พืชทำเงิน
จังหวัดในภาคเหนือของไทย เป็นแหล่งปลูกข้าวพันธุ์ดีอีกแหล่งหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจากสายพันธุ์ที่ปลูกและคิดค้นโดยคนไทยเอง กระจายการทดลองปลูกจนได้ผลผลิตเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศแล้ว เทคโนโลยีการปลูกและคิดค้นสายพันธุ์ข้าวยังคงไม่หยุดนิ่ง ไม่เฉพาะสายพันธุ์ที่เติบโตภายในประเทศเท่านั้น ยังคงรวมถึงสายพันธุ์จากต่างประเทศ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย เป็นศูนย์วิจัยข้าวแห่งแรกที่นำ “ข้าวญี่ปุ่น” เข้ามาทดลองปลูกในประเทศไทย สถาบันวิจัยข้าวเริ่มดำเนินงานเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการปลูกข้าวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ ปี 2507 โดยได้ดำเนินที่สถานีทดลองข้าวพาน จังหวัดเชียงราย ต่อมาในปี 2530 สถานีทดลองข้าวพาน ได้เก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากแหล่งต่างๆ มาขยายเมล็ดพันธุ์ จากนั้นนำไปปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้น เมื่อปี 2531-2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพานและสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง เมื่อปี 2532-2533 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานี เมื่อปี 2533-2534 หลังจากนั้นนำไปปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก ชัยนาท สกลนคร และจังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งบันทึกผลผลิต ลักษณ
เห็ด ได้รับการยกย่องว่าเป็น อาหารมหัศจรรย์ ด้วยสรรพคุณของการรักษาและคุณค่าทางอาหารมากมาย จนทำให้เกิดกระแสการรับประทานเห็ดแพร่หลายกระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศสหรัฐอเมริกามีการศึกษาวิจัยนำมาเป็นยารักษาโรค ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นนิยมการบริโภคเห็ดในชีวิตประจำวัน จนเป็นที่กล่าวขานกันว่ารับประทานเห็ดให้ได้ 8 ชนิดต่อหนึ่งมื้ออาหารจะทำให้อายุยืนและปราศจากโรคภัย อีกทั้งเห็ดยังเป็นเมนูอาหารชีวจิตที่ช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยต่างๆ ได้ ดังเช่นเห็ดกระดุมบราซิล หนึ่งในหลายผลงานวิจัยดีเด่นของมูลนิธิโครงการหลวง เห็ดกระดุมบราซิล มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเบาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า ในบ้านเราทำการศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้สำเร็จเมื่อปี 2535 จนถึงปัจจุบันเพาะเลี้ยงขยายในเชิงการค้าได้แล้ว ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เห็ดกระดุมบราซิลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ คือ มีผลช่วยต่อต้านการเกิดเนื้องอก ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง มีเยื่อใยอาหารที่ไม่ย่อยสลาย มีการดูดซับสารที่ก่อให้เกิดม
นางประภัสสร หนูแก้ว ประธานกลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านพรุเตียว และสมาชิกกลุ่ม จำนวน 8 ราย ปลูกข้าวไร่สายพันธุ์พื้นถิ่น ได้แก่ ข้าวหอมหัวบอน ข้าวภูเขาทอง และ ข้าวเหนียวดำไร่ แซมสวนปาล์มน้ำมันอายุน้อย ในพื้นที่บ้านคอกวัว หมู่ที่ 10 ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ พื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ด้วยความโดดเด่นด้านทิวทัศน์และโลเคชั่นที่สวยงามเหมาะที่จะพัฒนาเป็นจุดชมวิว ยิ่งในช่วงที่ข้าวสุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยวผืนนาจะกลายเป็นทุ่งข้าวสีทองไปตามแนวลาดเอียงของพื้นที่ตัดกับท้องฟ้าและแนวเขา ทำให้น่าชมยิ่งนัก และเพื่อให้เป็นหนึ่งจุดที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เรียกว่าถ้ามาอำเภอเขาพนมต้องมาชมวิว ชมวิถีคนที่นี่ก่อน ก่อนจะไปเที่ยวจุดต่อไป ส่วนผลผลิตส่งขายตลาดเกษตรกร และสามารถเชื่อมโยงผลผลิตไปยังโรงแรม รีสอร์ท ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตามสโลแกน From Farm To Hotel จากฟาร์มสู่โรงแรม ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ได้ร่วมกับจังหวัดจัดงานรณรงค์สร้างเครือข่ายตลาดเกษตรกรไปเมื่อเร็วๆ นี้ นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที
เมื่อเร็วๆนี้ คุณอรจรรยา จันทวรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทรักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด หรือ KTBGS ได้จัดเวิร์กช็อปประจำปี สำหรับพนักงานที่กำลังจะเกษียณของบริษัทฯในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมีแนวคิด ‘หากพนักงานเกษียณไปแล้ว จะทำอย่างไรให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข’ จึงได้พาคณะพนักงานที่สนใจ มาศึกษาดูงานที่ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านสารภี ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม คุณอรจรรยา จันทวรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทรักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด หรือ KTBGS สำหรับศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อ ” ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงชุมชนบ้านสารภี ” แห่งนี้ มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และแนวทางการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ให้ทั้งเกษตรกร และผู้ที่สนใจมาดูงาน เพื่อให้มีความแข็งแกร่ง อันเป็นการสร้างรากฐานต่อยอดในแต่ละอาชีพ คุณสุชล สุขเกษม ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี โดยคุณสุชล สุขเกษม ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภีนั้น มีประสบการณ์ การดูงานด้านเกษตรในหลายจังหวัด ทั้งยัง
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)สุวรรณภูมิ จัดโครงการคลินิกเทคโนโลยี การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การปลูกพืชในชั้นปลูกโดยใช้แสงเทียม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะด้านวิชาชีพให้กับประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไปได้มีการฝึกปฏิบัติและได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพสำหรับตนเองและชุมชนและเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน จึงได้มีการนำโครงการฝึกอบรม “การปลูกพืชในชั้นปลูกโดยใช้แสงเทียน” เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีเผยแพร่ให้กับชุมชนและสังคม รศ.นภัทร วัจนเทพินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.สุวรรณภูมิ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ 1. น้ำ ปริมาณคุณภาพ PH 2. อากาศ ออกซิเจน อุณหภูมิ ความชื้น การไหลเวียนอากาศ 3. แสง ชั่วโมงแสง คุณภาพแสง ความเข้มแสง สีของแสง 4. ธาตุอาหาร หลัก NPK ธาตุรอง ca mg fe cu zn b ph ec ซึ่งแสงที่พืชต้องการมากที่สุด เรียกว่า พาร์สเปกตรัม มีความยาวคลื่นแสง 380-770 นาโนเมตร ผลดีของแสงต่าง ๆ ต่อการเจริญเติบโตของพืช สีม่วง ไม่แน่นอน แต่อาจมีผลมาจากแสงสีน้ำเงินที่ 400 นาโนเมตรอยู่บ
หอมแป้น เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกผักที่คล้ายต้นหอม มีใบเรียวยาว แต่ใบแบน บาง เป็นการเรียกตามลักษณะของมันที่แบน บาง เช่น ไม้แป้น หมายถึง ไม้กระดานเป็นแผ่นบาง หอมแป้น จึงหมายถึง กุยช่าย ที่คนเมืองเหนือเคยชินกับการเรียก หอมแป้น มากกว่าเรียก กุยช่าย ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันมากนักก็ตาม ส่วน ขนมกุยช่าย จะไม่เรียกว่า ขนมหอมแป้น กุยช่าย พืชผักที่มีกลิ่นฉุน มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายสูงด้วยสรรพคุณทางยาหลายด้าน กุยช่ายนำมาประกอบอาหารได้ไม่กี่อย่าง กุยช่ายเป็นที่ต้องการของตลาดมาตลอด แม้บางช่วงราคาจะไม่สูงเหมือนผักอื่นก็ตาม มักนำกุยช่ายผัดกับเต้าหู้ ใส่กับผัดไทย และขนมกุยช่าย การนำกุยช่ายมาประกอบอาหารอยู่ในวงจำกัด การปลูกกุยช่ายมักปลูกร่วมกับผักชนิดอื่น แหล่งปลูกกุยช่ายอยู่ที่ราชบุรี นครปฐม ในบางพื้นที่ปลูกแต่กุยช่ายเพียงชนิดเดียวเป็นแปลงใหญ่ การปลูกกุยช่ายเป็นการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรกอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชผักอายุยืน ต่างจากผักชนิดอื่นอยู่ได้เพียงฤดูเดียว หลังจากปลูกกุยช่ายแล้วการดูแลรักษามีให้ทำน้อย ให้ผลผลิตได้เร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี การเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อยไม่เปลืองแรงงาน
พื้นที่ที่ถูกขุดปลูกเป็นไร่อ้อย กว่า 600 ไร่ ในเขตตำบลหนองจาน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในความดูแลของเกษตรกรวัยกลางคน คุณศรี ปานมา อายุ 66 ปี ชาวไร่อ้อย แต่กำเนิด แม้อายุจะเลยวัยเกษียณมาแล้ว แต่คุณศรี ก็จัดว่าเป็นเกษตรกรตัวยงคนหนึ่ง ที่ตรากตรำ คร่ำเคร่งกับงานในอาชีพอย่างมั่นคง และมุ่งมั่นศึกษา พัฒนา เพื่อต่อยอด ให้การปลูกอ้อยที่ทำมาตลอดชีวิตมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น คุณศรี ไม่มีวุฒิการศึกษาใดมาประดับ อ่านและเขียนหนังสือได้ไม่มาก แต่ ณ วันนี้ รางวัลที่เป็นเครื่องการันตีว่าเกษตรกรผู้นี้มีคุณสมบัติน่ายกย่องให้เป็น “สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” ตามหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวจริง การปลูกอ้อยที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา ของคุณศรี มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การไม่เผาใบอ้อยในไร่เฉกเช่นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยทั่วไป เป็นสิ่งที่คุณศรีทำมาตั้งแต่จำความได้ว่า เริ่มลงมือปลูกอ้อยทุกขั้นตอนด้วยตนเอง เหตุผลถูกอธิบายเพียงสั้นๆ ว่า ดินที่เสื่อมสภาพจากการเพาะปลูกหลายครั้ง ส่วนใหญ่เสื่อมสภาพจากการขาดธาตุไนโตรเจน ใบอ้อยที่ถูกตัดทิ้งหลังเก็บเกี่ยว เป็นใบอ้อยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง หากไถกลบไปพร้อมกับการ
