พืชทำเงิน
อกม. เป็นคำย่อ มาจาก “อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกระเบียบว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ. 2551 เพื่อให้อาสาสมัครเกษตรที่มีอยู่หลากหลายสาขาได้ผนึกกำลังเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของเกษตรกร แต่ยังขาดผู้ประสานงานระหว่างอาสาสมัครเกษตรกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดให้มีผู้แทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านละ 1 คน เรียกว่า อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ทำหน้าที่ประสาน เชื่อมโยงการปฏิบัติงานของอาสาสมัครเกษตรสาขาต่างๆ เกษตรกรในหมู่บ้าน และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบูรณาการงานพัฒนาการเกษตรตามภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในหมู่บ้าน อย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นคงด้านอาหารเป็นวิธีการหนึ่งในการส่งเสริมการเกษตรตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค ซึ่งความมั่นคงด้านอาหาร หมายถึง สภาพการณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างพอเพียงทั้งปริมาณและคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม ตามความต้องการเพื่อการสุขภาวะที่ดี รวมทั้งมีการผลิตที่เกื้อหนุน มีการสำรองอาหารทั้งในภาวะปกติหรือภาวะเกิดภัยพิบัติ เช่น สาธารณภัยหรือการก่อการร้ายอันเกี่ยวเนื่องจากอาหาร โดยมีองค์
นับกว่าร้อยปีมาแล้ว ใครที่รู้จักเมืองอุตรดิตถ์ ก็พูดถึงลับแลเมืองแม่หม้าย รู้จักเมืองลับแล ก็พูดถึงลางสาด อยากกินลางสาด ก็ต้องไปเมืองลับแล ต่อมามีการกระจายขยายพื้นที่ปลูกลางสาดออกไปหลายแห่ง ซึ่งก็กระจายอยู่ใกล้ๆ กับพื้นที่ดั้งเดิม ที่เมืองลับแล โดยการแพร่กระจาย ก็ใช้วิธีเดียวกับการมีลางสาดตอนเริ่มต้นบนพื้นที่เมืองลับแล คือคนกินแล้วเก็บเอาเมล็ดไปเพาะ ได้ต้นใหม่ แต่เนื่องจากมีเหตุ 2-3 ประการ ได้แก่ หนึ่ง ลางสาดเป็นผลไม้ที่ต้องกินตอนสุกงอม จึงจะมีรสชาติหวาน ไม่ค่อยมียางเหนียว ทำให้เจ้าของจำเป็นต้องตัดตอนที่แก่จัด ตัดมาแล้ววันสองวันก็เริ่มร่วงหลุดจากพวง สองสามวันจะสีคล้ำ เหมือนผลไม้เน่าเสีย ผู้บริโภคจึงไม่ค่อยชอบใจนัก อีกประการ เริ่มมีทางเลือกให้หาผลไม้อื่นมาเป็นคู่เปรียบ จึงหันเหความนิยมไปหาผลไม้นั้นเสียมาก ประกอบกับผลไม้ชนิดใหม่ปลูกแข่งลางสาดได้ผล ชนะด้านผลผลิต ด้านคุณภาพดีกว่า เป็นช่อพวงคงทน รสชาติหวาน หอม กรอบกว่า ราคาซื้อขายดีกว่านับเท่าตัว วันนี้เมื่อ 20-30 ปี ผลไม้ทางเลือกใหม่ จึงวิ่งนำหน้าลางสาดกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมแทนลางสาด นั่นคือ “ลองกอง” ลองกองอุตรดิตถ์ เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่
เกษตรกรในพื้นที่ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา หันมาปลูกโกโก้สายพันธุ์ชุมพร 1 ส่งขาย สร้างรายได้ดี โดยผลผลิตโกโก้สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทุกเดือน เนื่องจากผลจะทยอยออกอย่างต่อเนื่อง และมีตลาดรับซื้ออย่างต่อเนื่อง ลุงธรรม มูลปุ๊ก เกษตรกรในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา กำลังเข้าทำการดูแลผลผลิตโกโก้ที่ปลูกไว้กว่า 320 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ และเริ่มทยอยเก็บได้อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีมาแล้ว โดยในปีนี้ผลผลิตออกลูกดกมาก ซึ่งแต่ละเดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 2 รอบ เฉลี่ยแล้วมากกว่า 100 กิโลกรัม ลุงธรรม กล่าวว่า สวนโกโก้แปลงนี้เคยปลูกปาล์มน้ำมันและมะละกอมาก่อนแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากราคาปาล์มตกต่ำ ตัดขายยอดอ่อนทิ้งไป ต้นละ 100 บาท จากที่ซื้อต้นพันธุ์มาปลูก ต้นละ 160 บาท และมะละกอก็เป็นพืชที่มีอายุสั้นและมีปัญหาโรคไวรัสวงแหวน ตนเองจึงหันมาปลูกโกโก้ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา โดยทำการปลูกจำนวน 320 กว่าต้น เวลาผ่านไป 2 ปี 8 เดือน พบว่าโกโก้ให้ผลผลิตเป็นอย่างดี โดยสามารถเก็บผลผลิตดังกล่าวได้มาเป็นร
เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสเดินเลือกซื้อสินค้าเกษตรในร้านโครงการหลวง อาจจะเคยเห็นมะละกอผลเล็ก ขนาดอ้วนๆ ป้อมๆ วางขายอยู่บนชั้นวางสินค้า มะละกอลูกผสมพันธุ์ดีนี้ เรียกว่า “มะละกอปากช่อง 2” ซึ่งโครงการหลวงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกได้ปลูกในเชิงการค้ามานานหลายปีแล้ว เพราะมะละกอพันธุ์นี้ปลูกดูแลง่าย ค่อนข้างทนต่อโรคใบจุดวงแหวน ที่สำคัญ ให้ผลผลิตสูงและมีรสชาติอร่อยถูกใจผู้บริโภคอีกต่างหาก สายพันธุ์มะละกอโดยทั่วไป หากไม่มีการรักษาสายพันธุ์ที่ดี มักมีการผสมข้ามพันธุ์ ทำให้เกิดปัญหาการกลายพันธุ์ได้ แต่มะละกอปากช่อง 2 ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะละกอชนิดนี้ ก่อนแนะนำเข้าสู่ตลาดเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ มะละกอลูกผสมปากช่อง 2 ยังคงให้ผลผลิตที่ดีเป็นที่นิยมปลูกของเกษตรกรและผู้บริโภค นักวิจัย มก. พัฒนาสายพันธุ์มะละกอลูกผสม มะละกอเป็นไม้ผลที่นิยมรับประทานผลสุกอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ในต่างประเทศนิยมรับประทานมะละกอที่มีผลขนาดเล็ก มีน้ำหนักต่อผลไม่เกิน 600 กรัม ซึ่งแหล่งผลิตและส่งออกมะละกอรายใหญ่ของโลก ได้แก่ เม็กซิโก มาเลเซีย บราซิล และอ
หลังจากกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกัญชา กัญชง ออกจากบัญชีสารเสพติด นับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ทำให้กัญชากลายเป็นพืชสมุนไพรทางเลือกที่คนไทยสามารถปลูกได้อย่างเสรีเพื่อใช้ดูแลสุขภาพ ภายใต้การควบคุมปริมาณการใช้งานตามที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนมากสนใจอยากปลูกกัญชาเป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน แต่ไม่รู้ว่า ควรปลูกดูแลอย่างไรให้ได้ผลผลิตที่ดี จึงขอแนะนำเทคนิคการปลูกกัญชาให้ได้ผลผลิตที่ดีของ “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ จนกลายเป็นต้นแบบเรื่องการปลูกกัญชาให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเกษตรกรผู้สนใจ ซึ่งเคล็ดลับการปลูกดูแลกัญชาเหล่านี้ มือใหม่ที่หัดปลูกกัญชาสามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่ยาก หัวใจของการปลูกกัญชา ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การปลูกกัญชาให้ประสบความสำเร็จ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดการดิน น้ำ ธาตุอาหารประเภท N P K ธาตุเหล็ก (Fe) สังกะสี หรือซิงก์ (ZINC) รวมทั้งดูแลจัดการศัตรูพืชอย่างเหมาะสม ดินปลูก ดินปลูกต้องมีความโปร่ง ระบายน้ำและ
