พืชทำเงิน
เดิมที หม่อนไหม เป็นเรื่องของการนำเอาเส้นใยมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม อาชีพนี้ยอดฮิตอยู่บนแดนดินถิ่นที่ราบสูง มีหลายครอบครัวปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีโอกาสหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านการศึกษา ภาคอื่นก็พบเห็นเช่นกัน ระยะหลังๆ เริ่มปลูกหม่อนกินผล รวมทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งพบว่า มีผู้ประสบความสำเร็จในเรื่องของการผลิตและแปรรูปจำหน่าย หม่อนกินผล ต่างจากหม่อนไหมเส้นใย ตรงที่นำผลมาบริโภค ดังนั้น การผลิตต้องคำนึงถึงสุขอนามัย ด้วยเหตุนี้ จึงมีการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ขึ้น ที่จังหวัดสกลนคร ถือเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ หน่วยงานของรัฐได้เข้าไปส่งเสริมหม่อนกินผลอินทรีย์ โดยการรับรองแบบมีส่วนร่วม คุณเพชรี บุญทวี นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 2 จังหวัดอุดรธานี ที่ร่วมรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสกลนคร บอกว่า หากมีการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ โดยมีองค์กรรับรอง จะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น เกษตรกรผู้ผลิตก็จะสามารถลดต้นทุนการผลิต มีความปลอดภัย จำหน่ายได้ในราคาที่เป็นธรรม เกษตรอินทรีย์ การรับรองแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมผลิ
คุณทองดี กำลังงาม เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เล็งเห็นลักษณะพิเศษของมะละกอสายพันธุ์นี้ จึงได้เลือกปลูกมะละกอแขกนวลในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนมากถึง 38 ไร่ จึงนับว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขามากว่า 20 ปี กันเลยทีเดียว คุณทองดี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำอาชีพทางการเกษตร คือทำไร่ ทำนา ซึ่งการทำนาจะขายผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น จึงคิดว่าไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับเขาได้มากพอ จึงได้คิดมองหาพืชชนิดใหม่ที่น่าจะสร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปี หรือ 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 1 ครั้ง “ถ้าย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน พอคิดว่าไม่อยากทำไร่ทำนาแล้ว ผมก็เลยมองหาพืชสนิทอื่นมาปลูก ก็เลยเลือกเป็นมะละกอ เพราะมะละกอถ้าพูดกันตามตรง ถือว่ายังเป็นที่นิยมบริโภค โดยเฉพาะทางภาคอีสานจะนิยมส้มตำ ผมก็เลยเน้นปลูกมะละกอพันธุ์แขกนวล เป็นมะละกอที่มีรสชาติอร่อย เวลาที่นำมาทำส้มตำ และที่สำคัญเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างติดลูกได้เร็ว และผลดกอีกด้วย” คุณทองดี เล่าถึงที่มา ซึ่งการทำสวนมะละกอทั้งหมดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณทองดี บอกว่า ใช้เมล็ดพันธุ์ที่เกิดจากการคัดสายพันธุ์ภายในสวนเอง โดยดูจากต้นที่มีฟอร์มด
