พืชทำเงิน
ผักชีฝรั่ง เป็นผักและสมุนไพรไทยที่นิยมนำมาปรุงอาหารในหลากหลายเมนู โดยเฉพาะอาหารอีสาน เนื่องจากใบมีรสชาติจืด แต่มีกลิ่นหอมแรง สามารถปรับปรุงกลิ่นอาหารให้ชวนรับประทานมากขึ้น ผักชีฝรั่ง เป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว โดยเกษตรกรจะปลูกในโรงเรือนความสูงประมาณ 1.70-2.00 เมตร ด้านบนจะมุงตาข่ายพรางแสง ให้แสงส่องผ่านได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยการปลูกผักชีฝรั่งจะใช้เมล็ด ปลูกระบบร่องน้ำจึงจะได้ผลผลิตดี โดยหน้าร่องควรกว้าง 6 เมตร หรือ 3 วา ร่องน้ำกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร ส่วนความยาวแล้วแต่พื้นที่ และหลังจากหว่านเมล็ดลงไปแล้ว 10- 15 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า ซึ่งในช่วงนี้จะต้องดูแลกำจัดวัชพืช รดน้ำอย่าให้ขาด เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน และพอต้นกล้าอายุได้ 1 เดือน ก็จะเริ่มบำรุงปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนตลาดจะเป็นตลาดในประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจำหน่าย กิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งแต่ละรอบจะเก็บผลผลิตได้ 3-4 ตัน ทำรายได้เฉลี่ย 60,000-80,000 บาท เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2561
เชื่อว่า หลายคนชอบรับประทาน “ฟักแม้ว” ทั้งยอดและผล นิยมนำมาผัดน้ำมันหอยได้รสชาติอร่อยมาก ทำให้หลายคนสนใจอยากปลูกฟักแม้วไว้เป็นพืชสวนครัวประจำบ้าน แต่ยังไม่แน่ใจว่า การปลูกฟักแม้ว ต้องใช้เมล็ด หรือส่วนใดปลูก หากใครใคร่รู้เรื่องนี้ หมอเกษตร ทองกวาว มีคำตอบมาให้สำหรับผู้สนใจ รู้จัก ฟักแม้ว ฟักแม้ว มะระแม้ว มะระหวาน หรือ ซาโยเต้ (Chayote) เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับฟัก แฟง แตงกวา มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก เชื่อว่าหมอสอนศาสนาคริสต์นำเข้ามาในประเทศไทย แต่เมื่อใดไม่มีข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้ ฟักแม้ว เป็นประเภทไม้เลื้อย มีอายุข้ามปีหรือมากกว่า 1 ฤดู เถายาว 3-5 เมตร ใบมี 3-5 เหลี่ยม ยาว 8-15 เซนติเมตร ผลเป็นประเภทผลเดี่ยว ดอกเพศผู้ เพศเมีย แยกกันอยู่คนละดอก แต่อยู่ในต้นเดียวกัน เถาเป็นรูปเหลี่ยม เนื้อผลพัฒนามาจากฐานรองดอก ขยายใหญ่ไปหุ้มเมล็ดไว้ คล้ายกับผลมะม่วง ผลฟักแม้ว มีทรงกลม ด้านยาวมากกว่าความกว้าง ผลขรุขระ สีเขียวอ่อน ยาว 7-20 เซนติเมตร และกว้าง 5-15 เซนติเมตร น้ำหนักผลเฉลี่ย 200-400 กรัม ต่อผล เนื้อมีรสหวาน การปลูกดูแล การปลูกหรือขยายพันธุ์ฟักแม้ว ต้องใช้ปลูกทั้งผล
น้อยหน่า เป็นไม้ผลประจำถิ่นของอเมริกากลาง เรียกกันว่า “อะ โน น่า” สันนิษฐานว่าน้อยหน่าเข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ประมาณปี 2060 โดยชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำพันธุ์มาเผยแพร่ แต่บางกระแส เชื่อว่า ชาวอังกฤษ เป็นผู้นำน้อยหน่ามาจากอินเดียเข้ามาเผยแพร่ในไทย ในแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถ ประมาณปี พ.