พืชทำเงิน
ปัจจุบันนี้ หลายคนสนใจปลูกมะนาวเป็นงานอาชีพหรือเป็นงานอดิเรกในยามว่าง โดยปลูกต้นมะนาวลงดิน บางคนนิยมปลูกต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ในวันนี้ขอนำเสนอการปลูกมะนาวในโอ่ง เป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับผู้สนใจปลูกมะนาว ข้อดีของการปลูกมะนาวในโอ่ง คือ สามารถเคลื่อนย้ายหรือยกไปปลูกที่อื่นได้ วิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี ดูแลรักษาง่าย ใส่ปุ๋ยและให้น้ำเช่นเดียวกับการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ และสามารถบังคับให้มะนาวติดดอกออกผลนอกฤดูได้ด้วย การเลือกโอ่ง การเลือกโอ่งเป็นภาชนะปลูก แนะนำให้เลือกโอ่งที่ใส่ดินปลูกได้ 5-10 ปี๊บ ด้านข้างสูงจากก้นโอ่งขึ้นมา 2-3 นิ้ว จะเจาะรูขนาด 1/2-2 นิ้ว หรือขนาดเท่ากับผลมะนาว 2-3 รู เพื่อให้เป็นช่องทางระบายน้ำ จากนั้นนำกาบมะพร้าวสับมารองก้นโอ่ง สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือสูง 4-6 นิ้ว เพื่อให้ก้นโอ่งโปร่ง จากนั้นนำดินปลูกที่มีส่วนผสมของ ดิน 1 ส่วน ใบไม้แห้ง 2 ส่วน และปุ๋ยคอกแห้ง 1/2 ส่วน ผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่วแล้วใส่ลงในโอ่งส่วนหนึ่ง การปลูกมะนาวในโอ่ง สามารถปลูกมะนาวได้ทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นมะนาวแป้นรำไพ ตาฮิติ มะนาวด่านเกวียน ฯลฯ เมื่อได้ต้นพั
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมียมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ
กระแส “ใบโอบะ” มาแรง หลังจากเทคโนโลยีชาวบ้านนำเสนอเรื่องราวของพืชชนิดนี้ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน จนมีผู้อ่านให้ความสนใจจำนวนมาก ทีมงานก็ไม่รอช้าในการเสาะหาต้นแบบเกษตรกรที่ปลูกใบโอบะจนสร้างฐานะมานานกว่า 20 ปี ซึ่งพิกัดก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นี่เอง คุณชาลี คำรักษ์ เกษตรกรผู้ปลูกใบโอบะ อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นเกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัวและผลไม้มาก่อนจนวันหนึ่งมีเพื่อนมาแนะนำว่ามีลูกค้าไต้หวันสนใจใบโอบะ “จากจุดเริ่มต้นที่ทดลองปลูกแค่ 100 ต้น ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่จนปัจจุบันครอบคลุมกว่า 30 ไร่ เพื่อวางระบบปลูกหมุนเวียนให้มีผลผลิตป้อนตลาดได้ตลอดทั้งปี ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 20 ปีแล้ว” พี่ชาลีเล่าว่า ใบโอบะ เป็นพืชล้มลุกที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อก่อนคนไทยอาจจะยังไม่รู้จักกันแพร่หลายนัก แต่ในปัจจุบันวัฒนธรรมการกินในบ้านเรามีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก อาชีพการปลูกใบโอบะในประเทศไทยจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเพิ่มขึ้น และยังขยายตัวไปถึงตลาดต่างประเทศ โดยเป็นการปลูกส่งให้กับโรงงานแปรรูป เพื่อ
บางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบลุ่มที่แม่นํ้าตาปีและแม่นํ้าพุมดวงไหลมาบรรจบกันก่อนออกสู่ทะเล มีสภาพเป็นป่าชายเลน เป็นพื้นที่ราบลุ่มนํ้าท่วมขังเป็นเวลานาน ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ถูกเรียกว่า คนเมืองใน เพราะอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคกลางตอนใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และนครปฐม เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2505 เนื่องจากพื้นที่ที่จับจองอยู่ในทําเลที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพในการทํามาหากินตํ่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีจึงประสบกับปัญหาในการประกอบอาชีพ จากภัยธรรมชาติ ต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตตกตํ่า เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเกษตรอําเภอพุนพิน และสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตพืชผักปลอดภัยเพื่อการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นต้นแบบชุมชนที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง รวมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนผสมผสานแบบยั่งยืนบางท่าข้าม ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปี 2558 โดยมี นายสิทธิพล โตประศรี เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ต่อจากนั้นในปี 2560 ได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ผักบางท่าข
คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่าจะหวานจริงๆ “เพราะในตอนนั้นไม่ว่าหน่อไม้อะไร คนขายก็มักจะโฆษณาว่าเป็นหน่อไม้หวานเสมอ ทำให้คนซื้อไม่แน่ใจ เราจึงได้แจกให้ชิม เพื่อจะทำตลาด และก็ได้นำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรธรรมชาติที่จังหวัดสระบุรี นิทรรศการงานต่างๆ ที่หน่วยงานราชการต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวานสายพันธุ์ใหม่ คือ ไผ่บงหวาน ที่หวาน หอม กรอบ อร่อย และรับประทานสดๆ ได้” คุณภัทรา กล่าว ปี 2550 ปีแรกที่จำหน่ายหน่อไม้ จากต้นไผ่ 1,700 กอ จากสม
ลาออกจากงานประจำจากวิศวกรโรงงานผันตัวเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ กลับถิ่นบ้านเกิดดูแลคนที่รัก ทิ้งเงินประจำมาหารายได้ที่บ้าน พัฒนาต่อยอดวางแผนการผลิตให้เป็น สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน คุณสายฝน ดวงคำ หรือ คุณผึ้ง เจ้าของฟาร์มคุณลุงกะทิ จังหวัดสุรินทร์ จุดเริ่มต้นก่อนหน้านี้ทำงานประจำประมาณ 4 ปี และตัดสินใจลาออกกลับบ้านเกิด มาดูแลคุณแม่ที่กำลังป่วย “อยากกลับไปดูแลท่าน เพราะที่ผ่านมาท่านดูแลเรา แต่ถ้ากลับมาดูแลท่านเฉยๆ ก็ไม่มีรายได้” เดิมที อาชีพหลักของพ่อแม่ของคุณผึ้งก็ทำเกษตรอยู่แล้ว จึงผันตัวเป็นเกษตรกรเพราะมองว่าเป็นอาชีพอิสระที่ยั่งยืน และใช้ชีวิตแบบพอเพียง ได้อยู่กับคนที่รัก คุณผึ้งกล่าวต่ออีกว่า “แค่นี้ก็มีความสุขกับการเหมือนได้ใช้ชีวิตเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” คุณผึ้ง เล่าแนวคิดของการปลูกผักให้ฟังว่า ทำอย่างไรให้มีรายได้ทุกวัน เนื่องจากไม่มีรายได้ประจำ ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมีรายได้รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน โดยอาชีพหลักจะทำเป็นการเพาะเห็ดเป็นรายได้รายเดือน และมีการปลูกผักในกล่องโฟม ขึ้นอยู่กับรอบอายุของผลผลิตแล้วแต่ชนิดที่ปลูก อันนี้เป็นรายได้รายสัปดาห์ และเพาะถั่วงอก ใช้ระยะเวลาเพียง 4
คุณทองพูน วงษา เกษตรกรเจ้าของสวนส้มโอเมืองทอง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ประสบความสำเร็จในอาชีพทำสวนส้มโอเงินล้าน โดยมีพื้นที่ปลูกส้มโอ 10 ไร่ เนื่องจากมีเทคนิคการจัดการที่ไม่เหมือนใคร ต้นทุนต่ำแต่ได้ผลผลิตเกรดเอ ขายได้ราคาดี มีตลาดรองรับ และแบ่งพื้นที่ทำเกษตรผสมผสานเสริมรายได้ เก็บผลผลิตขายได้ตลอดปี เทคนิคการปลูกส้มโอให้ได้คุณภาพ คุณทองพูน บอกว่า การปลูกส้มโอให้มีคุณภาพดี เริ่มจากการเตรียมแปลง พรวนดินให้ร่วนซุย ยกร่องสวนขนาดใหญ่ ไม่ต้องขุดหลุมลึก ดูระดับถุงชำกิ่งตอนส้มโอพันธุ์ดีก็พอ ปลูกห่างกันต้นละประมาณ 6 เมตร ตามความยาวของร่องสวน โดยมีเทคนิคการปลูกดังนี้ 1. ปลูกแบบกระจายราก หรือ “แพร่ราก” เมื่อได้กิ่งตอนมาแล้ว ให้เอาดินออก ค่อยคลี่ดินออกให้เหลือแต่ราก ล้างรากก่อนนำมาปลูกลงหลุมแบบกระจายรากออกรอบลำต้นทุกทิศทาง ตอกหลักยึดลำต้นมัดให้แน่น แล้วใช้ดินละเอียดค่อยๆ กลบรากให้เต็มหลุมเท่าระดับคอต้นเดิม ใช้ฟางคลุมโคนต้น 2. รดน้ำโดยใช้ระบบสปริงเกลอร์ ช่วงแรกๆ เปิดทุกวัน วันละประมาณครึ่งชั่วโมง รดน้ำในตอนเย็น 3. การใส่ปุ๋ย ในช่วงแรกปลูกไป 1 เดือน จะใส่ปุ๋ยคอก ขี้หมู ขี้วัว หรือขี้ไก่ก็ได้ ใส่เ
