พืชทำเงิน
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่า จังหวัดแพร่ มีการปลูกทุรียนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อำเภอเมือง เด่นชัย ลอง และวังชิ้น ที่อำเภอวังชิ้น มีสวนทุเรียนของ ลุงสงบ ธรรมณี ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกทุเรียนในท้องถิ่นแห่งนี้ ที่มีฝีมือการผลิตไม่ธรรมดาเพราะไปคว้ารางวัลสุดยอดของความอร่อยในงาน Best Fruit Export Gateway 2017 จัดโดยสวนนงนุชพัทยา การเดินทางไปที่สวนทุเรียนของลุงสงบ เริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ด้วยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1023 ถึงสี่แยกแม่แขม ขับรถตรงไปทางอำเภอวังชิ้น จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 อีกเส้นทางหนึ่งผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 เด่นชัย-ลำปาง ถึงสี่แยกแม่แขม เลี้ยวซ้าย ถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 ด้านซ้ายมือจะเห็นแผงขายผลไม้ นั่นแหละสวนทุเรียนของลุงสงบ ทำความรู้จัก ลุงสงบ ธรรมณี ลุงสงบ อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 5 บ้านแม่จอก ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 096-459-9784 ภรรยาชื่อ คุณพิน ธรรมณี มีบุตร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน สวนผลไม้ลุงสงบมี 2 แปลง คือ 6 ไร่ และ 10 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนทั้งหมด ไม่ได้จ้างแรงงานจากภายนอกแต่อย่างใด ลุงสงบ เป็นหมอดินอ
ชนะ ไชยฮ้อย เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปัจจุบันการทำการเกษตร จะมีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต สภาพแวดล้อมไม่ดี ขอแนะนำการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่ผลิตจากสารเร่ง พด.7 ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการย่อยสลายพืชสมุนไพร โดยกิจกรรมจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้ของเหลวสีน้ำตาลใส ซึ่งประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดในปริมาณสูง รวมทั้งสารออกฤทธิ์ประเภทต่างๆและสารไล่แมลงที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ ใช้ในการป้องกันศัตรูพืช ซึ่งมีประโยชน์ ในการป้องกันแมลงศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ย หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนคืบ หนอนกระทู้ หนอนกอ ไรแดง แมลงหวี่ เป็นต้น ส่วนประกอบพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม หางไหล บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เปลือกแค ต้นหนอนตายหยาก เมล็ดและเปลือกสะเดา ใบว่านเศรษฐี หมาก เมล็ดน้อยหน่า เมล็ดเงาะ ยาสูบ ขิง มะกรูด ตะไคร้ พริกไทย พญาไร้ใบ สาบเสือ ผลสบู่ดำ ใบโหระพา สำหรับส่วนผสมการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย สารเร่ง พด.7 1 ซอง พืชสมุนไพร 30 กิโลกรัม น้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 50 ลิตร การทำโดยการสับพ
คุณประสิทธิ์ รัตนพรหม เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน อดีตวิศวกร ผันตัวมาเป็นชาวสวนลำไยโดยการใช้น้ำหมักอินทรีย์บำรุงลำไย จากวัตถุดิบใกล้บ้าน หาง่าย ราคาถูก ต้นทุนถูกลงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี 20 เปอร์เซ็นต์ ใช้ต่อเนื่องสภาพใบและต้นลำไยดีขึ้นเห็นผลอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังหารายได้จากการขายน้ำหมักอินทรีย์ได้อีกด้วย คุณประสิทธิ์ เล่าว่า ก่อนจะมายึดอาชีพเป็นชาวสวนลำไยอย่างเต็มตัวนั้น ตนเป็นวิศวกรในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน ประสพกับช่วง 13 ปีที่แล้ว ภรรยาท้องลูกแฝด 3 คน ตนจึงต้องเสียสละลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก อีกทั้งครอบครัวพ่อแม่ของตนก็มีอาชีพเป็นชาวสวนลำไยอยู่แล้ว ประกอบกับราคาลำไยช่วงนั้นค่อนข้างดี จึงหันมาเป็นชาวสวนลำไยอย่างเต็มตัว ปัจจุบันมีสวนลำไยอยู่ที่ 120 ไร่ มีต้นลำไย 1,400 ต้น สาเหตุที่หันมาใช้น้ำหมักอินทรีย์บำรุงต้นลำไย คุณประสิทธิ์บอกว่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน การทำลำไยให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นจำเป็นต้องใช้สารเคมีสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลำไยนั้นสูงขึ้นตาม และพบว่าดินของลำไยมีปริมาณธาตุอาหารหลายๆ ตัวเกินสมดุล จึงมองหาความรู้ศึกษาแนวทางการปรับปรุงสภาพดิน นั่นคือก
