พืชทำเงิน
บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมกิจการสวนลำไยและสัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการปลูกและจำหน่ายลำไย พืชเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย เจาะลึกวิธีการปลูก การดูแล เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณศศินกานต์ ราตรี (พี่เอื้อย) เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกลำไย พี่เอื้อยรู้จักปุ๋ยยาราจากคำแนะนำของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีสูตรผสมต่างๆ เอามาผสมเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต พี่เอื้อยทดลองใช้แล้วประสบความสำเร็จจึงบอกต่อให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่นๆ ได้ใช้ในเวลาต่อมา พี่เอื้อย ดูแลรับซื้อลำไยเข้าล้ง ทำมาได้ 4 ปีแล้ว มีสวนลำไยอยู่ในความดูแลทั้งหมด 30 ราย เนื้อที่รวม 500 ไร่ พื้นที่ไหนมีลำไยคุณภาพดี พี่เอื้อยก็จะหาปุ๋ยมาใส่เพื่อช่วยให้สวนลำไยแห่งนั้นได้ผลผลิตคุณภาพดีมากขึ้น ลำไยที่รับซื้อเข้าล้ง จะถูกส่งออกไปขายตลาดจีน ราคารับซื้อจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับว่าลำไยลูกโต ผิวสวย ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากผลผลิตที่รับซื้อมีคุณภาพตรงตามหลักเกณฑ์ ทั้งล้งรับซื้อและเจ้าของสวนก็จะขายผลผลิตได้ราคาดีทั้งสองฝ่าย ทุกวันนี้พี่เอื้อย มีพื้นที่ปลูกลำ
หลายคนคงจำข่าว เกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือ “กลุ่มหมูป่า 13 ชีวิต” ส่งผลให้ท่ี่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายในระดับหนึ่ง บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ จากกรณีดังกล่าว และสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อฟื้นฟูพืชที่ได้รับความเสียหาย วิธีีฟื้นฟูพืชหลังน้ำท่วม คุณภูมิพีรพงค์ พาหิรัญ นักวิชาการเกษตรอาวุโส บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในกรณีพืชผัก ไม้ผล ถูกน้ำท่วม รากของพืชนั้นๆ จะหยุดเจริญเติบโต ไม่ขยายเพิ่มเติมจนถึงช่วงหลังน้ำท่วมประมาณ 2 สัปดาห์ ระยะนี้เกษตรกรยังไม่ต้องไปทำอะไรกับพืชทั้งสิ้น อย่าไปพรวนดิน เพราะการพรวนดินอาจไปโดนรากของพืช ทำให้รากของพืชติดเชื้อราหรือมีเชื้อแบคทีเรียได้ ให้รอจนกระทั่งพืชแทงยอดใหม่เสีียก่อน เมื่อพืชเริ่มแทงยอดใหม่ขึ้นมาแสดงว่าระบบของพืชเริ่มฟื้นแล้ว หลังจากนั้น จึงค่อยเริ่มพรวนดินหรือใส่ปุ๋ยได้ หากอยากให้พืชฟื้นตัวได้ดี ในช่วงแรกควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน 15-0-0 ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อกระตุ้นให้พืชแตกใบเขียวแล
ชื่อสามัญ : ผักหวานป่า ; Pak warn ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis วงศ์ : OPILIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ผักหวานป่า เป็นไม้พื้นเมือง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบสั้นๆ เหนียวติดกะลำต้น เป็นใบเดี่ยว รูปร่างรีๆ เหมือนไข่ ปลายใบป้านกลมอาจมีรอยเว้าบ้าง มีหูใบเล็กๆ บริเวณก้านใบ ผล ก็จะเป็นพวงๆ มีสีเหลืองอมน้ำตาล ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ชอบขึ้นตามเชิงเขา หรือตามป่าเต็งรัง ที่เป็นหินปนดินดาน หรือปนทราย ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ผักหวานป่าจะทิ้งใบจนแทบหมดต้น แล้วต่อมาเดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคม ก็จะแตกยอดและใบอ่อนให้ได้กินกันทุกปี ผักหวานป่า เป็นที่รู้จักบริโภคกันทุกภาค เนื่องจากรสชาติดี หากินยาก มีเฉพาะฤดูกาล ราคายังค่อนข้างสูง ปัจจุบัน ประมาณกิโลกรัมละ 100-200 บาท หน้าฝนก็อาจถูกลงมาบ้าง ตามหลักการของดีมานและซัพพลาย แต่ก็ยังถือว่าเป็นพืชทำรายได้ที่ดีแก่ชาวบ้านอย่างหนึ่งในขณะนี้ คนนิยมซื้อหาไปปรุงอาหาร และมีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการดัดแปลง สูตร เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใส่ผักหวาน ผักหวานผัดน้ำมันหอย แกงจืดผักหวาน ฯลฯ