อินทผลัม ไม้ผลทางเลือกใหม่ของเกษตรกรจังหวัดชัยนาท ผู้ที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากอาชีพการทำนา ทำให้มีหนี้สิน เป็นเงินนับล้านบาท แต่ก็ยังมีโชคเข้าข้างเมื่อเพื่อนมาเยี่ยมเยียนพร้อมกับนำอินทผลัมผลสดมาฝาก ครั้นกินดูแล้วทำให้ได้กลิ่นหอม รสชาติหวานนุ่มอร่อย เหมือนมีพลังให้ฮึดสู้ ในเวลาต่อมาจึงตัดสินใจหยุดทำนาแล้วเปลี่ยนมาปลูกและผลิตอินทผลัม กระทั่งประสบความสำเร็จให้มาลืมตาอ้าปาก มีรายได้เงินล้านเพื่อสู้กับวิถีนี้ต่อไป คุณเฉลย ปิ่นทอง เกษตรอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า วิถีเกษตรกรรมของเกษตรกรส่วนใหญ่คือ การใช้วิธีการปลูกและผลิตแบบเดิมๆ ขาดองค์ความรู้และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้ต้นทุนการผลิตสูง ไม่มีตลาดรองรับ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้มีหนี้สินและส่งผลต่อรายได้ที่ไม่เพียงพอในการยังชีพ การใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เกษตรกรก้าวสู่ความสำเร็จได้ และการปลูกอินทผลัมก็เป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น ถึงแม้อินทผลัมไม่ใช่พืชบ้านเรา เป็นพืชเขตเมืองร้อนทะเลทราย แต่ก็ปลูกได้ในบ้านเรา เพราะทนแล้งทนร้อนได้ดี มีอายุการเก็บเกี่ยวหรือให้ผลผลิตนานกว่า 70 ปีขึ้นไป ที่สำคัญเม
จากสภาพอากาศชื้นในระยะที่มีฝนตกช่วงนี้ เกษตรกรผู้ปลูกมะเขือเทศควรเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากไวรัส 4 โรค คือ โรคใบหงิกเหลือง โรคใบด่างเรียวเล็ก โรคใบด่าง และโรคเหี่ยวลาย ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ โรคใบหงิกเหลือง จะพบใบยอดและใบอ่อนหดย่นหงิกสีเหลือง ขอบใบม้วนงอ ยอดเป็นพุ่ม ใบแตกใหม่เล็ก ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล หรือติดผลน้อยมาก ส่วนโรคใบด่างเรียวเล็ก มักพบใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อน ม้วนงอ ต่อมาใบเรียวเล็กกว่าปกติ หากรุนแรงมาก ใบจะเรียวเล็กเหลือแต่เส้นกลางใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต ไม่ติดผล หรือผลมีเล็ก กรณีเกิดโรคในระยะกล้า จะทำให้ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล สำหรับโรคใบด่าง จะมีใบด่างสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อนหรือสีเหลือง ใบอ่อนหดย่นเป็นคลื่นมีขนาดเล็กกว่าปกติ และใบยอดที่ปลายกิ่งบิดเกลียว ต้นชะงักการเจริญเติบโต ติดผลน้อย ผลด่าง หากเกิดโรคในระยะกล้า ต้นแคระแกร็น ใบเล็กและลดรูป ส่วนโรคเหี่ยวลาย มักพบมีแผลเนื้อเยื่อตายสีน้ำตาลเข้มหรือดำกระจายทั่วทั้งใบ หรือเกิดรอยด่างสีเหลือง ใบยอดด่างและยอดสั้น ใบอ่อนแห้งตายจากปลายใบเข้าหาโคนใบ ใบแก่มีสีเหลืองขนาดเล็กกว่าปกติ ตามแนวยาวของลำต้นแ
อากาศร้อนชื้นและฝนตกหนักในระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนฝรั่งให้เฝ้าระวังการเกิดโรคราดำที่เกิดจากเชื้อรา มักพบได้ในระยะที่ฝรั่งเริ่มติดผล เริ่มแรกจะพบคราบราดำเหนียวติดตามส่วนต่างๆ ของต้นฝรั่ง เช่น ใบ ยอด ช่อดอก หรือผล ทำให้บดบังการรับแสง หากพบแสดงอาการที่ช่อดอก จะส่งผลต่อการผสมเกสรทำให้ไม่ติดผล ดอกออกน้อย ดอกบานช้า ดอกบานผิดปกติ ดอกเหี่ยว และหลุดร่วงลงได้ กรณีพบแสดงอาการที่ผล อาจทำให้ผลสุกช้า สีผลไม่สม่ำเสมอ ผลเหี่ยว และหลุดร่วง สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราดำ มักพบเชื้อราเจริญบนสารเหนียวที่แมลงปากดูดขับถ่ายไว้ในช่วงที่มีการระบาด โดยเฉพาะเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง หากพบโรคให้เกษตรกรพ่นด้วยน้ำเปล่า ล้างคราบราดำที่ติดตามส่วนต่างๆ ของต้นฝรั่งในระยะแทงช่อดอกออก เพื่อลดปริมาณเชื้อ จากนั้นควรพ่นตามด้วยสารกำจัดแมลง หากพบเพลี้ยจักจั่น พ่นด้วยสารกำจัดแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนของเพลี้ยหอย พ่นด้วยสารกำจัดแมลงมาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร และเพล