มะพร้าวน้ำหอม เป็นไม้ยืนต้น มีลำต้นเดี่ยวตั้งตรง ลำต้นมีลักษณะกลมๆ แข็งและเหนียว ผลมีลักษณะทรงกลมหรือทรงรี เปลือกมีสีเขียว ข้างในจะมีกะลาแข็ง มีเนื้อนุ่มสีขาว รสชาติหวานมัน ข้างในมีน้ำใสๆ รสชาติหวานหอม มีกลิ่นหอม มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนในทวีปเอเชีย ในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิก และต่อมาได้มีปลูกในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยนั้นจะปลูกมะพร้าวทั่วทุกภาคและปลูกได้ทุกฤดู มีประโยชน์และสรรพคุณทางยาหลายอย่าง นำมาเป็นเครื่องดื่ม นำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู คุณยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ หรือ คุณส้ม อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ที่ 17 หมู่ที่ 1 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอม เจ้าของ Cococowboy สวนมะพร้าวน้ำหอมแปดริ้ว คุณยอดหญิง กล่าวว่า สวนของเราตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง พื้นที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ ผ่านประสบการณ์มา 40 กว่าปี ในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเชิงพาณิชย์และสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง ทำให้เรามีผลผลิตที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานผลผลิตจาก “เกษตรกร” และทางสวนมีมาตรฐาน GAP รองรับแก่ผู้บริโภค มะพร้าวน้ำหอมของทางสวนมีเอกลักษณ์ของ
คุณนวนศรี บุตรโคตร ปัจจุบัน.อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4 สถานภาพ สมรสกับ คุณไพบูลย์ บุตรโคตร มีบุตร จำนวน 2 คน ได้แก่ คุณกัลยา บุตรโคตร บุตรสาว คุณวิทยา บุตรโคตร บุตรชาย และ คุณกิตติ ปทีปวณิช บุตรเขย แรงงานภาคการเกษตร ที่สามารถทำงานได้เต็มเวลาในฟาร์ม ของครัวเรือน จำนวน 5 คน พื้นที่ทำการเกษตร (ไร่นาสวนผสม) 16 ไร่ ของภรรยาคุณไพบูลย์ บุตรโคตร คติประจำใจ “ศรัทธาในงาน ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่” จุดเริ่มต้นการทำเกษตร คุณนวนศรี เล่าให้ฟังว่า การทำอาชีพการเกษตรแบบดั้งเดิมตามบรรพบุรุษ คือการทำนาและปลูกพืชไร่ (อ้อยโรงงาน) พื้นที่ 16 ไร่ ซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยวมาตลอด และมีงานประจำคือ การเป็นลูกจ้าง (งานป้องกัน) ขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ได้มีโอกาสไปอบรมดูงานด้านการเกษตรกับเครือข่ายเกษตร จึงได้น้อมนำแนวทางหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและในพื้นที่การเกษตรของตนเอง เริ่มจากแนวคิดลดรายจ่าย เนื่องจากครอบครัวมีความต้องการพืชอ
คอลัมน์ เก็บป่ามาฝากเมือง โดย กุมิสบ๊ะ รงโซะ ให้ข้อมูลว่า เมื่อพูดถึงต้นไมยราบ ทำให้ผู้เขียนนึกถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นซนแข่งกันเขี่ยต้นไมยราบให้ใบหุบ ใครทำได้เยอะคนนั้นชนะ ซึ่งบางครั้งก็อาจเผลอไปเหยียบต้นจนหนามตำเท้าก็มี พอโตขึ้นมาหน่อยฟันก็เริ่มผุ ปวดฟันก็บ่อย คนเป็นแม่ก็พลอยเหนื่อยในการหาหยูกยามารักษา แต่ยาที่แม่หามานั้น บ่อยครั้งมากที่เป็นต้นไมยราบ ท่านมักจะนำใบมาขยี้กับน้ำปูนใส บางครั้งก็นำใบหญ้าก้นบึ้งมาขยี้ผสมลงไปด้วย แล้วนำมาทาที่แก้มบริเวณที่มีอาการปวด ส่วนรากของไมยราบนั้น ท่านจะนำไปต้มกับน้ำให้เดือดรอให้อุ่นแล้วนำมาอมประมาณ 