พืชทำเงิน
ถั่วลิสง เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ พ่อค้าชาวโปรตุเกสได้นำถั่วลิสงเข้ามาในจีน เมื่อศตวรรษที่17 หลังจากนั้นคณะหมอสอนศาสนาชาวอเมริกันได้นำถั่วลิสงสายพันธุ์ต่างๆ เข้ามาอีกในศตวรรษที่ 19 ถั่วลิสง ที่ยังไม่กะเทาะเปลือกส่วนใหญ่มีสีเปลือกฝักสีน้ำตาลอ่อน ไม่พบเปลือกฝักถั่วลิสงเป็นสีอื่น เช่น สีแดง สีดำ เป็นต้น สำหรับถั่วลิสงผิวดำแล้ว จึงไม่ใช่ถั่วลิสงที่มีฝักสีดำ ส่วนที่เป็นสีดำอยู่ที่เยื่อหุ้มเมล็ด โดยทั่วไปแล้วเยื่อหุ้มเมล็ดของถั่วลิสงที่พบมักเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีแดง สีชมพู หรือสีขาวและเป็นลายแต้ม เช่น พันธุ์ไทนาน 9 มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู พันธุ์ลำปางเยื่อหุ้มเมล็ดมีสีชมพู พันธุ์ขอนแก่น 60-3 เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูและส้มอ่อน พันธุ์สุโขทัย 38 เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง เป็นต้น ทดลองปลูกในไทย ถั่วลิสงผิวดำ (black peanuts) หรือเรียกอีกชื่อว่า “selenium-rich black peanuts” ถั่วลิสงผิวดำนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เป็นถั่วที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นสีดำทั้งหมด แต่มีเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นสีม่วงเข้มหรือสีม่วงดำ มองเหมือนสีดำมากกว่า จึงเรียกเป็นถั่วลิสงผิวดำแทนที่จะเรียกถั่วลิสงเยื่อหุ้มเมล็ดสีม่วง หรือถั่วลิสงสีม่วง &
ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการปลูกพืชไร่ทางเลือกหลักเพียง 3 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อย ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่วนมันสำปะหลัง นำไปผลิตเป็นแป้งมัน เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ และส่งออกเป็นบางส่วน สำหรับอ้อย นำไปผลิตเป็นน้ำตาลสูงได้ถึง 11.3 ล้านตัน และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 2.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ ปัจจุบัน เมืองไทยมีพืชไร่ตัวเลือกใหม่ คือ “หญ้าเนเปียร์” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายว่า หญ้าเนเปียร์ น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างความร่ำรวยให้แก่เกษตรกไทยได้ในอนาคต เพราะ เกษตรกรสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้ถึง 2 ช่องทาง คือ เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ในกลุ่มสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำได้แล้ว ยังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานได้อีก โดยใช้หญ้าเนเปียร์หมักร่วมกับมูลสัตว์ทำให้เกิด “พลังงานชีวภาพ” นำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้ม และผลิตกระแสไฟฟ้า ตลาด “หญ้าเนเปียร์” อาจารย์สันติ เหลืองทวีผล เจ้าของกิจการ “สันติฟาร์ม” ฟาร์มบราห์มันมาตรฐานของเมืองโคราช ตั้งอยู่เลขที่ 197/1 หมู่ 3 ต.ลาดบัวขา