คุณองค์อร พิพัฒธาดา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ที่ 13 บ้านนาไผ่ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทร. (089) 501-3332 เป็นหญิงแกร่งผู้ต่อสู้กับชีวิตด้วยความมุ่งมั่น จัดระบบนาข้าวอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาด และเป็นผู้สร้างเครือข่ายช่วยเหลือเพื่อนๆ เกษตรกรอาชีพเดียวกันให้รวมกลุ่มได้อย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลเป็นแรงหนุน นับเป็นเกษตรกรดีเด่นและเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer) ที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรชาวนาไทย จุดหักเหชีวิต จากมนุษย์เงินเดือน มุ่งสู่บ้านเกิด ทำนาข้าวอินทรีย์ คุณองค์อร พิพัฒธาดา เล่าถึงอดีตให้ฟังว่า เธอเคยทำงานเป็นพนักงานหลายหน่วยงานอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก็หลายปี สามี คุณไพวัลย์ พิพัฒธาดา เคยทำงานด้านครีเอทีฟ โฆษณา มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านงานโฆษณาและการตลาด เป็นคนแข็งแรงมาก ก็มาเป็นโรคไตวาย จนต้องปลูกถ่ายไตใหม่ เธอมีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่เป็นโรคเลือดธาลัสซีเมีย ลูกชายคนเล็กเป็นดาวน์ซินโดรม เธอกับสามีได้เก็บหอมรอมริบได้เงินก้อนหนึ่งกลับบ้านเกิด ช่วงเวลาและจังหวะมีโอกาสที่ดีได้ซื้อที่นาที่พ
มะขาม เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดี ทั้งมะขามหวานและมะขามเปรี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะขามเปรี้ยว คนไทยเราใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารหลายชนิดคู่ครัวไทย นอกจากนั้น เนื้อไม้มะขามที่มีความเหนียวยังนิยมนำมาทำเขียงใช้กันทุกครัวเรือน ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ถือว่า มะขาม เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี อีกทั้งต้นมะขามยังเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม ถือกันเป็นเคล็ดว่าจะทำให้มีแต่คนเกรงขาม โดยทั่วไป มะขาม เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก ไม่มีหนาม เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบขนาดเล็กออกตามกิ่งก้าน มีใบเป็นคู่ ประกอบด้วยใบย่อย 10-15 คู่ ออกดอกตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดง/ม่วงแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 เซนติเมตร ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็ง กรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน ตามชนิดพันธุ์ ฝักหนึ่งๆ จะมีเมล็ด 3-12 เมล็ด เมล็ดแก่สีน้ำตาลเป็นมันเงา มะขามเปรี้ยวมีปลูกอยู่ทั่วไปทุก
จากสภาพอากาศในช่วงฝนตกชุกและมีความชื้นสูงระยะนี้ อาจส่งผลกระทบให้ต้นกล้ามะละกอเกิดโรคได้ง่าย กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอให้เตรียมรับมือ โรคเน่าคอดิน สามารถพบได้ในระยะต้นกล้า โดยจะพบต้นกล้ามะละกอแสดงอาการทรุดโทรมผิดปกติ เหี่ยวเฉา หากตรวจดูบริเวณโคนต้นในระดับผิวดิน จะเห็นเป็นแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาล ต่อมาเนื้อเยื่อบริเวณแผลนั้นจะเน่า ลำต้นหักพับ และตายในที่สุด เชื้อราอาจเข้าทำลายเมล็ด ทำให้เมล็ดเน่าก่อนจะงอกพ้นดิน หากเกษตรกรพบต้นกล้าที่เป็นโรค ให้รีบนำต้นที่เป็นโรคออกจากแปลงไปเผาทำลายนอกแปลงเพาะกล้าหรือแปลงปลูกทันที และในบริเวณโคนต้นที่อยู่ใกล้เคียงให้ราดด้วยสารโพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์ 72.2% เอสแอล อัตรา 1.5-3 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 5 ลิตร หรืออัตรา 6-12 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไฮเมกซาโซล 36% เอสแอล อัตรา 22-26 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร นอกจากนี้ ก่อนการเพาะต้นกล้ามะละกอ ให้เกษตรกรเลือกใช้มะละกอพันธุ์ต้านทานโรคคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค และเลือกวัสดุปลูกจากแหล่งที่ปราศจากการระบาดของโรค จากนั้น ให้นำเมล็ดพันธุ์มะละกอคลุกด้วยสารเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 7 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม
