พืชทำเงิน
เห็ดเป๋าฮื้อ หรือเรียกกันทั่วไปว่า เห็ดหอยโข่งทะเล ในประเทศไทยมีรายงานการพบในธรรมชาติน้อยมาก ที่เห็นกันอยู่ในตลาดล้วนเป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งสิ้น คุณอนุสรณ์ วัฒนกุล นักวิชาการโรคพืชชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาเห็ด สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร บอกว่า การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทยมีมานานกว่า 40 ปี โดยการนำเข้าสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อมาจากประเทศไต้หวัน เพื่อผลิตบริโภคสดและบรรจุกระป๋องส่งจำหน่ายยังต่างประเทศ ปัจจุบัน เห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งสายพันธุ์ดอกสีเทาดำและสายพันธุ์ดอกสีครีม บางสายพันธุ์ก้านดอกสั้น บางสายพันธุ์ก้านดอกยาว คุณอนุสรณ์ บอกว่า เกิดจากการนำสายพันธุ์เข้ามาจากต่างประเทศ จึงอาจมีบ้างจากสายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะนั้น เมื่อเพาะไปนานๆ หลายรุ่น ก็เริ่มมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น นอกจากนั้น สายพันธุ์ในท้องตลาดยังมีข้อด้อย เช่น เห็ดเป๋าฮื้อสายพันธุ์ดอกสีดำ เนื้อดอกกรอบ/แตกหักง่าย อายุการเก็บรักษาสั้น จึงไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค บางสายพันธุ์มีก้านดอกสั้น แต่เนื้อดอกไม่แน่นและให้ผลผลิตน้อย เริ่มพัฒนาสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อ คุณ
ปัจจุบันนี้ การไปเก็บหาของป่ามาบริโภคและนำออกมาขาย ยังเป็นอาชีพที่ยึดถือมาช้านาน เพื่อหารายได้และนำมาเป็นอาหาร ที่ทำกินอย่างเคยชินมาเป็นปกติ ตามฤดูกาล หมุนเวียนของพืชที่ออกมาในช่วงการเปลี่ยนแปลงฤดูที่ชาวบ้านได้เตรียมการไว้เพื่อออกมาขายตามริมถนน เพราะสะดวกกับการจำหน่าย ผลิตผลที่เก็บมาขายให้ผู้สัญจรไปมาจากผู้ขับขี่ยานพาหนะ รถยนต์ หรือจักรยานยนต์ ที่ขับขี่ผ่านไปมาก็จะแวะซื้อไปประกอบเป็นอาหารที่บ้านหรือนำไปฝากญาติมิตรก็ไม่แปลกใจ สนนราคาถูกกว่าในตลาดหรือในเมือง ผลผลิตของป่าที่ชาวบ้านไปเก็บมาในป่าสักนั้นเขาจะช่ำชองที่ไปเก็บหามา มีหน่อไม้ ไผ่ตรง ไผ่ลวก มะเขือ สะเดาป่า ผักหวาน เห็ด กบ อึ่ง ปลา และอื่นๆ ล้วนเป็นอาหารยอดนิยม ราคาถูก เหมาะกับการครองชีพตามชนบท ที่คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้ ว่ากันอย่างงั้น แม้ว่าสภาพป่าที่ถูกทำลายหรือแผ่วป่าเพื่อทำการเกษตร ชาวบ้านก็จะขยับขยายไปหาของป่าลึกเข้าไปอีกเพื่อรวบรวมของป่าที่ได้มาเป็นรายได้เล็กน้อยที่ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในการครองชีพ การประกอบอาชีพไปหาของป่านั้น เป็นอาชีพครั้งคราว ไม่ได้ทำทั้งปี หลังเลิกอาชีพรับจ้างก็มีหยุดพัก ในการหยุดทำไร่ ทำนา การไปหา