กระชาย สมุนไพรเพื่อสุขภาพ กระชาย ได้ชื่อว่าเป็นโสมของคนไทย “Thai ginseng” และเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า กระชาย มีสรรพคุณทางยา แก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง รักษาอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย แก้ลมวิงเวียน ด้าน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับทุนวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ทำการศึกษาวิจัยฤทธิ์ต้านไวรัสก่อโรคโควิด-19 (SARS-CoV-2) ของกระชาย พบว่า สารสกัดกระชายและสาร Panduratin A มีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของไวรัสที่แรงกว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจร และ Andrographolide อย่างไรก็ดี ยังเป็นเพียงผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการ ที่ยังต้องมีการวิจัยประสิทธิผลในมนุษย์ต่อไป หากได้ผลดี สามารถใช้รักษาร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ช่วยบรรเทาอาการของโรค และเป็นการส่งเสริมการพึ่งตนเองด้านยาของประเทศไทยต่อไปในอนาคต ปลูกกระชายรายได้ดี ปัจจุบัน กระชายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ข
เรียกว่ากำลังเป็นประเด็นถกเถียงในช่วงนี้สำหรับ “องุ่นไซมัสคัส” ในประเด็นเรื่องของสารเคมีตกค้าง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบหลังสินค้าจีนทะลักเข้ามา ซึ่งจริงๆ แล้วองุ่นสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นองุ่นที่มีลักษณะลูกใหญ่ สีสวย รสชาติหวาน กรอบ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แต่มีราคาสูง ยิ่งพอนำเข้ามาประเทศไทยแล้วยิ่งทำให้ราคาขององุ่นสายพันธุ์นี้สูงขึ้นไปอีกเป็นหลักพันบาท กลายเป็นสินค้าที่ราคาจับต้องยาก นำไปสู่การนำเข้าสินค้าชนิดนี้จากจีน เพราะได้ราคาถูกผู้บริโภคสามารถจับต้องได้มากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าผู้บริโภคต้องมากังวลว่าจะมีสารตกค้างหรือไม่ ทำให้กระแสนิยมตกลงส่งผลถึงผู้ประกอบการที่ขายสินค้าได้ยากขึ้น บางรายประสบปัญหาสินค้าตกค้าง ซึ่งในตอนนี้ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับสายองุ่นเลิฟเวอร์ ที่จะไม่ต้องไปหาซื้อองุ่นไซมัสคัสในราคาแพง หรือต้องกังวลเรื่องของสารตกค้าง เพราะในบ้านเราตอนนี้สามารถปลูกองุ่นไซมัสคัสได้ในหลายพื้นที่แล้ว ทั้งภาคเหนือ อีสาน หรือกลาง ก็สามารถปลูกองุ่นไซมัสคัสสร้างรายได้สำเร็จแล้ว และที่สำคัญได้ผลผลิตดี รสชาติ หวาน กรอบ อร่อยไม่แพ้ประเทศต้นกำเนิดแน่นอน
เกษตรกรที่ปลูกฟักทองมักประสบปัญหาโรคใบหงิก ใบงอ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ส่งผลให้ฟักทองติดผลไม่สมบูรณ์หรือบางทีไม่ติดผลเลย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เล็งเห็นความสำคัญของพืชเศรษฐกิจตัวนี้ จึงได้พัฒนาฟักทองลักกี้ที่ทนทานต่อเชื้อไวรัส โดยเจียไต๋ได้เปิดขายเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้ในต่างประเทศมาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกในงานเจียไต๋ แฟร์ 2025 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณสุริยันต์ แก้วยอด Crop Breeding Manager เจียไต๋ กล่าวว่า ฟักทองลักกี้ เป็นฟักทองขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยต่อผล 1.5-2 กก. สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ โดยใช้หลักการปลูกดูแลเช่นเดียวกับฟักทองพันธุ์ทั่วไป 1 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 100 กรัม หลังปลูกควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้า(09.00-10.00 น.) และช่วงบ่าย เปิดให้น้ำครั้งละ 30 นาที และให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ทุกๆสัปดาห์ ครั้งละ10 กรัม/ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 4 ตัน/ไร่ ฟักทองลักกี้ สามารถเก็บเกี่ยวผลอ่อน และผลแก่ หากเก็บเกี่ยวอายุ 75 วัน หลังจากการเพาะเมล็ด เรียกว่า ฟักทองนวล 1 ผลสีเหลืองอมเขียว เหมาะสำหรับทำเมนูฟักทองทอด สีฟั