มีผลวิจัยในการปลูกพริก พบว่า พริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดในโลก คือ พริกพิโรธ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากแคว้นอัสสัม ประเทศอินเดีย ชอบอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นเหมาะสม สถานีเกษตรหลวงปางดะ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ประสบผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยการปลูกพริกพิโรธ ถืงเป็นพริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดในโลก พริกโดยทั่วไปของไทย อย่าง พริกขี้หนู ที่ว่าเผ็ด ความเผ็ดอยู่ที่ 35,000-70,000 สโควิลส์ (สโควิลส์ คือ หน่วยวัดความเผ็ด) ส่วนพริกพุตโจโลเกียของอินเดียที่ว่าเผ็ดที่สุดในโลก มีความเผ็ด 800,000-1,000,000 สโควิลส์ และพริกพิโรธน่าจะเผ็ด 800,000 สโควิลส์ ขึ้นไป ขั้นตอนการปลูกพริกพิโรธ เตรียมแปลงด้วยการไถพรวนแล้วตากแดดทิ้งไว้ ประมาณ 7-10 วัน ขึ้นแปลงปลูกและปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก 3,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ในอัตรา 30 กิโลกรัม ต่อไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คลุมแปลงด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันวัชพืชและควบคุมความชื้นในดิน การเตรียมเมล็ดพันธุ์ ต้องแช่เมล็ดพริกพิโรธในน้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 50-55 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที จากนั้นผึ่งเมล็ดให้แห้งแล้วคลุกด้วยยาป้องกันเชื้อราที่อาจจะติดมากับเม
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำว่า การกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด หรือ Fall armyworn ในพื้นที่ปลูกข้าวโพดนั้น เกษตรกรสามารถทำได้โดยการเน้นใน 4 ขั้นตอน 1. สำรวจแปลงข้าวโพด 2. ควบคุมหนอนโดยชีววิธี 3. ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 4. แจ้งศูนย์กำจัดศัตรูพืชชุมชนหรือสำนักงานเกษตรใกล้บ้าน
ยุคนี้ คนไทยใช้ชีวิตลำบากมากขึ้นเพราะสินค้าครองชีพมีราคาแพงแทบทุกอย่าง ทำให้นึกถึงคำพูดของ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งวงการเกษตรกรรมสมัยใหม่ ที่ว่า “เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง” ถือเป็น อมตะวจี ที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัยจริงๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีอาชีพที่มั่นคงเลี้ยงครอบครัว อยากแนะนำให้ลองมาปลูกไผ่ สร้างรายได้กันดีกว่า ไผ่มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่หม่าจู ไผ่ซางหม่น ไผ่ไจแอนท์ ไผ่ปักกิ่ง ไผ่ตงหม้อ ไผ่หก ไผ่ข้าวหลาม ไผ่บงหวาน ไผ่ดำ ฯลฯ ไผ่ตงลืมแล้ง เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีจุดเด่นสำคัญคือ ให้หน่อดก และออกหน่อนอกฤดูได้ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ ไผ่ตงลืมแล้ง มีจุดเด่นเรื่องหน่อโต คุณภาพดีและให้ผลดกกว่าไผ่พันธุ์อื่นๆ หลายเท่าตัว หากปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการที่ดี จะให้ผลผลิตสูง 30-50 กิโลกรัม/กอ/ปี นอกจากนี้ ไผ่ตงลืมแล้งยังมีคุณสมบัติเด่นสำคัญ คือทนทานต่อปัญหาน้ำท่วมได้ดีมากและสามารถนำไปแปรรูปอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม แกง ซุป หมก ผัด ต้มกระดูกหมู รวมทั้งแปรรูปเป็นหน่อไม้ดอง แต่ละปีหน่อไม้ดองมีมูลค่าทางการตลาดสูงมากทีเดียว ตลาดต้องการ หน่อไม้นอกฤดูจำนวน