ข้าวสังข์หยดเป็นที่นิยมทานของกลุ่มสายรักสุขภาพกันมาก เพราะเป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และไนอะซิน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ชาวบ้านจึงนิยมปลูกและแปรรูปเป็นข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือ เพื่อจำหน่ายให้กับคนบริโภคข้าวเป็นอาหารเพื่อสุขภาพในชุมชนและจังหวัดใกล้เคียง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชมรมสื่อแห่งปัญญาพัฒนาเกษตรยั่งยืน” รวมตัวกันปลูกข้าวสังข์หยดบนพื้นที่ราบกว้างใหญ่นับพันไร่เคยเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีชื่อว่า “ทุ่งชัยรอง” ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยเป็นข้าวสังข์หยดอินทรีย์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานได้รับความสนใจจากผู้บริโภค กระทั่งนำไปสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิดตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง คุณอำมร สุขวิน ประธานกลุ่ม เล่าถึงอาชีพเกษตรกรรมของตัวเองว่า ตอนนี้ปลูกข้าว 2 ชนิด ได้แก่ สังข์หยดอินทรีย์และข้าว กข 43 โดยข้าวสังข์หยดปลูกนาปีใช้พื้นที่ 4 ไร่ ส่วนข้าว กข 43 ปลูกนาปรังใช้พื้นที่ปลูก 11 ไร่ สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวสังข์หยดและข้าว กข 43 จะแบ่งเก็บไว้ทุกปี แต่บางคราวหากมีความจำเป็นต้องนำมาจากทางศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ข้าว
มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณสุวิทย์ คงปาน ประธานกลุ่มเงาะแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาไม้ผลเพิ่มพูนทรัพย์ คุณกรุณา อักษรเพียร เหรัญญิกกลุ่มเงาะแปลงใหญ่ฯ และคณะกรรมการท่านอื่นๆ ที่ หมู่ที่ 4 บ้านเหมืองทวด ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณสุวิทย์ เล่าว่า “อดีตเมื่อ 70-80 ปีที่แล้ว มีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก่อน โดยที่ผ่านมาชาวบ้านแถวนี้ทำการเกษตรทั่วไป อาทิ สวนผลไม้ สวนเงาะ สวนยางพารา หลักๆ ก็จะเป็นสวนเงาะ” ปัจจุบัน คุณสุวิทย์ อายุ 50 ปี โดยกล่าวเทียบราคาเงาะจากครั้งในอดีตตอนที่ยังคงเป็นเด็กว่า สมัยนั้นเงาะราคากิโลกรัมละประมาณ 7 บาท “เมื่อสมัย 30-40 ปีก่อน แถวนี้เป็นทุ่งนาปลูกข้าว ช่วงปี พ.ศ. 2531 มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้น ส่งผลให้น้ำท่วมหมดเลย โดยหลังจากนั้นจึงทำการฟื้นฟูก็ปลูกเงาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น ตอนแรกสวนเงาะ สวนทุเรียน ก็มีน้อย ส่วนใหญ่ก็มีนาข้าว พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ต่อคนหรือครอบครัว อยู่ที่ 10-20 ไร่ โดยประมาณ” คุณกรุณา กล่าว คุณสุวิทย์ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นการกำเนิดเงาะแปลงใหญ่ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2558 นำโดยเกษตรอำเภอบ้านนาสารและเจ้าหน้าที่…โครงการแปลงให
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเป็นชาวสวนผลไม้มือใหม่ ปลูกผลไม้ไว้หลายอย่างในสวน ที่ผ่านมานับว่าได้ผลดี แต่เมื่อปีที่ผ่านมาเกิดปัญหากับต้นมังคุด คือเป็นเนื้อแก้วมากกว่าทุกปี ทำให้คุณภาพด้อยลง ขายไม่ได้ราคา จึงขอเรียนถามว่า จะต้องป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร ผมขอเรียนถามเพียงเท่านี้ก่อน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุวิทย์ ธรรมสุข จังหวัดระยอง ตอบ คุณสุวิทย์ ธรรมสุข อาการเนื้อแก้วของมังคุด คือเนื้อผลมีสีใสหรือสีขาวใส เกิดขึ้นได้กับบางเมล็ด