ศ. 2155 มีสันนิษฐานกันว่า หากชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำน้อยหน่าเข้ามาไทย คาดว่าจะปลูกน้อยหน่าเป็นครั้งแรก แถบอยุธยา และลพบุรี หากอังกฤษเป็นผู้นำเข้ามา น่าจะเริ่มปลูกน้อยหน่าในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม เรื่อยไปจนถึงอยุธยา และลพบุรี เนื่องจากจังหวัดลพบุรี เคยมีน้อยหน่าท้องถิ่นสายพันธุ์หนึ่ง เรียกว่า “น้อยหน่าพระที่นั่งเย็น” หรือ “น้อยหน่าพระนารายณ์” นั่นเอง ทุกวันนี้ มีการปลูกน้อยหน่าแพร่หลายไปทั่วประเทศ และมีการเรียกชื่อน้อยหน่าแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น นอแน่ มะนอแน่ (ภาคเหนือ) มะออจ้า หรือ มะโอจ้า (ไทยใหญ่) หน่งเกล๊าะแช (เงี้ยวหรือไทยใหญ่แม่ฮ่องสอน) บักเขียบ (ภาคอีสาน) น้อยแน่ (ภาคใต้) ลาหนัง (ปัตตานี) นอกจากนี้ น้อยหน่า
คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตันเลยทีเดียว ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น “เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น” คุณพิทักษ์ชน กล่าวให้ฟังถึงลักษณะของสายพันธุ์พริก มีประสบการณ์การปลูกพริก มากกว่า 7 ปี คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเกษตรกรที่ปลูกพริกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 30 ไร่ และได้มีการทำเป็นเครือข่ายกับเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ รวมแล้วอีกประมาณกว่า 200 ไร่ จึงทำให้พริกที่ปลูกสามารถส่งข
คุณฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศของไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่า ในปี 2564 (มกราคม-ธันวาคม 2564) ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลก เป็นมูลค่ามากถึง 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปี 2563 ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสินค้าเกษตรรวม 813,693 ล้านบาท สถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกปี 2563-2564 หน่วย : ล้านบาท การส่งออก 2563 2564 (%) มูลค่าการค้า 1,706,886 1,985,420 +16 ส่งออก 1,193,161 1,399,557 +17 นำเข้า 513,725 585,863 +14 ดุลการค้า 679,436 813,693 +20 ที่มา : กองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ รวบรวมจากสถิติการค้าสินค้าของกรมศุลกากร ข้อมูล ณ 14 กุมภาพันธ์ 2565 หากพิจารณาเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับประชาคมอาเซียน 9 ประเทศ (บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม) ภาพรวมการค้ายังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.86
ปัจจุบัน คนในโลกมี 7,300 ล้านคน คาดว่า ปี ค.ศ. 2050 โลกจะมีประชากร 9,000 ล้านคน สถานการณ์อาหารสำหรับบริโภคอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า แมลงและหนอนจะถูกนำมาเป็นอาหารโปรตีนที่สำคัญ ในโลกมีแมลงเป็นล้านชนิด แต่มีแมลงที่กินกันอยู่ปัจจุบัน ราว 2,000 ชนิด ปริมาณโปรตีนในแมลงบางชนิดใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ เช่น หมู และไก่ แต่บางชนิดก็มีมากกว่า หนอนบางชนิดให้ไขมันได้ดี เช่น หนอน