องุ่น เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตหนาว มีการพักตัวในช่วงฤดูหนาว เมื่อนำมาปลูกในเขตร้อนจำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง หรือเถา ให้โกร่นเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ก่อนตัดแต่งกิ่งต้องงดการให้น้ำอย่างน้อยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ สำหรับพันธุ์ คาร์ดินัล ตัดแต่งเมื่อมีอายุ 9-10 เดือน ตัดกิ่งหรือเถาให้สั้น เหลือตา หรือข้อไว้ 3-4 ตา ส่วนพันธุ์ ไวท์มะละกา ตัดแต่งเมื่ออายุ 9-12 เดือน เหลือตาไว้ 5-6 ตา นำกิ่งและใบที่ตัดออกไปทิ้งหรือเผาทำลาย จากนั้นรดน้ำพอชุ่มวันเว้นวัน ภายใน 2 สัปดาห์ ต้นองุ่นจะแตกกิ่งและใบออกมาใหม่ กิ่งใหม่ที่ได้มีทั้งใบพร้อมช่อดอก และแตกใบอย่างเดียวก็มี ต่อมาอีก 15 วัน ดอกจะบานจากส่วนโคนช่อไล่มายังปลายช่อ จากนั้นจัดกิ่งให้เรียบร้อย กิ่งที่ชี้ขึ้นฟ้าจับมัดให้ราบลงกับค้าง จัดแต่งช่อดอกให้ห้อยลง ตัดแต่งช่อดอกที่ไม่สมบูรณ์ทิ้ง เหลือช่อไว้แบบกระจายให้ทั่วบนค้างอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผลขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดแต่งออกบ้าง ไม่ให้ผลอัดกันทำให้เสียรูปทรง และเป็นแหล่งสะสมโรคหรือแมลงศัตรู แล้วใช้ฮอร์โมน จิบเบอร์เรลลิน เพื่อยืดช่อดอก โดยผสมให้ได้ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ใส่ลงในถ้วยแก้วหรือถ้วยพลาสติกขนาดพอเห
เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อกินผลไม้สักอย่างหนึ่ง เหลือเมล็ด โยนออกจากนอกชาน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม อาจจะงอกเป็นต้นใหม่ เจริญเติบโต ออกดอกให้ผลกับเจ้าของได้ คนไทยนั้นมีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ มีที่ว่างเป็นไม่ได้ ต้องปลูกพืชผัก ตะไคร้ มะกรูด เมืองใหญ่ แม้แต่หน้าร้าน ก็มีปลูกต้นไม้กัน ไม่มีดินจริงๆก็ปลูกในกระถาง มะม่วงเป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านนิยมปลูกรอบๆบ้าน จำนวนอาจจะไม่มากต้นนัก ทำไมต้องปลูกมะม่วงไว้รอบบ้าน เปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น มะม่วงอยู่ใกล้ครอบครัวคนไทยมากที่สุด มีปลูกไว้รอบๆบ้านมากที่สุด สาเหตุที่มะม่วงมีปลูกไว้ใกล้บ้านนั้นเพราะ หนึ่ง.มะม่วงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งน้ำท่วม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมื่อใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นส่วนขยายพันธุ์ มะม่วงจะเจริญเติบโตในที่ฝนน้อยได้ดี ขณะเดียวกัน หากน้ำท่วม ก็ยืนต้นอยู่ได้นาน ถึงนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่น สอง.ดูแลไม่ยาก ผู้ปลูกบางคน อาศัยหย่อนต้นลงดินต้นฝน ไม่ต้องรดน้ำ ปล่อยให้เทวดาเลี้ยง ต้นก็เจริญเติบโตได้ อาจจะมีแมลงมากัดกินใบ แต่ก็กินไม่หมด ใบทีเหลือจะช่วยหุงหาอาหารเลี้ยงต้น ให้กิ่งก้านใหม่ สาม.ปลูกได้ในหลายภูมิ
