พืชทำเงิน
อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นแหล่งปลูกลำไยคุณภาพดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของพื้นที่ภาคกลาง หนึ่งในลำไยสายพันธุ์ดีของอำเภอบ้านแพ้ว คือ “ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว” เจ้าของสายพันธุ์คือ คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 42/2 หมู่ที่ 5+1 ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว เล่าว่า ผมได้ซื้อสายพันธุ์ลำไยพวงทองจากจังหวัดกำแพงเพชร และลำไยพันธุ์เพชรน้ำเอก จากจังหวัดอุตรดิตถ์ มาปลูกที่อำเภอบ้านแพ้ว ก็ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ผมได้ปลูกขยายพันธุ์เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีก่อน ได้ลำไยพันธุ์ลูกผสมที่เติบโตเร็ว แตกช่อยาว เปลือกผิวบาง ลักษณะผิวเนียน เนื้อแน่นมีกลิ่นหอม เนื้อสีชมพู รสหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับรับประทานผลสด คุณวิรัชเคยส่งลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเข้าประกวดในงานพืชสวนดีเด่นของจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2555 ก็ได้รางวัลชนะเลิศมาครอง ปีต่อมาส่งประกวดอีกรอบ ก็ประสบความสำเร็จ กวาดรางวัลที่ 1-2-3 มาครองได้ทุกรางวัล ทุกวันนี้ ลำไยพันธุ์พวงเพชรบ้านแพ้ว กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชาวสวนลำไยในอำเภอบ้านแพ้วหันมาปลูกลำไยพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่าหมื่นต้นแล้ว ล
ผักไฮโดรโปนิกส์ (hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่ ทำให้ได้พืชผักที่สะอาด การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ถือได้ว่าเป็นเทรนด์การปลูกผักแบบใหม่ที่กำลังมาแรง เนื่องจากมีขั้นตอนการปลูก บำรุง ดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก มีพื้นที่น้อยๆ ก็ปลูกได้ ไม่ต้องพึ่งดิน ไม่ต้องออกแรงมาก และเหนื่อยน้อย แต่ผลที่ได้คุ้มค่า เพราะว่าได้ผักสะอาด มีรสชาติอร่อย ผักมีความสวยงามน่ารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นุ่มและกรอบ และยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนและตนเองอย่างงดงามอีกด้วย คุณภรภัทร วุฒิพรหม คุณเจริญโชค โรจน์รังสิกุล หรือ คุณอู๊ด อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 หมู่ที่ 10 ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่เปิดฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่าย ภายใต้ชื่อ เจริญโชคไฮโดรโปนิกส์ โดยสร้างโรงเรือนหรือฟาร์มขึ้นที่บ้านของตนเอง ด้วยการแบ่งที่ดินที่มีอยู่ทั้งหมดมาทำฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จำนวน 2 ไร่ สามารถสร้างรายได้เดือนละเกือบหนึ่งแสนบาท คุณอู๊ด เล่าให้ฟังว่า ได้แบ่งที่ดินออกมา 2 ไร่ เพื่อ
ถึงแม้ประเทศไทยจะสามารถส่งออกอ้อยในรูปน้ำตาลและกากน้ำตาลได้เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งนำเงินตราเข้าประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทก็ตาม ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย dH ก็ประสบปัญหาในเรื่องราคาอ้อยตกต่ำและมีปริมาณล้นตลาด ที่สำคัญคือ ปัญหาต้นทุนการผลิตที่ยังสูง โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวอ้อย ปัญหาค่าจ้างแรงงานสูง คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 50 ของต้นทุนการผลิตอ้อยทั้งหมดต่อฤดูปลูก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยและการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ ทำให้เกษตรกรบางส่วนหันมาใช้วิธีการเผาใบอ้อยทั้งก่อนการเตรียมดินและก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวอ้อย ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ของทุกปี พบว่ามีการเผาในพื้นที่ทำการเกษตรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเผาฟางข้าวและใบอ้อย ซึ่งมีการปล่อยมลพิษ คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สูงกว่าปริมาณที่ปล่อยจากโรงงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมถึง 14 เท่าตัว เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสภาพการเผาที่ไม่สมบูรณ์ ประกอบกับเป็นการเผาวัสดุที่มีความชื้นสูง นอกจากจะสร้างมลภาวะทางอากาศแล้ว การเผายังทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินทำให้ดินเสื่อมคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วย การเผาใบอ้อยของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจะแบ่ง
จากกระแสของความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอทหัวโขนมานาน โดยเฉพาะระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ และในบางพื้นพบว่ามีการเลี้ยงกันแทบทุกครัวเรือน และแต่ละครัวเรือนเลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่น้อยกว่า 1 ตัว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมากกว่า 1 ตัว ในแต่ละครัวเรือน เป็นเพราะมีการแข่งขันประกวดประชันเสียงของนกกรงหัวจุก การเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเฟื่องฟูตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือการเลี้ยง “หนอนนก” ซึ่งเป็นอาหารของนกกรงหัวจุก จนถึงขณะนี้ มีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเพื่อจำหน่ายหลายราย ลุงหมู่ ลิ้มสกุล อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ถนนจันทร์วิโรจน์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บอกว่า การเพาะเลี้ยงหนอนนก เป็นอาชีพที่สร้างเสริมสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การเลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้เนื้อที่ก็ไม่มาก ประมาณ 5 คูณ 5 เมตร บริเวณเรือนที่อยู่อาศัย “หนอนนก ตอนนี้ทำราคาได้ดี โดยขายส่ง 250-300 บาท/ กิโลกรัม ลูกค้าก็เป็นกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก และนกทั่วไป โดยสามารถส่
การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือ ทิศหรดี โดยมีความเชื่อกันว่า จะหนุนให้ผู้ปลูกนั้นมีบุญบารมี เงินทองไหลมาเทมา จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ นอกจากนี้ชาวเหนือใช้ใบขนุนร่วมกับใบพุทรา ใบพิกุล (แก้ว) นำมาซ้อนกัน แล้วนำไปไว้ในยุ้งข้าว ตอนเอาข้าวขึ้นยุ้งใหม่ๆ เชื่อกันว่าจะทำให้หนุนนำและส่งผลให้มีข้าวกินตลอดปี และตลอดไป ทั้งนี้ ยังมีต้นไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกในบ้านตามคติความเชื่อ โดยทั่วๆ ไป หน้าบ้านจะปลูก มะยม เอาชื่อเป็นเคล็ดว่า จะเป็นที่นิยมของคนอื่นเขา บางบ้านปลูก มะขาม เอาชื่อเป็นเคล็ดถึงความเกรงขาม หลังบ้านปลูก ขนุน บางบ้านปลูก มะดัน ก็เอาเคล็ดอีกว่า จะมีคนเกื้อหนุน ผลักดันให้เจริญก้าวหน้า และยังเชื่อกันว่า การปลูกขนุนจะให้ดีนั้น ต้องปลูกทุกบ้าน นอกจากความเชื่อตามโบราณแล้ว ยังสามารถนำมากินเป็นอาหารได้ตลอดทั้งปี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเลย (พืชสวน) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเลย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ในการศึกษา วิจัย ทดสอบและพัฒนาด้านวิชาการ ฝึกอบรมอาชีพแก่เกษตรกร การผลิตปัจจัยการผลิตสนับส