สรุปได้ว่าคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายต้องการมีครบถ้วนเหมือนเนื้อสัตว์ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ และการผลิตแมลงเล็กๆ เหล่านี้ยังประหยัดทรัพยากรอาหารสัตว์ได้อีกมาก เพราะวัวน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใช้อาหารถึง 8 กิโลกรัม ส่วนแมลง เช่น เนื้อจิ้งหรีดในปริมาณเท่ากัน ใช้อาหารแค่ 1.2 กิโลกรัม เท่านั้น วัฒนธรรมการกินแมลงของเรามีมานานแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แมงกุดจี่ แมงอีนูน จิ้งโกร่ง บึ้ง เป็นอาหารยอดฮิต ในภาคเหนือแมลงก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเช่นกัน ด้วงงวงมะพร้าว ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน จัดว่าเป็นด้วงงวงขนาดกลาง ตัวเต็มวัย ปีกมีสีน้ำ
มะนาว พืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน มะนาวจะมีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้มะนาวกลายเป็นพืชที่ล่อตาล่อใจในเรื่องของรายได้ ส่งผลให้มีเกษตรกรทั้งมือเก่ามือใหม่มากหน้าหลายตาอยากที่จะลงทุนปลูกมะนาว เพราะมองเห็นโอกาสที่จะรวยจากการปลูกมะนาว แต่เหรียญที่มี 2 ด้านฉันใด การประกอบธุรกิจก็เป็นเช่นนั้น มีข้อดี ข้อเสีย อยู่ที่ว่าใครจะเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วกว่ากัน คุณชาคริยา วิวรวงษ์ หรือ พี่กรร อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 3 บ้านเปล ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส อดีตเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สถิติ ผันตัวเอาดีด้านงานเกษตร ลองผิดลองถูกจนประสบผลสำเร็จ ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ สร้างรายได้หลักแสน มีส้มโชกุนเป็นดาวเด่นของสวน รวมไปถึงการคิดต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่าสูงสุด พี่กรร เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สถิติ อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาได้แต่งงานมีครอบครัวและได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของสามีที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งสามีของตนนั้นประกอบอาชีพเป็นพ
เมื่อกว่า 10 ปีก่อน “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เคยนำเสนอ ชมพู่พันธุ์ใหม่ ที่จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในชื่อของ ชมพู่ “เพชรคลองหาด” ซึ่งเป็นชมพู่ขึ้นชื่อ และเป็นไม้ผลส่งออก ราคาดี ชนิดหนึ่ง ของจังหวัดสระแก้ว ในวันนี้ ชมพู่เพชรคลองหาด ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนั้น ได้รับการขยายพื้นที่ปลูกออกไป เกษตรกรปลูกชมพู่เพชรคลองหาด จังหวัดสระแก้ว รวมกลุ่มกันในนามของ “กลุ่มปรับปรุงคุณภาพชมพู่ปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก” และมีคุณยุทธนา ทัศมากร เกษตรกร ผู้ริเริ่มนำชมพู่เข้ามาปลูกในพื้นที่อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว รายแรก เป็นโต้โผ บริเวณเวิ้งบ้านของคุณยุทธนา 7 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรคลองหาดเต็มพื้นที่ 5 ไร่ ส่วนอีก 2 ไร่ จัดสรรเป็นพื้นที่บ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น อาทิ แหล่งน้ำ และไม้ประดับ คุณยุทธนา มีภูมิลำเนาเดิมที่เกาะช้าง จังหวัดตราด แต่เพราะอาชีพหลักของชาวเกาะช้างส่วนใหญ่ หากไม่ดำเนินกิจการโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ หรือบังกะโล ก็หันหน้าเข้ายึดอาชีพประมง เพราะเป็นพื้นที่เกาะ อยู่ติดทะเล ทำให้คุณยุทธนา บ่ายหน้าออกหาพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผล เพราะเป็นความใฝ่ฝัน นับตั้งแต
ไปตามถนนสุวรรณศร ก่อนเข้าตัวเมืองปราจีนบุรี บริเวณสี่แยกไฟแดง มีร้านค้าจำหน่ายพืชผักผลไม้ ดูคึกคักทั้งปี ผลผลิตส่วนใหญ่นำมาจากท้องถิ่น จากสี่แยกไฟแดงไปถึงวงเวียนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายกิ่งพันธุ์ไม้ผล หากเป็นช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฝนเริ่มมา จะเห็นรถจอดซื้อจำนวนมาก บริเวณนี้รู้จักกันดีคือตลาดต้นไม้ชะอม หรือหนองเต่า สาเหตุที่มีการผลิตและขายพันธุ์ไม้กันมากนั้น สืบเนื่องมาจากคนจากกรุงเทพฯ ไปสร้างสวนที่ปราจีนบุรี โดยนำพันธุ์ขนุน มะม่วง ทุเรียน กระท้อน จากเขตปริมณฑลไปปลูก เมื่อมีผลผลิตจึงนำออกมาวางขาย คนซื้อผลผลิตชิมเห็นว่าอร่อย อยากได้พันธุ์ หลังๆ จึงขยายพันธุ์ขาย ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ รวมระยะเวลาของการตั้งร้านแถวนี้ ไม่ต่ำกว่า 40 ปีมาแล้ว เมื่อก่อนใครต้องการพันธุ์ขนุนฟ้าถล่ม ทองสุดใจ จำปากรอบ ที่เจ้าของเดิมคือ คุณสมปอง ตวงทอง ต้องไปที่ปราจีนบุรีเท่านั้น เสน่ห์ที่มีเพิ่มขึ้นของท้องถิ่นนี้ คือไผ่ตง นอกจากหน่อไผ่รสชาติหวานกรอบวางรอคนไปซื้อ ยังมีต้นพันธุ์ให้ซื้อหามาปลูก การซื้อขายต้นไม้สมัยก่อน หากอยากได้ขนุนเหรียญบาทสัก 2 ต้น อาจจะต้องขับรถจากชัยนาท มุ่งสู่ปรา
หลายคนชื่นชมการบริโภคมังคุด จึงแบ่งพื้นที่ว่างในสวน ปลูกมังคุดแทรกกับต้นไม้อื่นๆ เมื่อต้นมังคุดเริ่มให้ผลพบว่า เกิดอาการยางไหลสีเหลืองออกจากผิวของผลมังคุด และบางส่วนยางสีเหลืองตกภายในผล โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร หากใครเจอปัญหาแบบนี้ จะพาไปหาคำตอบ ที่จะช่วยผลิตมังคุดคุณภาพดีให้กับทุกคนในอนาคตได้เลย สาเหตุของโรคยางไหลของผลมังคุด โรคยางไหลของผลมังคุด เกิดขึ้นได้ทั้งระยะผลอ่อนและผลแก่ โรคยางไหลที่เกิดขึ้นในระยะผลอ่อน สาเหตุเนื่องจากการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ซึ่งเป็นแมลงปากดูดที่มีขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเหลืองอ่อน ยาวประมาณ 1.0-2.0 มิลลิเมตร เพลี้ยไฟจะเลือกดูดน้ำเลี้ยงของผลอ่อน และหลบซ่อนอยู่หลืบฐานรองดอก ทำให้ยางสีเหลืองไหลออกจากรอยแผล มีลักษณะเป็นเม็ดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ผลที่ถูกทำลายรุนแรงจะเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ หากผลไม่ร่วงหล่นลงเสียก่อน เมื่อพัฒนาต่อไปเป็นผลแก่ผลจะมีขนาดเล็กและผิวกร้านขายไม่ได้ราคา ส่วนอาการยางไหลในระยะผลแก่ เกิดขึ้นกับผลมังคุดใกล้สุกแก่ มักแสดงอาการรุนแรงเมื่อมีฝนตกชุก รากของต้นมังคุดจะดูดน้ำขึ้นมาเลี้ยงผลปริมาณมาก ผิวของผลจะเปราะบางกว่าการได้รับน้