สศก. เกาะติดสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระบุ ปีนี้ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 5 ล้านตัน เผย ผลผลิตรุ่น 1 เริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้วเดือนสิงหาคมนี้ ด้าน นบขพ. ได้กำหนดมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ ณ ความชื้น 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2561 (ปีเพาะปลูก 2561/62) ข้อมูลผลพยากรณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2561 พบว่า เนื้อที่เพาะปลูก รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 6.708 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่จำนวน 6.716 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.12) เนื้อที่เก็บเกี่ยว รวมทั้งประเทศ 6.668 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 6.673 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.08) ผลผลิต รวมทั้งประเทศ 5.003 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 4.957 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92) ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก ทั้งประเทศ 746 กิโลกรัม ต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ให้ผลผลิต 738 กิโลกรัม ต่อไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.08) สำหร
ณรงค์ ตนานุวัฒน์ เป็นนักธุรกิจชาวเชียงใหม่ บริหารกิจการของครอบครัวเจริญรุ่งเรืองดีทั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์การค้าขนาดกลาง จนต่อมาก็ไปลงทุนทำร้านอาหารใหญ่โตที่เมืองลาว ขายดิบขายดี และมีความสุขกับการทำธุรกิจในลาวจนคิดอยากทำธุรกิจอื่นอีก ขณะเดียวกันเจ้าตัวเป็นกรรมการในสถาบันการศึกษาหลายแห่งในภาคเหนือ ทำให้ได้พบครูบาอาจารย์จำนวนมาก และมีโอกาสศึกษาทดลองปลูกกัญชงในพื้นที่สูง ได้พบเห็นว่ากัญชงนั้นมีประโยชน์เพียงใด “เขาพาไปดูชาวม้งปลูกและแปรรูปกัญชง เห็นเขาลอกเปลือกกัญชงไปทำสิ่งทอ แต่เอาแก่นมาเผาทิ้ง เห็นเรารันทด เลยใช้เงินส่วนตัวร่วมกับทุนของ สวทช. มาวิจัยว่า จะเอาแก่นมาทำอะไรได้บ้าง จนออกมาเป็นแผ่นอัดที่สามารถทำเป็นพาร์ติเคิลบอร์ดหรือเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างดี” จากนั้นเจ้าตัวยังได้ติดสอยห้อยตามนักวิชาการไปประชุมเฮมพ์หรือกัญชงโลกที่เยอรมนี และพบว่า กัญชง หรือเฮมพ์ นี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกันอยู่ทุกมุมโลก และประเทศส่วนใหญ่ประกาศให้เป็นพืชถูกกฎหมาย นอกจากบางประเทศรวมทั้งไทยที่ยังรวมเอากัญชงนี้เข้าไปอยู่ในหมวดเดียวกันกับกัญชา และจัดเป็นพืชเสพติดผิดกฎหมาย ทำให้เสียประโยชน์จากพืชเศรษ
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ล่าสุดผลงานของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป” สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญช
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินเครื่องส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าวโพดหลังนา เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าว-ดันราคาให้สูงขึ้น ตลอดจนเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ นำร่องใน 2 จังหวัดพิษณุโลก- อุตรดิตถ์ พื้นที่ร่วม 5.8 พันไร่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวเป็นการปลูกพืชชนิดอื่นที่ตลาดต้องการ เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรสมาชิกมีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่สูงขึ้น ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและแนวโน้มของตลาดมีความต้องการสูง โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ขานรับนโยบายและเร่งดำเนินการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปี 2560/61 ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด รวม 5,800 ไร่ คือ จังหวัดพิษณุโลก 2,800 ไร่ และจังหวัดอุตรดิตถ์ 3,000 ไร่ โดยให้สหกรณ์เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ส่งเสริมการผลิต การดูแลพื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การรวบรวมผลผลิต ตลอดจนจัดหาตลาดมารองรับ ซึ่งปีฤดูกาลผลิต 2560/61 จะเป็นปีแรก
