พืชทำเงิน
คุณดวงเพ็ญ แก่นทองหล่อ หนุ่มใหญ่เมืองบุรีรัมย์ อาศัยอยู่ในอำเภอหนองกี่ เติบโตมาในครอบครัวชาวนา ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก คุณดวงเพ็ญจึงต้องเป็นแรงเสริมช่วยพ่อแม่ทำนาและรับจ้างทั่วไปตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากทางบ้านไม่มีกำลังมากพอที่จะส่งเสียให้คุณดวงเพ็ญได้เรียนหนังสือ อาชีพของคุณดวงเพ็ญจึงไม่มีให้เลือกมากนัก ทำให้คุณดวงเพ็ญตัดสินใจยึดอาชีพการทำนามาตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาชีพการทำนามีรายได้ที่ไม่มากและไม่แน่นอน บ่อยครั้งที่ครอบครัวของคุณดวงเพ็ญขาดทุน เมื่อหมดฤดูการทำนา คุณดวงเพ็ญ แก่นทองหล่อ ก็ถูกเพื่อนชักชวนมารับจ้างถอนมันที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เนื่องจากช่วงนั้นคุณดวงเพ็ญไม่มีรายได้จากการทำนา เพราะอยู่ในช่วงที่ค่อนข้างแล้ง และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณดวงเพ็ญพบรักกับภรรยา คุณอัญชลี แก่นทองหล่อ อายุ 50 ปี ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็เป็นเกษตรกรเช่นกัน คุณดวงเพ็ญจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่กับภรรยาที่อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังคงยึดอาชีพทำนาเป็นหลัก เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ภรรยาได้ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก และลูกชายคนที่สอง อายุห่างกัน 4 ปี ปัจจุบัน ลูกสาวคนโตอายุ 16 ปี ลูกชายคนเล็กอา
มะละกอเรดเลดี้ เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากไม่แพ้มะละกอฮอลแลนด์ ด้วยจุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูง 60-80 เซนติเมตร ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 40-50 ผลต่อต้น ต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างวงแหวนได้ดี พื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดอื่นๆ คุณเฉลียว มีทองจันทร์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลเสือหึง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกมะละกอเรดเลดี้เพาะเนื้อเยื่อ สร้างรายได้หลัก ด้วยจุดเด่นของสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตไว ทนต่อโรค และรสชาติความหวานที่ทำได้สูงถึง 15 องศาบริกซ์ ผสมผสานกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ต้องการของตลาด จนผลิตไม่ทันขาย คุณเฉลียวเล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกมะละกอเรดเลดี้เพาะเนื้อเยื่อให้ฟังว่า ที่สวนมีจุดเริ่มต้นมาจากการทำเกษตรผสมผสานปลูกพืชผักและไม้ผลหลากหลายชนิด และต่อมาได้มีการขยับขยายพื้นที่นำมะละกอเรดเลดี้เข้ามาทดลองปลูกภายในสวน ตามคำแนะนำของกลุ่มเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ว่ามะละกอสายพันธุ์นี้
คุณธีระศักดิ์ ขุมเงิน เกษตรจังหวัดอ่างทอง เล่าให้ฟังว่า จังหวัดอ่างทอง มีพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้า จำนวน 15,025 ไร่ การปลูกมีทั้งเป็นการปลูกแบบสวนหลังบ้านเพื่อได้ผลผลิตไว้กินใช้ในครัวเรือน และปลูกในเชิงการค้าเพื่อก่อให้เกิดรายได้จากการขายผลผลิตกล้วย เกษตรกรมักมีพื้นที่ปลูกกล้วยตั้งแต่ 3 ไร่ขึ้นไป และสำหรับเกษตรกรที่ปลูกกล้วยเพื่อตัดใบขายในแต่ละปีจะมีรายได้มากกว่า แสนบาท เป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการปลูกกล้วยเพื่อตัดใบขายคือ ผู้ปลูกต้องเลือกหน่อพันธุ์ดี ปลอดโรคมาปลูก มีการใส่ปุ๋ยให้น้ำเพียงพอ ทำแนวป้องกันลม ต้องป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูกล้วยไม่ให้เข้าทำลายใบกล้วยให้แตก ฉีกขาด ใบเหลือง หรือใบเป็นรูพรุน ซึ่งหากปฏิบัติได้ก็ทำให้ได้ใบกล้วยที่สมบูรณ์พร้อมตัดไปขายได้ แมลงที่เป็นศัตรูของกล้วยที่สำคัญ ได้แก่ “หนอนม้วนใบ” มันจะกัดกินที่ริมใบให้แหว่งเข้าไปเป็นทางยาว “ตั้กแตนผี” ตัวอ่อนและตัวแก่ชอบกัดกินใบ “หนอนกระทู้” ตัวอ่อนชอบกัดกินใบตองอ่อนที่ยังไม่คลี่ใบ หรือกัดแทะกลางใบให้ทะลุเป็นรูโตตามขนาดและวัยของตัวหนอน และ “หนอนร่าน” มันชอบกัดกินใบที่กำลังเ