คุณเบญจวรรณ ใจหลัก หรือ พี่แตน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวพังงา อยู่บ้านเลขที่ 90 ถนนศรีตะกั่วป่า ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ดีกรีปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า ความรู้ ความสามารถ ไม่เป็นสองรองใคร แต่อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอคนนี้ยอมทิ้งอนาคต แล้วผันตัวสู่อาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มภาคภูมิ คุณเบญจวรรณ ใจหลัก หรือ พี่แตน เกษตรกรสาวผู้มากความสามารถเล่าถึงจุดเปลี่ยนจากนักเศรษฐศาสตร์สู่การเป็นเกษตรกรว่า หลังจากที่เรียนจบมา ตนได้ทำงานประจำเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทำเพื่อหาคอนเน็คชั่นต่อยอดการทำงานไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ตนเป็นคนต่างจังหวัด พ่อแม่ก็อาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด อายุของท่านก็เริ่มมากขึ้น อยากที่จะกลับไปดูแลท่าน จึงยอมที่จะสละหน้าที่การงานแล้วมองหาลู่ทางเพื่อที่จะกลับมาทำมาหากินที่จังหวัดบ้านเกิดของตัวเองที่พังงา พยายามมองหาจุดแข็งจุดอ่อนของจังหวัดว่ามีอะไรบ้าง กระทั่งพบว่า ที่อำเภอตะกั่วป่ามีจุดแข็ง คือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ครึกครื้นเกือบตลอดทั้งปี มีโรงแรม
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นประจำทุกปี โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่าง ปี 2564 คุณวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง เห็นถึงความสำคัญของโครงการและเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่เกษตรกร จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับเกษตรกรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ประจำปี 2564 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้เกษตรกรทุกคน ร.ต.ท. ธีรวุฒิ คุ้มพานิช อดีตข้าราชการตำรวจ ที่หันเหชีวิตมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ตามความใฝ่ฝันในวัยเด็ก “ผมเป็นลูกชาวนา เติบโตมาในครอบครัวชาวนา หาปลา ปลูกผัก ปลูกหญ้า พอได้กิน เหลือก็แบ่งปัน อยู่กับธรรมชาติ” ทำตามความฝัน
พืชผักพื้นบ้านของแต่ละภาคในประเทศเรามีความแตกต่างกัน เนื่องจากภูมิอากาศสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแตกต่างกัน โดยเฉพาะอาหารการกินที่แตกต่างกันจนเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาค เมื่อเราเห็นอาหารที่เขากินก็พอจะบอกได้ว่าเป็นคนภาคไหน คนไทยในสมัยก่อนมีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติรอบๆ ตัว มีการเรียนรู้และถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากคนรุ่นก่อนสู่รุ่นหลัง การบริโภคผักพื้นบ้านของแต่ละภาคกลายเป็นสิ่งที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น ผักพื้นบ้านถือเป็นผักสมุนไพรที่มีคุณค่าและมีความหมายเชื่อมโยงกับความเชื่อ ศาสนาและประเพณีในท้องถิ่น รวมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ภาคใต้ เป็นภาคที่ผักพื้นบ้านมีความหลากหลายมากที่สุด ถึงจำนวน 158 ชนิด โดยการสำรวจของกองพฤกษศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร ในขณะที่ภาคเหนือมี 120 ชนิด ภาคอีสานมี 130 ชนิด อาจเป็นเพราะว่าภาคใต้พื้นที่มีความยาวกว่าและสองข้างติดทะเล มีความหลากหลายของภูมิอากาศมากกว่า ผักพื้นบ้านภาคใต้ที่กล่าวถึงแล้วคนรู้จักกันทั่วไป คือ สะตอ เนียง เหรียง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นในตระกูลเดียวกัน ผลของต้นไม้เหล่านี้ได้นำมาเป็
