถช่วยลดต้นทุน และระยะเวลาการพ่นยาของสวนลำไยครอบครัวได้ กระบวนการใช้งาน คุณช่อ บอกว่า ก
ถั่วไอศครีม (Ice Cream Bean) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Inga edulis มีถิ่นกำเนิดในประเทศอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ลักษณะรูปร่างฝักยาวทรงกระบอก เปลือกสีเขียว เมื่อสุกเปลือกจะมีสีออกสีน้ำตาลอมเหลือง ผลมีสีขาว รสชาติหวานเหมือนไอศครีมรสวานิลลา ถั่วไอศครีม ผลไม้แปลกแต่กินได้ เป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายๆ ลูกสะบ้าบ้านเรา และยังติด 1 ใน 10 ผลไม้แปลกของโลกอีกด้วย โดยมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยเป็นต้นไม้พื้นเมืองในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกาใต้ มีทั้งแบบฝักยาวและแบบฝักสั้น ซึ่งชื่อเรียกของมัน จะเปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่น ซึ่งไม้พันธุ์ชนิดนี้ (Inga) มีประมาณ 300 ชนิดเป็น และไม้พุ่ม มีความสูงโดยทั่วไป 10 เมตรขึ้นไป ซึ่งในประเทศออสเตรีย สามารถปลูกในวงบ่อ ให้บังคับความสูงจะอยู่ประมาณ 5-6 เมตรได้ ขนาดของลำต้นสามารถเจริญเติบโตได้ 2.5 เซนติเมตร ต่อปี ขนาดของฝักจะอยู่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร หรืออาจยาวได้เกือบ 1 เมตร เป็นได้ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ ดีสำหรับการตกแต่งสวนขนาดเล็ก รวมถึงนำมาแปรรูปเป็นอาหาร และรสชาติจะเหมือนไอศครีมถั่ว รสชาติอร่อย เนื้อในผลสีขาว เหมือนปุยฝ้าย รสหวาน มีลักษณะคล้ายไอศครีมวา
พริก กับคนไทยเป็นของคู่กันมาช้านาน ในสำรับกับข้าวของคนไทยจึงไม่เคยขาดอาหารจานเผ็ด ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง แม้แต่ของทอดยังต้องมีน้ำจิ้มรสเผ็ดเป็นของคู่กัน แต่ในวันนี้วันที่คนกินหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับสารเคมีที่ปะปนอยู่กับผลผลิตเกษตร พริกที่คนไทยกินใช้กันเยอะก็ถูกตั้งข้อกังขาไปด้วย ดังนั้น ฉบับนี้รันตีจึงขอนำท่านบุกเข้าไปในแนวป่า ฝ่าถนนลูกรัง ลัดตัดหลังทุ่งเพื่อมุ่งหน้าไปหาสวนพริกที่กาญจนบุรี สวนพริกที่นี่พยายามจะใช้สารอินทรีย์ชีวภาพให้มากขึ้น ลดสารเคมีให้น้อยลง อยู่ในระดับที่สมดุลเพื่อไม่ให้ตกค้างมาถึงคนกินอย่างเราท่าน เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่นี่มีดีอย่างไร จึงทำให้รันตีต้องพาหนังหน้าสวยๆ ไปตากแดด ตากลม ก้นระบมกับการนั่งรถ เดี๋ยวจะได้รู้กันค่ะ ปลูกพริกอาศัยน้ำฝน คุณสมยศ นิลเขียว พาท่านมาพบกับ คุณสมยศ นิลเขียว เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่บ้านโป่งกะอิฐ ตำบลหนองขาว อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมยศ เล่าว่า มีพื้นที่ปลูกพริกอยู่ 3 ไร่ ในแต่ละปีจะปลูกพืชหมุนเวียนคือ ปลูกผักชีสลับกับพริก โดยจะหว่านผักชีก่อนในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากหว่านแล้ว 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผักชีได้ จากนั้นจึงตัดหญ้
เกษตรอินทรีย์ดีอย่างไร ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ถึงหันมาใส่ใจทำกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากความเบื่อหน่ายในการทำเกษตรโดยที่ต้องพึ่งสารเคมี ทำให้มีต้นทุนสูง ทำกี่ครั้งก็เป็นหนี้ มิหนำซ้ำยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมก่อนวัยอันควร เนื่องจากได้รับสารพิษจากปุ๋ยเคมีที่ฉีดพ่นเข้าไปทุกวัน ดังนั้น จะดีแค่ไหนหากเกษตรกรลองปรับเปลี่ยนทัศนคติแบบเดิมๆ แล้วหันมาพึ่งธรรมชาติ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนกันให้มากขึ้น ที่นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาแล้ว เกษตรอินทรีย์ยังถือเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรได้อีกด้วย คุณศรายุธ คงทะเล หรือ พี่บอย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ประจวบคีรีขันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 4 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆ จากเมื่อก่อนมุ่งมั่นทำแต่เกษตรเคมี สุขภาพก็มีแต่จะแย่ลง ลองหันมาปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมๆ ที่ต้องพึ่งสารเคมีเพียงอย่างเดียว ปรับมาเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุน ซึ่งก็ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แถมปุ๋ยที่หมักไว้ใช้เองยังเปลี่ยนเป็นเงินได้อีกด้วย พี่บอย เ