ถั่วงอก เป็นผักเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ในเกือบทุกพื้นมีผู้นิยมบริโภคเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีการบริโภค วันละ 200,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะมีโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ เป็นผักชนิดเดียวที่ใช้เวลาเพาะเพียง 2-3 วัน เท่านั้น สามารถเก็บเกี่ยวได้ การเพาะถั่วงอกนั้นมีวิธีการและขั้นตอนการเพาะหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็สามารถผลิตถั่วงอกได้คุณภาพที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะของผู้เพาะแต่ละคน สำหรับเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รับการพัฒนา โดยใช้ข้อดีต่างๆ ของระบบการเพาะถั่วงอกที่มีการเผยแพร่ในท้องตลาด เช่น ถั่วงอกคอนโด ถั่วงอกรดน้ำอัตโนมัติ โดยเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ควบคุมการรดน้ำ โดยใช้ควบคุมทั้งอุณหภูมิและเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใช้ระบบน้ำหมุนเวียน โดยนำน้ำที่รดไปแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วงอก โดยการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ ชนิดต่างๆ มาทดลองใส่ในน้ำจนได้ปริมาณที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของถั่วงอกและไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย จึงสามารถตั้งเครื่อง
โรคและแมลงศัตรูพืช นับเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรแบบเงาตามตัวมาโดยตลอด ส่งผลเสียหายต่องานเกษตรกรรมทั้งคุณภาพและปริมาณผลผลิต แถมยังฉุดราคาขายให้ตกต่ำตามไปด้วย มาตรการของเกษตรกรชาวไร่ชาวสวนต่อการปราบโรคและแมลงที่ผ่านมา หากรุนแรงเกินเยียวยาก็ต้องหันไปพึ่งสารเคมีที่ส่งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แม้ระยะหลังพบว่ากิจกรรมทางการเกษตรหลายชนิดเปลี่ยนมาใช้สารอินทรีย์กัน เพราะตระหนักถึงโทษภัยที่เกิดขึ้นตามมา แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้ธรรมชาติปรับสมดุลกลับคืนมาดังเดิม แล้วก็ยังดีกว่าที่ไม่ลงมือทำอะไรก่อนที่จะสายเกินไป “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตจุลินทรีย์บ้านดงสัก” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกแห่งที่ได้หันมาใส่ใจต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้สารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ในการทำกิจกรรมทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากสมุนไพร หรือสารจุลินทรีย์ที่ผลิตจากธรรมชาติ จนพบว่าประสิทธิภาพของสารเหล่านั้นส่งผลดีต่อคุณภาพผลผลิตมีความสมบูรณ์ดีกว่าการใช้สารเคมี และที่สำคัญเป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้ผลผลิตจากการเกษตรที่ใช้สารอินทรีย์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหล
จำได้ว่าสมัยก่อน ผักหวานป่า หากินยากมาก เพราะจะมีอยู่แต่ในป่าและได้กินเฉพาะช่วงหน้าร้อน-หน้าฝน เท่านั้น แต่หลายปีมานี้มีการนำเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่ามาปลูกกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบผักชนิดนี้มีกินได้ตลอดทั้งปี ในราคาที่จับต้องได้ สวนผักหวานป่า อมรฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโพนสุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกแห่งที่ปลูกผักหวานป่าขายทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม โดยมี คุณพิมพ์พกานต์ ซ้ายกาละคำ อดีตพยาบาลสาว เป็นเจ้าของ ซึ่งในสวนนี้มีเนื้อที่ 23 ไร่ นอกจากจะปลูกผักหวานป่า 6.5 ไร่ ยังแบ่งปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ อีก อาทิ ไผ่บงหวาน 6.5 ไร่ ปลูกข้าว รวมถึงมะม่วง มะขามเทศ หม่อน ฝรั่งไส้แดง มะเดื่อฝรั่ง สมุนไพรหลากหลาย พืชผักสวนครัวนานาชนิด และเห็ดขอนขาว แปรรูปผลผลิตเพื่อสุขภาพ สวนแห่งนี้ใช่จะขายใบผักหวานป่าอย่างเดียว ยังขายเมล็ดพันธุ์และกิ่งพันธุ์ด้วย และยังนำพืชผักผลไม้ในสวนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วย อย่างเช่น น้ำมัลเบอรี่ มัลเบอรี่ไซรัป แยมหม่อน ชาใบหม่อนขาว ชาใบมะเดื่อฝรั่ง ข้าวโปร่งหม่อน ฯลฯ ใช้ชื่อแบรนด์ “แอนนา” เรียกว่าเป็นสวนที่ทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเลยทีเดีย
“เก็บเอาไว้เถอะเก็บเอาไว้ ยังมีคนต้องการ ผ่านวันนี้มาจากเมื่อวาน ยังมีวันต่อไป…” บทเพลง รักต้องสู้ ของ วงคาราบาว ดังแว่วมาจากท้องทุ่ง ลมแล้งพัดแผ่วผิว แดดในยามสายส่องแสงร้อนแรง จนต้องสวมเสื้อแขนยาวสวมหมวกมิดชิด ผมมองระยิบแดดที่เริ่มแผดกล้าขึ้น ครอบครัวหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการขุด ล้วง แคะ แหย่ และหยิบ เสียงพูดคุยเย้าแหย่หัวร่อต่อกระซิกมีไม่ขาดสาย “ทำอะไรกันน้อ วัตร” “ขุดปูนาครับพี่ ต้องเร่งมือ สายกว่านี้เดี๋ยวจะร้อน” “ได้เยอะไหมล่ะ” “พอได้ครับพี่ คงหลายสิบโคมอยู่ครับ” “โคม เป็นยังไงหนอ” “เดี๋ยวไปดูที่บ้านครับ สักพักก็จะพากันกลับแล้ว ต้องไปจัดปูเข้าคีบเข้าโคมรอส่งแม่ค้ากันต่อ” นิวัตร ปรีสมบัติ หนุ่มอีสานลูกเมืองน้ำดำ – กาฬสินธุ์ ผู้ผ่านงานมาสารพัด ตั้งแต่เป็นทหารเกณฑ์ กระทั่งปลดประจำการ แล้วก็หอบหิ้วความรู้ระดับ ม.6 เข้าไปหางานในเมืองกรุง ด้วยความหวังอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นทำงานเก็บเงิน เผื่อในวันข้างหน้าจะได้สร้างฐานะให้คนในครอบครัวสุขสบายมากขึ้น ชีวิตเริ่มต้นก็สวยงามด้วยตำแหน่งงานที่ดี หัวหน้างานจะเลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้นให้พร้อมกับเงินเดือนที
เฟซบุ๊กเป็นช่องทางการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ใครไม่ได้ใช้อาจถือว่าเชย แต่เฟซบุ๊กมีทั้งประโยชน์และโทษ…การหมกหมุ่นอยู่กับสื่อเหล่านี้ตามแบบของสังคมก้มหน้าเสียเวลามาก แต่ประโยชน์ก็มีมาก ผู้เขียนมักเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ทำการเกษตรกัน หรือกลุ่มที่ต้องการทำการเกษตร การมีชีวิตอยู่ในสังคมเกษตรเป็นที่โหยหาของคนทำงานกินเงินเดือนที่อยู่ในเมือง หลายคนรำพึงรำพันกับความยากลำบากกับงานที่ทำและโดนเจ้านายบ่นว่า ต้องการทำอาชีพเกษตรกรรมที่อิสระ ไม่อยู่ใต้บังคับใคร เขาเหล่านั้นลืมไปว่าอาชีพเกษตรกรรมไม่มีนายจ้างคอยบังคับก็จริง แต่อาชีพเกษตรกรรมมีพ่อค้าคนกลางทำหน้าที่แทนนายจ้าง ซึ่งต้องบอกว่าโหดร้ายกว่าหลายเท่า ผมมักพูดเสมอว่าคนไม่พร้อมไม่ควรมาทำอาชีพเกษตรกรรม สกู๊ปที่เขียนในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน นอกจากแนะนำด้านการผลิตและการตลาดเป็นสิ่งสำคัญแล้ว วิธีคิดและประสบการณ์ของเกษตรกรแต่ละรายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งความจริงนี้ได้ถูกนำเสนอในนิตยสารฯ อย่างต่อเนื่อง เรื่องราวต่อไปนี้ก็เช่นกัน คุณจันทร์เพ็ญ เพียรภักดี หรือ เจ้ก้อย แห่งบ้านสวนเกษตรอินดี้ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เล่าให้เราฟังอย่างมุ