หรืออาจเกิดขึ้นได้ทั้งผลก็มี และอาการข้างเคียงที่เปลือกผลมักปริแตกมียางไหลออกมา อาการดังกล่าวเกิดจากการได้รับน้ำไม่พอเพียงในระยะติดผล หรืออาจเกิดการขาดน้ำไประยะหนึ่ง เมื่อได้รับน้ำฝนหรือมีการเร่งให้น้ำในเวลาต่อมา ผลมังคุดจะดูดน้ำอย่างหิวกระหาย ภายในผลได้รับน้ำมากจึงเร่งขยายตัว แต่ตรงกันข้ามเปลือกของมังคุดกลับขยายตัวไม่ทัน เปลือกจึงปริแตก เนื้อผลภายในดูดน้ำเข้าไปในปริมาณมาก ทำให้ขบวนการสะสมแป้งและน้ำตาลเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เนื้อผลจะฉ่ำน้ำมองเห็นเป็นสีใส ความหวานลดลง ไม่ชวนรับประทานและขายไม่ได้ราคา วิธีป้องกันและแก้ไข ต้องเตรียมจัดหาน้ำไว้ให้เพียงพอ และต้
คุณวิวัฒน์ พูดเพราะ เกษตรกรหมู่ที่ 4 ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ประกอบอาชีพทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยมีพื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ 7 ไร่ คุณวิวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนชอบทำการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ จะทำสวนกับพ่อ ทำให้มีความรักในอาชีพทำการเกษตร โดยครั้งแรกที่เริ่มทำเกษตรได้ปลูกผักบุ้ง ถั่ว เลี้ยงกบ ปลาดุก ในท่อซีเมนต์ และปลูกดอกดาวเรืองขาย ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน แบ่งพื้นที่ปลูกยางพารา 3 ไร่ ขุดสระเลี้ยงปลาดุก 1 ไร่ เลี้ยงไก่ดำ เพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงกบในกระชังบก เลี้ยงผึ้ง และปลูกพืชผสมผสาน ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง สะตอ เนียง ส้มโอ มะนาว ละมุด อ้อยคั้นน้ำ ผักเหลียง มะม่วงหิมพานต์ นอกจากนี้ คุณวิวัฒน์ยังทำปุ๋ยหมักใช้เอง ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการผลิต ได้ผลผลิตจะขายในหมู่บ้าน และมีลูกค้าประจำสั่งซื้อ ทำให้มีรายได้ 5,000 บาท ต่อเดือน สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดได้ที่ นายวิวัฒน์ พูดเพราะ โทร. 083-589-6588 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง โทร. 075-270-801
นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน และ นายสุรชัย ณ มา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ดำเนินกิจกรรม Focus Grop ประเมินและติดตามผลผลิตลำไย ปี 2565 โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยตำบลบ้านมาง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบ่อต้นสัก ตำบลบ้านมาง ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เมื่อเร็วๆ นี้
เมล็ดโกโก้ ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต ในเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตมีโกโก้เป็นตัวทำให้รสชาติดี ให้สีน้ำตาล และมีกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่ม ถ้าช็อกโกแลต (Chocolate) ขาดโกโก้ก็จะไม่ใช่ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตจึงขาดโกโก้ไปไม่ได้ ในช็อกโกแลตประกอบด้วยเมล็ดโกโก้ผงผสมกับนม, น้ำตาล และสารปรุงรสอื่นๆ ส่วนเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตที่คนไทยคุ้นเคยและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า 