“มะลิ” นับเป็นไม้ดอกที่มีบทบาทในสังคมไทยเป็นอย่างมาก ด้วยเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มะลิถือเป็นไม้มงคลใช้ในการบูชาพระ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ประจำวันแม่ เป็นดอกไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจ สื่อความหมายที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกล และผลิดอกออกตลอดทั้งปี จึงส่งผลให้ดอกมะลิกลายเป็นไม้ดอกทำเงินให้กับเกษตรกรได้อย่างไม่ขาดสาย คุณศิระศักดิ์ กล่อมเสนาะ หรือ พี่เล็ก เจ้าของสวนมะลิศักดิ์ชัยคลอง 12 อาศัยอยู่ที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้สืบทอดสวนมะลิของครอบครัวที่ปลูกมายาวนานกว่า 20 ปี เน้นการปลูกอย่างมีคุณภาพ ดูแลให้ทั่วถึง เด่นที่การทำตลาดดิลิเวอรี่ส่งถึงหน้าร้านโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สร้างยอดขายวันละครึ่งหมื่น พี่เล็ก เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้พ่อแม่ของตนเองเป็นเกษตรกรชาวสวนส้ม ปลูกส้มเขียวหวาน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ส้มรังสิต” แต่พอมาถึงช่วงสักประมาณปี 38 เกษตรกรชาวสวนส้มในโซนรังสิตต้องเผชิญกับโรคกรีนนิ่ง ส่งผลทำให้ส้มที่ปลูกทรุดโทรมและแห้งตาย และด้วยปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้คุณพ่อและพี่ชายของตนเองเริ่มหันมาทดลองปลูกมะลิ ตามคำแนะนำข
กล้วยหอมทอง เป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย จะปลูกจำนวนน้อยหรือจำนวนมาก ปลูกชนิดเดียวหรือปลูกแซมผสมผสานขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละราย เพราะการพัฒนาคุณภาพกล้วยหอมทองจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางของตลาดทั้งใน/ต่างประเทศ นับเป็นความสำเร็จอันดีเยี่ยม ถือเป็นบันไดอีกขั้นของวงการเกษตรไทย แล้วช่วยผลักดันให้ชาวบ้านตื่นตัวปลูกสร้างรายได้กัน สำหรับ คุณโสฬส เดชมณี บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 1 ตำบลศรีเวียงชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 081-370-0105 ใช้กล้วยหอมทองพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกง่าย ทนทาน รสอร่อย สำหรับส่งขายตลาดนักท่องเที่ยว ทำให้มีรายได้เกือบ 20,000 บาท ต่อเดือน ชาวศรีเวียงชัยคนนี้พกดีกรีปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2528 แล้วทำงานอยู่กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง แต่พบว่ารายได้น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่สุราษฎร์ธานีเพื่อยึดอาชีพใหม่ ได้ผ่านประสบการณ์อาชีพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเลี้ยงเป็ด-ไก่ ผลิตหัวอาหารกุ้ง ปลูกชมพู่ ซึ่งล้วนประสบปัญหาหลายอย่าง จนกระทั่งมาจบที่การทำสวนปาล์มน้ำมันและทำสวนกล้วยหอมทอง ปลูกกล้วยมีพื้นที่จำกัด ทำไงให้ได้ผล
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณคมกฤช สุขกุล เกษตรกรและนักวิชาการเกษตรอิสระ ได้ชักชวนนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชม “กัญชาด่าง” สินค้าเด่นของดีจังหวัดชัยนาท ที่เตรียมเปิดตัวในฐานะ “ไม้ประดับสวยงาม” ที่ใช้เวลาพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561-2565 ปลูกเป็นพืชสมุนไพร แต่กลายพันธุ์เป็นไม้ด่าง คุณคมกฤช สุขกุล แนะนำให้รู้จักกับ คุณสามารถ เถกิงสรคันธุ์ ที่เรียกกันติดปากว่า “ผู้ใหญ่ใหม่” เจ้าของพันธุ์ “กัญชาด่าง” ที่อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองขุ่น อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โทร. 083-923-9291 ผู้ใหญ่ใหม่ บอกว่า ได้สายพันธุ์กัญชาด่างมาด้วยความบังเอิญ ก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่ด่างมีอาการป่วยจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องรักษาตัวอยู่นานนับปี จนได้เจอกับพระธุดงค์ท่านหนึ่ง ที่มอบเมล็ดพันธุ์กัญชาให้มาปลูกและใช้รักษาอาการตามตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านของไทย ปรากฏว่าช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นในระยะเวลาไม่นาน สำหรับเมล็ดพันธุ์กัญชาที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองหางกระรอก ที่มีความผิดปกติของยีนส์ต้นกัญชาทำให้เกิดต้นกัญชาพันธุ์ด่างปนมา 2 ต้น ในแปลงปลูกกัญชาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้ใหญ่ใหม่ ได้ทำการแยกต้น