“นโยบายเกษตรแปลงใหญ่” เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องมีแปลงติดต่อกัน แต่อยู่ในชุมชนเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสด้านการแข่งขัน ผ่านตลาดและการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ เกิดการยกระดับอาชีพและรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน สำหรับ ปี 2561 มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมการเกษตรแบบแปลงใหญ่กว่า 277,127 ราย จำนวน 3,724,607 ไร่ แบ่งเป็น 11 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว พืชไร่ ไม้ยืนต้น พืชผัก สมุนไพร เป็นต้น “โนนเขวาโมเดล” ต้นแบบแปลงใหญ่ปลูกผัก เกษตรกรในพื้นที่บ้านโนนเขวา หมู่ที่ 3 ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ทำนาเป็นอาชีพหลัก และปลูกผักเป็นอาชีพเสริม ภายหลังเกิดภาวะวิกฤตน้ำท่วม ในปี 2554 เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาปลูกผักมากขึ้น เนื่องจากใช้เวลาปลูกเก็บเกี่ยวน้อยกว่าการปลูกข้าว แถมขายผลผลิตได้ราคาสูงกว่าการขายข้าว แต่การปลูกผักของเกษตรกรในชุมชนนี้ยังมีลักษณะการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว เพราะเกษตรกรปลูกผักเพียงแค่ชนิดเดียว ทำให้สินค้าไม่มีควา
ออกเสียงอ่านไปพร้อมๆ กัน ฮาย เคิ้ม นี่คือ ภาษา “ชอง” ภาษาพูดของชนเผ่า “ชอง” ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ข้าวหอม ฮาย แปลว่า ข้าว ส่วน เคิ้ม แปลว่า หอม เปิดเรื่องมาด้วยภาษาพูดของชนเผ่าชอง เพื่อนำเข้าสู่ความเป็นชนเผ่า “ชอง” พร้อมเสนอพืชหลักพื้นถิ่น กินกันทุกบ้าน สายพันธุ์ชอง คือ “ข้าวชอง” หนึ่งกำ ดำทั้งหม้อ หุงผสมข้าวไทย ผสานความอร่อยได้อย่างลงตัว แต่ก่อนอื่น พี่น้องชองทั้งหลาย เขาเรียกสถานที่ที่อาศัยว่า จันทบูย (จัน-ทะ-บูย) คำนี้ไม่ได้สะกดผิดแต่อย่างใด แต่เพราะชนเผ่าชอง ออกเสียงอ่านคำว่า จันทบูร (จัน-ทะ-บูน) หรือ จันทบุรี ไม่ได้ จึงออกเสียงได้เพียงสั้นๆ ว่า จัน-ทะ-บูย แต่มีความหมายเดียวกับจังหวัดจันทบุรี ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย “จันทบูร” ดินแดนที่มีมนต์เสน่ห์ อย่างหาที่เปรียบมิได้ มนต์เสน่ห์ ในที่นี้คือ ความสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหารที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ ผัก สมุนไพร หรือแม้แต่เครื่องเทศ ที่เป็นที่รู้จักกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กระวาน เร่วหอม ลูกหย่อง ว่านม่วง ว่านสาวหลง หรือแม้แต่ หนึ่งเครื่องเทศชั้นยอด อย่างพริกไทยพันธุ์ดี เป็นต้น อีกหนึ่งประวัติศาสตร์ด้านการเกษตร
น้ำปัสสาวะ น้ำฉี่ น้ำเยี่ยว แค่พูดถึง หลายคนก็รู้สึกรังเกียจแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า น้ำสีเหลืองๆ นี้แหละ มีประโยชน์เหลือหลาย เพราะอุดมด้วย แร่ธาตุ วิตามิน ฮอร์โมน เอนไซม์ ภูมิคุ้มกัน โปรตีน รวมทั้งสารที่มีประโยชน์อีกมาก และยังพบว่า น้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังตื่นนอนมีฮอร์โมนเมลาโทนินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ และยิ่งเป็นน้ำปัสสาวะของเด็กจะมีแร่ธาตุมากมาย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี ไอโอดิน เหล็ก ยูเรีย ซึ่งสามารถต้านการอักเสบ และบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย ในการแพทย์แผนโบราณได้บ่งบอกถึงข้อดีของการดื่มน้ำปัสสาวะ จึงมีผู้นำน้ำปัสสาวะมาดื่ม เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เพราะเชื่อว่าในน้ำปัสสาวะมีสารอินเตอร์เฟอรอน เป็นสารต้านมะเร็ง เมื่อน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการจึงขับออกมา เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทาน โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวไล่กินปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป ซึ่งกระจายไปทั่วร่างกาย และเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่กินเชื้อโรค กินมะเร็ง กินสิ่งแปลกปลอม รวม ทั้งสิ่งที่มีพิษในร่างกายอยู่แล้ว ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้น การใช้น้ำปัสส
คนเขาเรียกกันว่า “ผักกูด” หลายคนได้ยินชื่อคงอาจหลับตานึกเห็นภาพ รูปพรรณสัณฐานที่น่าอัปลักษณ์เป็นแน่ แท้ที่จริงแล้ว ต้นผักกูดเป็นพืชที่มีความงดงามตามธรรมชาติยิ่งนัก งามยิ่งกว่าพืชอื่นอีกหลายๆ อย่าง ในมิติมุมมองอย่างศิลปะ เชื่อว่าผักกูด มีความเป็นเลิศในเชิงศิลป์ ที่ธรรมชาติรังสรรค์มา หลายท่านคงอยากรู้จักผักกูดอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะอยากรู้คุณสมบัติพิเศษของผักกูดนอกเหนือจากความงดงามแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าเขาคือ พืชตัวชี้วัดระดับคุณภาพ ความบริสุทธิ์สะอาดของ ดิน น้ำ ลม ฟ้า สภาวะทางธรรมชาติ ที่ทำกินของชาวบ้านเรา ชาวบ้านที่ออกหาเก็บ “ผักกูด” ตามแหล่งธรรมชาติ เพื่อเอามาบริโภค หรือจำหน่ายเป็นรายได้ ผักกูดเป็นพืชที่เป็นที่นิยมกันมากอันดับต้นๆ คนเข้าป่าก็หาผักง่ายๆ เอามาประกอบอาหารกินกัน พืชพื้นบ้าน พืชตามป่าเขา ต้นพืชไหนที่พวกเขารู้ว่านำมากินได้ ก็จะได้รับคัดเลือกมาปรุงแต่งเป็นอาหารกิน เรียกพืชที่เอามากินว่า “ผัก” ก็คงมียกเว้นพืชป่าบางอย่าง เช่น ต้นอ่อนไผ่เรียก “หน่อไม้” ไม่เรียกว่าผักไผ่ ดอกกล้วยเรียก “หัวปลี” ความนิยมชมชอบขึ้นอยู่กับคนกิน ที่แน่นอนชัดเจนที่สุด คือความผูกพันที่ชาวบ้านมีกับพืชป
สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398 ที่คลุกคลีและมีประสบการณ์ทำมะม่วงนอกฤดูในเขตภาคเหนือตอนล่างมานาน โดยเฉพาะการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก ทางสวนคุณลีจึงอยากจะเรียบเรียง เทคนิคการผลิตมะม่วงนอกฤดูคุณภาพส่งออก เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตมะม่วงเบื้องต้น ให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ การดูแลระยะเดือยไก่ การให้น้ำ ระยะนี้ถ้าฝนตกปกติ ไม่ต้องเปิดน้ำให้ แต่ถ้าฝนทิ้งช่วงจะต้องรดน้ำเพื่อให้ดอกออกมาสมบูรณ์และยาวมากขึ้น ปุ๋ย และฮอร์โมน การให้ปุ๋ย ทางดินจะใส่ปุ๋ย สูตร 9-25-25 หรือ 8-24-24 อัตรา ต้นละ 1 กิโลกรัม ถ้าเป็นพื้นที่ดินเหนียวอาจใช้สูตร 12-24-12 ก็ได้ การให้ปุ๋ยทางดิน จะทำให้ดอกสมบูรณ์ติดผลง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงที่ไม่ใส่จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน การฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเร่งให้ช่อดอกสมบูรณ์ที่สุด จึงจำเป็นต้องให้อาหารที่เพิ่มพลังการติดผล ตัวหลักๆ เลยก็คือ ปุ๋ยสูตร 10-52-17 เป็นปุ๋ยเร่งดอกสูตรดั้งเดิมที่เป็นที่นิยมของเกษตรกรทั้งในอดีตและปัจจุบัน ปุ๋ยสูตรนี้หาซื้อง่าย มีขายตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป อัตราการใช้ 25-50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
