พืชทำเงิน
ร.ต.ท. จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ที่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 4 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซม เก็บขายวันละนับ 100 กก. ราคา กก. ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออเดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท. จรูญ กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราช ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ออกผลเก็บขายได้ และเพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 100 กก. ร.ต.ท. จรูญ กล่าวอีกว่า ข้อด
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำนวนกว่าร้อยไร่ แรกๆ
คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ที่ 3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้ เพราะต้นมะกรูดจะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมากนิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยา ฯลฯ การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก 15 วัน ให้เ
อยู่ว่างๆ เพราะเกษียณอายุ เลยมีเวลาฟังวิทยุมากขึ้น ส่วนใหญ่ ถ้ามีการวิจารณ์เศรษฐกิจของประเทศแล้ว มักจะพูดถึงการเกษตร ว่าผลผลิตข้าวของเราต่ำกว่าประเทศอื่นได้แค่ 30 ถัง ต่อไร่ หรือพื้นที่การเกษตรเราเล็กเกินไป ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ยากจน จากหัวข้อข่าวความคิดเห็นเหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจให้รื้อฟื้นความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ จากความจำเก่าๆ ออกมา พูดถึงผลผลิตการเกษตรแล้ว เวลาสอบถามเกษตรกร มักจะบอกผลผลิตให้ต่ำๆ และต้นทุนสูง เพื่อที่รัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือ แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าแบ่งเกษตรกรออกเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ภาคกลาง กับพื้นที่ในเขตน้ำฝนภาคอีสานและภาคเหนือ กับพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติคือน้ำท่วมประจำ จะเห็นว่าเกษตรกรในเขตชลประทาน ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูง เพราะน้ำอุดมสมบูรณ์ ได้ผลผลิตร่วม 80 ถัง ต่อไร่ขึ้นไป แต่พื้นที่ในเขตน้ำฝน โดยเฉพาะที่ปลูกข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ผลผลิตอาจจะต่ำกว่าเขตชลประทาน แม้พันธุ์ข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ซึ่งลักษณะพันธุ์จะให้ผลผลิตต่ำ แต่ให้คุณภาพของเมล็ดดี จำหน่ายได้ราคาสูง น่ารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นพืชอะไร มักจะเป็นแบบนี้ คืออะไรที่ให
สภาพอากาศในระยะที่มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีรับมือการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า สามารถพบได้ในระยะที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน โดยจะพบอาการที่ราก เริ่มแรกเห็นใบที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่รากฝอยจะพบรากฝอยมีลักษณะเปลือกล่อน และเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล กรณีที่โรครุนแรงอาการเน่าจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นทุเรียนโทรมและยืนต้นตาย ส่วนอาการที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น ระยะแรกจะพบต้นทุเรียนมีใบเหลืองเป็นบางกิ่ง สามารถสังเกตเห็นรอยคล้ายคราบน้ำ บนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่มีอากาศชื้นอาจเห็นเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากบริเวณแผล และจะค่อยๆ แห้งไปในช่วงที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีนํ้าตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ต้นทุเรียนใบรวงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย อาการที่ใบ ใบช้ำ ดำ มีรอยตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบระบาดมากในช่วงฝนตกหน
มะนาว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน มักมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดในปริมาณน้อย ทำให้มะนาวช่วงหน้าแล้งมีราคาสูงกว่าปกติ หากใครมีพื้นที่อยู่แล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกมะนาวพันธุ์ใด ก็ขอแนะนำ “มะนาวแป้นสิรินนท์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจคุณ “แป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ อาจารย์แป๊ะ หรือ คุณบุญเกื้อ ชมฉ่ำ อดีตข้าราชการครู ในสังกัดโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เล่าให้ฟังว่า “มะนาวแป้นสิรินนท์” ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ ในย่านนนทบุรี สวนแห่งหนึ่งถูกเลิกเช่าที่ มีต้นมะนาวพันธุ์ดี ลูกใหญ่มาก เจ้าของเดิมอนุญาตให้ขุดต้นมะนาวไปปลูก อาจารย์แป๊ะตัดกิ่งมะนาวไปเพียงแค่ 5 กิ่ง นำมาเสียบกิ่งบนตอส้มโอ ปรากฏว่า ต้นมะนาวให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีมาก มะนาวพันธุ์นี้เจ้าของเดิมไม่เคยตั้งชื่อ ไม่เคยขายกิ่งพันธุ์นี้ให้ใครมาก่อน อาจารย์แป๊ะ ถามพ่อค้าผู้จำหน่ายกิ่งพันธุ์มะนาวและเกษตรกรหลายราย ปรากฏว่า ไม่มีใครเคยรู้จักต้นมะนาวที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน อาจารย์แป๊ะจึงตั้งชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบนี้ว่า แป้นสิรินนท์
ทั่วพื้นที่ประเทศไทย สมุนไพรพื้นบ้าน เป็นสิ่งที่หาได้ง่ายในอดีต แต่ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนที่มาหรือพื้นที่ปลูกไปเกือบหมด ด้วยการที่มนุษย์นำมาปลูกเอง ปลูกใส่ภาชนะที่แตกต่างออกไป ในกรณีที่พื้นดินปลูกมีความเหมาะสมไม่เพียงพอ หรือปล่อยให้สมุนไพรเฉพาะถิ่นขึ้นได้เฉพาะที่จริงๆ ขึ้นในพื้นที่เดิมต่อไป และทำได้เพียงการอนุรักษ์ไว้ ไม่ให้สูญหายไปเท่านั้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรและแปรรูปสมุนไพร หมู่ที่ 3 บ้านถ้ำทะลุ ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความเข้มแข็ง แม้จะมีสุภาพสตรีเป็นส่วนใหญ่ กลุ่มนี้ ก่อตั้งขึ้น เพราะเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สมุนไพร และประโยชน์จากสมุนไพรในท้องถิ่น ในการสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน โดยมีผู้หญิงหรือแม่บ้าน ที่ว่างจากงานประจำรวมตัวกันก่อตั้งขึ้น ก่อนจะมีพ่อบ้านหรือผู้ชายมาสมทบ ช่วยจัดการในงานที่เหมาะสำหรับผู้ชาย คุณอุสมาน แกสมาน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรและแปรรูปสมุนไพร พาสมาชิกกลุ่ม กว่า 10 คน มาให้การต้อนรับ เมื่อผู้เขียนไปถึง จำนวน 1 ในนั้น เป็นครูของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
ถ้าโฟกัสไปเรื่องการตลาดของผักสลัดในตอนนี้ ต้องบอกว่ากำลังได้รับความนิยมมาก มีเมนูอาหารต่างประเทศหลายชนิดที่เป็นจุดกำเนิดของผักสลัดจนได้รับความนิยมมากในไทย โดยเฉพาะผู้ที่ดูแลสุขภาพร่างกายจะให้ความสำคัญกับผักเหล่านี้เป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กูรูอาหารหลายแห่งดัดแปลงเมนูสุขภาพที่ใช้ผักสลัดเป็นองค์ประกอบ ผักสลัดเป็นพืชไม้ใบเมืองหนาวที่นิยมปลูกแถบจังหวัดภาคเหนือในช่วงแรก เนื่องจากพื้นที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเริ่มแพร่กระจายไปปลูกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากสามารถปรับวิธีปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในแต่ละแห่งได้ ผักชนิดนี้ปลูกได้ทั้งในดินหรือโรงเรือน ซึ่งแนวทางการปลูกแต่ละแบบมีทั้งข้อดี/ข้อเสียต่างกันไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของลักษณะแต่ละพื้นที่และทุน “อุทัยไลฟ์ ไฮโดร์ฟาร์ม” เป็นสถานที่ปลูก-จำหน่ายผักสลัดไฮโดรโปนิกที่มีคุณภาพของจังหวัดอุทัยธานี โดยปลูกในโรงเรือนเพื่อต้องการผลิตผัดสลัดและผักใบหลายชนิดให้เป็นผักที่มีความสด ใหม่ ปลอดภัยได้คุณภาพมาตรฐาน (GAP) รองรับกับตลาดในจังหวัดตลอดทั้งปี คุณชยุต สุขพิบูลย์ (เล็ก) กับ คุณปัญจพัฒน์ ธนาสุขพิบูลย์ (นก) สามี-ภรรยา ที่ยึดอ
นครินทรา เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2552 โดย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ เขาหินปูนบริเวณดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย กรมวิชาการเกษตร ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธยสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีพระราชกรณียกิจเกี่ยวข้องด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาดอยตุง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพรรณไม้ดังกล่าวว่า “นครินทรา” เมื่อ วันที่ 5 มีนาคม 2554 ซึ่งมีความหมายว่า พรรณไม้ที่เป็นศรีสง่าแด่สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี “นครินทรา” (Trisepalum sangwaniae) species nova อยู่ในวงศ์ชาฤาษี จัดเป็นพืชหายาก และเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย ทั้งนี้ ทั่วโลกมีความหลากหลายของพืชสกุลชาฤาษี จำนวน 25 ชนิด ประเทศไทยนับว่า มีความหลากหลายของพืชสกุลชาฤาษีมากที่สุดในโลก เพราะค้นพบพืชสกุลชาฤาษีในประเทศไทยมากถึง 20 ชนิด นครินทรา มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 20-6
12 เรื่อง น่ารู้ เกี่ยวกับมะม่วง – มะม่วง เป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ และเราก็นิยมนำผลไม้ชนิดนี้มากินทั้งแบบดิบ สุก และแบบแปรรูป อีกทั้งยังใช้ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน บีบีซี ชวนอ่านเรื่องน่ารู้ 12 ประการ เกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้ ที่คุณรู้จักมายาวนาน แต่อาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับมัน 1. มะม่วงมีสายพันธุ์หลากหลายไม่ต่างจากแอปเปิ้ลและลูกพลัม เทศกาลมะม่วง ในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย มีมะม่วงกว่า 500 พันธุ์ ให้คนรักมะม่วงได้ลิ้มลอง / Getty Imagesในโลกมีมะม่วงหลายร้อยชนิด บางชนิดมีอยู่เฉพาะในบางภูมิภาค บางชนิดมีรสชาติหวานมัน บางชนิดมีรสเปรี้ยว และบางชนิดมีรสชาติคล้ายสับปะรด ส่วนใครชอบกินมะม่วงสุก ควรลิ้มลองมะม่วงพันธุ์ต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือ มะม่วง “อัลฟองโซ” (Alphonso) ซึ่งผลสุกมีรสชาติหอมหวานจนชาวอินเดียยกให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” 2. มะม่วง เป็นผลไม้ประจำชาติของ 3 ประเทศ หลายประเทศยกมะม่วงเป็นพืชสำคัญ / Getty Images 3 ประเทศที่จัดให้มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บังกลาเทศยังจัดให้มะม่วงเป็นต้นไม้ประจ