80 ปีนั้น มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อ คนไทยจึงคุ้นเคยรู้จักเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตกันดีก่อนกาแฟดังๆ บางยี่ห้อ นอกจากเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตและช็อกโกแลต แล้วเมล็ดโกโก้ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อีกหลายอย่าง แม้กระทั่งถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง แต่ส่วนใหญ่เมล็ดโกโก้นิยมนำมาทำช็อกโกแลต โกโก้ Cacao (Theobroma cacao) หรือ Cocoa มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง แถบลุ่มน้ำอะเมซอน ชาวอินเดียนในแถบนั้นเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการปลูกโกโก้และใช้เมล็ดโกโก้มาทำเป็นเครื่องดื่ม ประเทศไทยเริ่มปลูกโกโก้เมื่อปี พ.ศ. 2446 แต่ยังไม่รู้จักการนำเมล็ดโกโก้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่อง
ผมติดตามผลงานของ พี่ณรงค์ วิมา ปราชญ์ชาวบ้านและหมอดินอาสาแห่งจังหวัดสิงห์บุรีมานานแล้ว ผลงานเด่นๆ มีมากมาย ขึ้นบรรยายให้ความรู้มาหลายเวที และไม่ต้องถามเลยว่าที่บ้านมีคนมาหาไหม เพราะคิวรับแขกแต่ละวันยาวเหยียด ทั้งมาเรียนรู้ดูงาน มาซื้อผลผลิต กระทั่งมาหาแรงบันดาลใจในการเริ่มลงมือทำอาชีพเกษตร พี่ณรงค์ เป็นมนุษย์สารพัดช่าง สารพันความสามารถ หากลองไล่เรียงจากงานประจำที่ทำอยู่ก็จะได้ประมาณนี้ – ช่างไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในบ้าน ในสวน ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงหรือกระทั่งไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก โซล่าร์เซลล์ – ช่างประปา ระบบน้ำใช้ ระบบน้ำในสวนเกษตร มีการออกแบบ ผลิต และพัฒนาวัสดุอุปกรณ์มากมาย – ช่างเชื่อม งานหลายๆ อย่างทั้งที่บ้านและสวน ล้วนฝีมือพี่ณรงค์ทั้งนั้น – ช่างก่อสร้าง ทั้งบ้าน กรงไก่แบบคอนโดฯ หรือกระทั่งโดมแปลงผักกางมุ้งในสวน – นักออกแบบหลายๆ อย่างในสวน ผ่านการวางแผนและออกแบบมาอย่างสวยงามและใช้งานง่าย – หมอดิน ปุ๋ยในสวนล้วนผ่านการปรุงจากเชฟณรงค์ทั้งนั้น – ประมง ด้วยเป็นคนแม่น้ำ การหาอยู่หากินทางน้ำถือว่าไม่เป็นรองใครเลย – นักวิจัย พัฒนา จากขวดน้ำพลาสติก สามารถพัฒนามาเป็นวัสดุในงานสวนได้อย่างดี – เกษ
อุทัยธานี นับเป็นอีกจังหวัดที่ปลูกทุเรียนได้มีคุณภาพ อันเป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งชาวบ้านหันมาปลูกทุเรียนและไม้ผลผสมผสานแทนการปลูกพืชไร่ที่สร้างปัญหากับราคาตกต่ำ คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม ภายหลังความสำเร็จจากการปลูกทุเรียนของชาวบ้านบางรายในเขตอำเภอบ้านไร่ ส่งผลต่อรายได้ที่ดีกว่าพืชไร่ ได้สร้างแรงจูงใจเป็นแบบอย่างให้คุณวิโรจน์ตัดสินใจปลูกทุเรียนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ทุเรียนมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกรวมกันในพื้นที่ 25 ไร่ ลักษณะพื้นที่ปลูกทุเรียนในสวนคุณวิโรจน์รุ่นแรกจะปลูกไปตามสภาพทางธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดเป็นแถว/แนว เพียงแต่มีระยะห่างต้น ปร