ช่วงฤดูร้อนของทุกปี มักเกิดปัญหามะนาวขาดตลาด ทำให้ราคามะนาวช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี มีราคาซื้อขายอยู่ในเกณฑ์สูง ทำให้หลายคนสนใจปลูกมะนาวเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน หรือปลูกมะนาวเชิงการค้า เพื่อให้มีผลผลิตสำหรับจำหน่ายในช่วงที่มะนาวมีราคาแพง “คุณธวัช เกตุรัตน์” เกษตรกรในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำเกษตรผสมผสานบนเนื้อที่ 50 ไร่ พืชหลักที่สร้างรายได้ดีคือ การปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพวง เพราะเป็นสายพันธุ์มะนาวที่ให้ผลตอบแทนสูง คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากมะนาวพันธุ์แป้นพวงให้ผลดกและออกลูกง่าย หากต้นมะนาวแป้นพวงมีสภาพต้นสมบูรณ์ สามารถออกลูกได้ตลอดทั้งปี แม้กระทั่งช่วงฤดูแล้ง ก็ยังให้ผลดกเต็มตัน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในแต่ละปี จุดเด่นสำคัญของมะนาวพันธุ์แป้นพวง คือ เปลือกผิวบาง น้ำเยอะ มีกลิ่นหอม หนามสั้น ดูแลจัดการง่าย มีผลสวย ขนาดผลใหญ่กว่ามะนาวแป้น เปรียบเทียบกับมะนาวแป้นโดยทั่วไป หากดูแลจัดการไม่ดี อาจได้ผลมะนาวตกเกรดได้ง่าย การปลูก ช่วงเตรียมดิน แนะนำให้ปลูกปุ๋ยพืชสดประเภทถั่วพร้า ถั่วพุ่ม เพื่อบำรุงดินก่อน จึงค่อยไถกลบ หลังจากนั้น ขุดหลุมลึก 5
ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 ผลงานได้รับรางวัลประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ประจำปี 2555 จากสภาวิจัยแห่งชาติ โดยมีนักวิจัยคือ ผศ.ดร. วราภรณ์ แสงทอง และนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมวิจัย จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ข้าวเหนียว มีความสำคัญในภาคเหนือ โดยเฉพาะข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 ที่มีกลิ่นหอมและคุณภาพการหุงต้มดี แต่ข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 เป็นข้าวต้นสูงและไวต่อช่วงแสง จึงปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ดังนั้น ในปี 2551 คณะผู้วิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำพันธุ์ข้าวเจ้าหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง พันธุ์ปทุมธานี 1 มาปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ด้วยวิธีการผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลเป็นตัวช่วยในการคัดเลือก จึงได้สายพันธุ์ใหม่ ในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ส่งข้าวสายพันธฺุ์นี้เข้าประกวด ได้รับรางวัลดีเด่น เรื่องข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 และในปีเดียวกันได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น จากกรมการข้าว ได้รับกา
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสงสัยว่า มะพร้าวกะทิ กับมะพร้าวแกงเกิดขึ้นแตกต่างกันอย่างไร ผมเพียงแต่ทราบว่า ในต้นมะพร้าวต้นเดียวกัน จะมีมะพร้าวกะทิปะปนอยู่แต่ไม่มาก และหากนำผลมะพร้าวกะทิไปปลูกก็ไม่ได้ เมื่อไม่นานมานี้ทราบว่า มีการผลิตกล้าพันธุ์มะพร้าวกะทิได้แล้ว ผมจะต้องไปติดต่อซื้อพันธุ์ได้ที่ไหน กรุณาแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ สมชัย กาญจนศิริพงษ์ สุพรรณบุรี ตอบ คุณสมชัย กาญจนศิริพงษ์ เมื่อเริ่มต้นการสร้างเนื้อมะพร้าว จะเหมือนกันทั้งมะพร้าวแกง และมะพร้าวกะทิ โดยการสร้างคาร์โบไฮเดรต ที่ชื่อว่า กาแลคโตแมนแนน ต่อมามะพร้าวแกงจะสร้างเอนไซม์ แอลฟ่า-ดี กาแลคโตซิเดส มาย่อย กาแลคโตแมนแนน ให้เป็นคาร์โบไฮเดรต เรียกว่า แมนแนน ที่เป็นเนื้อมะพร้าวธรรมดาหรือมะพร้าวแกง แต่มีบางผลที่ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ แอลฟ่า-ดี กาแลคโตซิเดสได้เนื้อมะพร้าวก็ยังคงเป็นคาร์โบไฮเดรต กาแลคโตแมนแนน ที่มีลักษณะนุ่ม เหนียว คล้ายวุ้น รสชาติดี เป็นที่ชื่นชมของผู้บริโภค มะพร้าวกะทิ แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มีเนื้อมะพร้าวกะทิหนาไม่มาก และนุ่ม คล้ายข้าวสุก กลุ่มที่สอง เนื้อหนาปานกลาง และ กลุ่มที่สาม เนื้อหนามาก และ