3-5 นาที แล้วบ้วนทิ้ง ควรทำบ่อยๆ ประมาณ 4-5 ครั้งต่อวัน จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ นอกจากนี้ ผู้เขียนได้ไปเรียนรู้เรื่องยาสมุนไพรจาก แม่หมอแมะ (นางตีเมาะ รงโซะ) หมอตำแย บ้านบันนังบารู ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมืองยะลา ท่านเล่าว่า เมื่อครั้งที่ท่านอยู่ไฟ (ช่วงที่ท่านคลอดบุตร) ท่านมักจะดื่มน้ำต้มที่มีสีแดงจากรากของไมยราบแทนน้ำ บางครั้งท่านก็ใส่น้ำตาลลงไปด้วย ชงเหมือนเครื่องดื่มทั่วไป เพราะท่านชอบในสีสันสีแดงที่สวยงาม แล้วยังคงสรรพคุณที่ทำให้มดลูกกระชับเข้าอู่เ
สานฝันความชอบต่อยอดเป็นอาชีพ คุณอรพิน พิทักษากร หรือ พี่น้อย เจ้าของสวนมะม่วงทับทิมทอง ผลไม้แบรนด์สวนสระแก้ว ในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว อดีตแอร์โฮสเตสสายการบิน Cathay Pacific ที่ผันตัวเป็นเกษตรกร รวบรวมเงินซื้อที่ดิน 1 แปลง หลังจากเกษียณ เพราะเห็นว่าศักยภาพของประเทศไทยมีความเหมาะสมที่จะทำเกษตรกรในทุกๆ ด้าน จึงหันมาทำเกษตรกรรมอย่างเต็มรูปแบบ จุดเริ่มต้นของการปลูกมะม่วงทับทิมทองนั้น มาจากคำแนะนำของเพื่อนที่ประเทศไต้หวัน และเล็งเห็นว่าลักษณะของผล ผิวพรรณ และรสชาติของมะม่วงทับทิมทองนั้นมีศักยภาพ จึงมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง จนในปี 2557 จึงนำต้นมะม่วงทับทิมทองจำนวน 2,000 ต้น มาปลูกในพื้นที่ไร่ของตนเองที่ซื้อไว้จำนวน 75 ไร่ คุณอรพิน เล่าว่า มะม่วงทับทิมทองนั้น ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะยังไม่มีการปลูกที่แพร่หลายในประเทศไทย ลักษณะเหมือนกับมะม่วงทั่วไป ที่เกิดจากการผสมเกสรของมะม่วงชื่อดัง 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เออร์วิน (Irwin) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ลักษณะผลแดงสวย มีกลิ่นหอม และสายพันธุ์จินหวง (Jin Huang) ของประเทศไต้หวัน ที่มีลักษณะเนื้อที่หนา แน่น จนก
อินทผลัม เป็นไม้ทะเลทราย มีน้ำอดน้ำทนสูง เมื่อนำมาปลูกในประเทศไทยก็ได้ผลดีน่าพอใจ โดยเฉพาะชนิดรับประทานผลสด ข้อมูลที่ได้จากการเสวนาอินทผลัมเมื่อปีก่อน จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน โดยผู้แทนจากห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สรุปว่า เมื่อปี พ.ศ. 2557 มูลค่าการซื้อขายอินทผลัมที่ห้างสรรพสินค้า ที่นำเข้ามาจากตะวันออกกลาง และผลผลิตภายในประเทศ คิดเป็นเงิน 2.5 และ 2.8 ล้านบาท ตามลำดับ อีกทั้งตลาดมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น กลับมาเรื่องการขยายพันธุ์อินทผลัมกันอีกครั้ง ปัจจุบัน การขยายพันธุ์อินทผลัมทำได้ 3 วิธี คือ การเพาะเมล็ด การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการตอน หรือการแยกหน่อ ทั้งนี้ ผมขออธิบายเฉพาะวิธีตอนเท่านั้น เริ่มจากการเลือกหน่อที่มีขนาดพอเหมาะ ความยาวไม่เกิน 70 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของหน่อ อยู่ระหว่าง 30-40 เซนติเมตร ทำความสะอาดบริเวณรอยเชื่อมต่อของหน่อกับต้นแม่ เรียบร้อยแล้ว โปะโคนหน่อด้วยขุยมะพร้าวแช่น้ำ บีบน้ำให้หมาด หุ้มด้วยพลาสติกสีดำ ผูกเป็นกระเปาะเช่นเดียวกับตอนกิ่งไม้ทั่วไป แต่กระเปาะตอนอินทผลัมมีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้น ระวัง อย่าให้กระเปาะหมุน หรือขยับเขยื้อนได้ ใช้เวลา