เห็ดตับเต่า ได้พึ่งพาต้นโสนเป็นพืชอาศัยเพื่อทำให้เชื้อเห็ดเดินและเจริญเติบโตได้ดี เห็ดตับเต่าเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาวิจัยเห็ดและผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงมีผู้สนใจได้นำผลงานมาต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดตับเต่าขายในเชิงการค้า เห็ดตับเต่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลิตสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียง มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เห็ดตับเต่า…พืชเศรษฐกิจในดงโสน ผลิตเพื่อการค้าด้วยวิถีพอเพียง มาบอกเล่าสู่กัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงฤดูฝนมักจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดอีกหลายชนิดเจริญเติบโตในป่าธรรมชาติ และเห็ดตับเต่าเป็นชนิดหนึ่งที่มีผู้นิยมบริโภคกันแพร่หลายในทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะหมู่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็ดตับเต่ามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงกำลัง หรือดับพิษร้อนภายในร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยบำบัดอาการปวดข้อ ปวดเส้นเอ็น หรือปวดหลัง เห็ดตับเต่า มีชื่อเรียกต่างกัน ภาคเหนือ เรียกว่า เห็ดห้า เนื่องจากพบอยู่ใต้ต้นหว้า ภาคตะวันออกเฉียงเห
การทำให้ลำไยให้ออกนอกฤดูปกติเหมือนกับที่หลายจังหวัดทำอยู่ขณะนี้ แม้จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่หลายแห่งสามารถขายผลผลิตแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติ แต่แนวทางนี้ต้องอาศัยกระบวนการ วิธี และข้อปฏิบัติ ตลอดจนการปลูกและดูแลที่ปลีกย่อย ใส่ใจทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย การป้องกันแมลง/โรค (ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน) จึงมิใช่เรื่องง่ายที่จะเอื้อประโยชน์แล้วทำให้ผู้ปลูกประสบความสำเร็จได้ทุกราย คุณโอภาส เกษตรสวนเพชร ชาวท่าม่วง เมืองกาญจน์ ปลูกลำไยนอกฤดู ร่วมไปกับการนำแนวทางแบบธรรมชาติมาใช้ดูแลโรค/แมลง โดยไม่ใช้สารเคมี ช่วยทำให้ลำไยมีคุณภาพทั้งขนาดและรสชาติ เป็นลำไยอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมส่งขายให้โมเดิร์นเทรดมานานนับสิบปี พร้อมยกระดับชุมชนให้หันมาปลูกเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง คุณโอภาส เป็นเจ้าของสวนลำไยชื่อ “บ้านสวนเพชร” ตั้งอยู่เลขที่ 81 หมู่ที่ 6 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เดิมมีสวนชมพู่ที่ดำเนินสะดวก แต่รับภาระต้นทุนไม่ไหวจึงย้ายมาที่ท่าม่วง กาญจนบุรีเมื่อปี 2552 แล้วหันมาปลูกลำไยนอกฤดูแทน เจ้าของสวนลำไยรายนี้บอกว่า เน้นสร้า
นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน ติดตามการบรรจุลำไยสดช่อ เพื่อจำหน่ายออนไลน์ของกลุ่มลำไยแปลงใหญ่ตำบลบ้านมาง โดยได้รับการสนับสนุนกล่องจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา จัดส่งโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ทำการอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา
ด้วยสภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแต่ประเทศมหาอำนาจยังใหญ่ยังสั่นคอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่กำลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปในหลายๆ ด้าน รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนทั้งเรื่องวัคซีนและเรื่องปากท้องของประชาชน โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ผุด โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางรอดที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส !! สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ยุค โควิด-19 ในปัจจุบัน คุณนวลสรี กองน้อย เป็นอีกหนึ่งคนที่สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ในพื้นอำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 1 ไร่ โดยที่ให้สามี และบุตรชาย คือ คุณหนุ่ย-คุณประมวน กองน้อย เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ภายใต้ชื่อ “ไร่สลิลทิพย์” คุณประมวน กองน้อย เจ้าของไร่สลิลทิพย์ กล่าวว่า อดีตเคยเป็นนักสื่อสารมวลชนมาก่อน ทำงานในสายข่าวกับหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เก็บสะสมความรู้ประสบการณ์มาบ้าง…เมื่อวงการสื่อสารมวลชนเข้าสู่ยุคดิจิตอ