คุณสรชัช ตันศิริ เจ้าของสวน “บ้านผักไฮโดรโปนิกส์ ผักสลัดชลบุรี-บ้านฟาร์มผักในเมือง” ในพื้นที่ตำบลบ้านปีก อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ที่หันมาทำเกษตรแบบเต็มตัว ด้วยการพลิกผืนดินและเนรมิตที่ดินเพียง 1 แปลงให้มีมูลค่า ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และผักสลัด จากเพียงต้องการมองหาอาชีพเสริม ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพและเป็นรายได้หลักในการเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบายๆ คุณสรชัช เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตนเองต้องการมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว เนื่องจากตนเองนั้นมีเงินเดือนไม่เยอะ ในขณะที่ทำงานอยู่ที่ที่ทำงานเดิม จึงอยากมีรายได้เพิ่ม ซึ่งตนเองมีที่ดินเพียง 1 แปลง จึงมองหาช่องทางการสร้างประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ ด้วยการศึกษาหาข้อมูลแบบจริงจังเกี่ยวกับการปลูกพืชผักแบบทั่วไป ลองผิดลองถูกทั้งการลงมือทำและเรียนรู้ด้วยตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะมาเจอวิธีการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ จึงเริ่มทำมาจนถึงปัจจุบัน “เริ่มเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมเองในตอนนั้นเงินเดือนน้อย อยากหาอาชีพเสริม และยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร และตอนนั้นเรียนจบแค่ ปวส. ครับ กำลังเรียนต่ออยู่ ที่บ้านมีที่อยู่ 1 แปลง ไม่ไ
“ดาวเรือง” จัดเป็นไม้ดอกที่มีความผันผวนทางด้านราคาค่อนข้างสูง หากปีไหนความต้องการมากแต่ผลผลิตน้อยเกษตรกรก็ยังพอยิ้มออกหน่อย เพราะราคาจะดีดขึ้นไปสูงถึงดอกละ 2.50-3 บาท แต่หากช่วงไหนผลผลิตล้นตลาด ราคาจะร่วงลงมา ชนิดที่ว่าคนปลูกก็ร่วงลงมาตามกันเลยทีเดียว และยิ่งมาประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 เทศกาลงานต่างๆ ถูกยกเลิก ส่งผลให้ราคาดาวเรืองตกต่ำซ้ำเติมเกษตรกรเข้าไปอีก เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรควรที่จะเริ่มหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยการนำผลผลิตที่มีอยู่นำมาแปรรูป เนื่องจากได้มีงานวิจัยจากออกมาว่า “ดอกดาวเรือง” ไม่ได้มีดีแค่นำมาร้อยพวงมาลัยหรือจัดแจกันไหว้พระเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย คุณนฤดี ทองวัตร หรือ พี่อุ๋ย อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เกษตรกรนักสู้ ผิดหวังกับการปลูกดาวเรืองแบบขายดอกสด พลิกวิกฤตเปลี่ยนเส้นทางการตลาดหันทำชาดอกดาวเรืองขาย สร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมได้กว่าครึ่ง พี่อุ๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการแปรรูปชาดอกดาวเรืองว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกดาวเรืองมานานกว่า 13 ปี แต่ช่วงหลายปีหลั
กระแสความนิยมของผักสลัดยังดีต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกำลังมาแรง โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หาซื้อได้ง่าย จึงได้รับความนิยมทั้งในหมู่ผู้บริโภคและในหมู่นักปลูก เพราะผักสลัดเป็นพืชที่สร้างรายได้ดี ไม่มีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่การปลูก ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง คุณสถาพร ทรงความดี หรือ คุณเต๋า เจ้าของฟาร์มคุณเต๋า เกษตรทรงดี อยู่ที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม หันหลังให้เมืองกรุง กลับมาพัฒนาบ้านเกิดปรับปรุงพื้นที่หลังบ้านทำแปลงปลูกผักสลัดสร้างรายได้ต่อเดือนไม่ธรรมดา คุณเต๋า เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นแถวบ้านยังไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือปลูกผักสลัดกันมากนัก และค่อนข้างมีราคาสูง จึงเริ่มมีความสนใจอยากปลูกผักสลัดตั้งแต่ตอนนั้นมา ซึ่งจากคนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องการปลูกผักมาก่อน ก็มาเริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลการปลูกผักตามอินเตอร์เน็ต และการออกไปอบรมนอกสถานที่ จนมั่
เกษตรกรรมเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ผู้คนหลากหลายอาชีพให้ความสนใจ เพราะนอกจากได้ทำสืบต่อครอบครัวแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้ทำกินอยู่บนที่ดินของตนเอง จึงทำให้คนรุ่นใหม่ในหลายพื้นที่ให้ความสนใจ ในเรื่องของการทำเกษตรในแบบที่ตั้งใจ และยังสร้างระบบการทำตลาดที่เข้มแข็งแบบระบบออนไลน์เข้ามาช่วย เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและส่งสินค้าได้ทั่วประเทศ คุณนุชา บุญมา หรือ คุณนุ วิศวกรหนุ่มที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตร โดยศึกษาทดลองการปลูกมะเดื่อฝรั่ง (Fige) และนำความรู้ที่ได้เรียนมาทางด้านวิศวะ มาต่อยอดการจัดการระบบต่างๆ ของการปลูกมะเดื่อฝรั่ง ซึ่งคุณนุมองว่าไม้ผลชนิดนี้จะเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ไม่เพียงขายผลเท่านั้น ยังสามารถต่อยอดขายกิ่งพันธุ์ได้ด้วยเช่นกัน หลังจบการศึกษา กลับมาทำเกษตรเต็มตัว คุณนุ เล่าให้ฟังว่า หลังจบการศึกษาทางด้านวิศวะไม่ได้ไปทำงานตามสาขาที่ร่ำเรียนมา แต่กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดและใช้ที่ดินว่างเปล่าของครอบครัวให้เกิดประโยชน์ โดยมาทดลองทำการเกษตรในแบบที่สนใจ โดยครั้งแรกปลูกเมล่อน แต่ก็มักเจอปัญหาค่อนข้างมาก ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะเดื่อฝรั่งที่มองว่าเป็นพืชที่น่าสนใจ ซึ่งหลั
แม้ชื่อจะชวนให้เข้าใจว่าเป็นพืชท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ว “แตงกวาญี่ปุ่น” มีถิ่นกำเนิดจากแถบเอเชียและแอฟริกา ก่อนที่ญี่ปุ่นจะนำมาพัฒนาสายพันธุ์จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบ อร่อย ฉ่ำน้ำ และไร้รสขม จึงตอบโจทย์เมนูอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะสายสุขภาพ ซึ่งความนิยมนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศต้นทาง แต่ยังขยายอิทธิพลมาถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ปัจจุบันในไทยมีการส่งเสริมให้ปลูกแตงกวาญี่ปุ่นเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่กลับพบปัญหาว่า ผลผลิตยังคงขาดตลาดและไม่เพียงพอต่อความต้องการ คำถามคือ เหตุผลที่ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอขายนั้น มาจากยอดขายที่พุ่งสูงเพียงอย่างเดียว หรือมีข้อจำกัดเรื่องการดูแลและผลผลิตต่อไร่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตามไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย คุณแต๊ก-ศุภฤกษ์ บุญประสพ เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาญี่ปุ่น ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตัดสินใจทิ้งอาชีพเซลล์ในเมืองกรุง กลับบ้านเกิดมารับช่วงต่อทำสวนแก้วมังกรกับครอบครัว ซึ่งการปลูกแก้วมังกรอย่างเดียวยังไม่ตอบโจทย์เรื่องรายได้ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเข้ามาแนะนำ “การปลูกองุ่น” เพื่อเป็นพืชทางเลือกใหม่
“สับปะรดสวี” ผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ได้รับการยกระดับคุณค่าอย่างเป็นทางการ หลังกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) รายการใหม่ของประเทศไทย นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดชุมพร ตอกย้ำชื่อเสียงสับปะรดสายพันธุ์ควีนจากพื้นที่ภาคใต้ ที่มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อแห้งสีเหลืองเข้ม เส้นใยน้อย กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นของฝากยอดนิยมบนเส้นทางสู่ภาคใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนมากกว่า 27 ล้านบาท/ปี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ สะท้อนชื่อเสียง อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และวิถีการผลิตเฉพาะถิ่น ส่งผลให้สินค้า GI มีความโดดเด่น แตกต่างจากสินค้าทั่วไป และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค การขึ้นทะเบียน GI ยังเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามลักษณะเฉพาะที่กำหนด ส่งผลให้สามารถจำหน่ายได้ใ
. “กระชายป่า” หรือ “กระชายดอย” ถือเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นในตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทำให้พืชสมุนไพรจากแหล่งนี้ มีคุณค่าทางยาสูง ดีต่อสุขภาพมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปางสีเสียด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ภายใต้การนำของ นายสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มฯ ด้วยการนำ “กระชายดอย” พืชสมุนไพรในท้องถิ่นมา พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ “ บ้านปางเฮิร์บ” เพื่อให้รับประทานง่าย เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นสินค้า OTOP ของดีเมืองน่านที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากล สร้างอาชีพและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย คุณสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว เล่าให้ฟังว่า ทางกลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งช