ถึงแม้ได้ชื่อว่าอยู่ในพื้นที่เมืองสี่แคว แต่ไพศาลีดูร้อนแล้ง สภาพทั่วไปที่เห็น…เกษตรกรทำพืชไร่ ขึ้นชื่อมากๆ คือ ปลูกอ้อย ส่งโรงงานน้ำตาล ปลูกมันสำปะหลัง ครอบครัวของ คุณสุธาสินี วันดี ทำพืชไร่มานาน จนกระทั่งเธอเรียนจบทางด้านพืชผัก จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงเริ่มมีปรับแผนการทำเกษตร สิ่งที่เธอทำอยู่ ถึงแม้เริ่มต้นไม่นานนัก แต่หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มสดใส นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของพ่อแม่ คุณสุธาสินี วันดี หรือ คุณนก อยู่บ้านเลขที่ 5/4 หมู่ที่ 18 ตำบลสำโรงชัย อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ 60220 คุณนก เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่น 77 เรียนจบ ลงมือทำเกษตร ยอมรับว่ายาก แต่มีลู่ทาง คุณนก เล่าว่า เดิมทางบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป งานเกษตรที่ทำกันคือ นาข้าว อ้อย มันสำปะหลัง มะขามเทศ สิ่งที่ประสบเหมือนกับเกษตรกรที่อื่นคือ ราคาตกต่ำ “แต่เดิมเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ เมื่อจบ ม.ปลาย มีความคิดว่าจะเรียนอะไรดีที่เหมาะสมกับตัวเราเองมากที่สุด ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ ตอนแรกก็คิดว่าเรียนไปเถอะ เรียนให้จบๆ ไป อยากให้ครอบครัวภูมิใจบ้าง คนต่างจังหวัดหากบุตรหลานมีการศึกษาสูงๆ นั้นเป็นเรื่องที
50 ปีที่ผ่านมา การระบาดของแมลงวันผลไม้ยังไม่รุนแรงเท่าปัจจุบัน ชมพู่ที่ปลูกไว้ข้างบ้านสามารถเก็บกินได้โดยไม่ต้องห่อ ปัจจุบันถ้าไม่ห่อจะไม่ได้กินแม้แต่ผลเดียว เพราะแมลงวันผลไม้จะเข้าทำลายตั้งแต่ผลยังเล็ก ทำให้ผลเน่าและร่วงหล่นจนหมด ปัจจัยที่ทำให้แมลงวันผลไม้หรือแมลงวันทองเป็นแมลงศัตรูสำคัญของผลไม้ในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีการปลูกพืชหลายชนิดหมุนเวียนตลอดปี พืชต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะไม้ผลเกือบทุกชนิดเป็นพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ ซึ่งแมลงวันผลไม้ที่สำคัญในบ้านเราคือ Oriental fruit fly (Bactrocera dorsalis Hendel) มีพืชอาศัยมากกว่า 50 ชนิด และ guava fruit fly (Bactrocera correcta Bezzi) มีพืชอาศัยมากกว่า 36 ชนิด พืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ทั้งสองชนิดมีทั้งผลไม้ยอดนิยมที่ชาวบ้านชอบปลูกไว้ประจำบ้าน เช่น ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง และผลไม้ในป่าอีกหลายชนิด ผลไม้เหล่านี้จะทยอยออกดอกติดผลตลอดทั้งปี และกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้แมลงวันผลไม้สามารถขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณได้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัด เพราะมีพืชอาหารต่อเนื่อง ในโครงการการจัดการแมลงวันผลไม้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยคิดว่าก
