พืชทำเงิน
เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อกินผลไม้สักอย่างหนึ่ง เหลือเมล็ด โยนออกจากนอกชาน หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม อาจจะงอกเป็นต้นใหม่ เจริญเติบโต ออกดอกให้ผลกับเจ้าของได้ คนไทยนั้นมีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ มีที่ว่างเป็นไม่ได้ ต้องปลูกพืชผัก ตะไคร้ มะกรูด เมืองใหญ่ แม้แต่หน้าร้าน ก็มีปลูกต้นไม้กัน ไม่มีดินจริงๆก็ปลูกในกระถาง มะม่วงเป็นไม้ผลที่เจ้าของบ้านนิยมปลูกรอบๆบ้าน จำนวนอาจจะไม่มากต้นนัก ทำไมต้องปลูกมะม่วงไว้รอบบ้าน เปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น มะม่วงอยู่ใกล้ครอบครัวคนไทยมากที่สุด มีปลูกไว้รอบๆบ้านมากที่สุด สาเหตุที่มะม่วงมีปลูกไว้ใกล้บ้านนั้นเพราะ หนึ่ง.มะม่วงมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งน้ำท่วม เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมื่อใช้ต้นตอที่แข็งแรงเป็นส่วนขยายพันธุ์ มะม่วงจะเจริญเติบโตในที่ฝนน้อยได้ดี ขณะเดียวกัน หากน้ำท่วม ก็ยืนต้นอยู่ได้นาน ถึงนานที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่น สอง.ดูแลไม่ยาก ผู้ปลูกบางคน อาศัยหย่อนต้นลงดินต้นฝน ไม่ต้องรดน้ำ ปล่อยให้เทวดาเลี้ยง ต้นก็เจริญเติบโตได้ อาจจะมีแมลงมากัดกินใบ แต่ก็กินไม่หมด ใบทีเหลือจะช่วยหุงหาอาหารเลี้ยงต้น ให้กิ่งก้านใหม่ สาม.ปลูกได้ในหลายภูมิ
สศก. เกาะติดสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระบุ ปีนี้ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 5 ล้านตัน เผย ผลผลิตรุ่น 1 เริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้วเดือนสิงหาคมนี้ ด้าน นบขพ. ได้กำหนดมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ ณ ความชื้น 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2561 (ปีเพาะปลูก 2561/62) ข้อมูลผลพยากรณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2561 พบว่า เนื้อที่เพาะปลูก รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 6.708 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่จำนวน 6.716 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.12) เนื้อที่เก็บเกี่ยว รวมทั้งประเทศ 6.668 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 6.673 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.08) ผลผลิต รวมทั้งประเทศ 5.003 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 4.957 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92) ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก ทั้งประเทศ 746 กิโลกรัม ต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ให้ผลผลิต 738 กิโลกรัม ต่อไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.08) สำหร
ณรงค์ ตนานุวัฒน์ เป็นนักธุรกิจชาวเชียงใหม่ บริหารกิจการของครอบครัวเจริญรุ่งเรืองดีทั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์การค้าขนาดกลาง จนต่อมาก็ไปลงทุนทำร้านอาหารใหญ่โตที่เมืองลาว ขายดิบขายดี และมีความสุขกับการทำธุรกิจในลาวจนคิดอยากทำธุรกิจอื่นอีก ขณะเดียวกันเจ้าตัวเป็นกรรมการในสถาบันการศึกษาหลายแห่งในภาคเหนือ ทำให้ได้พบครูบาอาจารย์จำนวนมาก และมีโอกาสศึกษาทดลองปลูกกัญชงในพื้นที่สูง ได้พบเห็นว่ากัญชงนั้นมีประโยชน์เพียงใด “เขาพาไปดูชาวม้งปลูกและแปรรูปกัญชง เห็นเขาลอกเปลือกกัญชงไปทำสิ่งทอ แต่เอาแก่นมาเผาทิ้ง เห็นเรารันทด เลยใช้เงินส่วนตัวร่วมกับทุนของ สวทช. มาวิจัยว่า จะเอาแก่นมาทำอะไรได้บ้าง จนออกมาเป็นแผ่นอัดที่สามารถทำเป็นพาร์ติเคิลบอร์ดหรือเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างดี” จากนั้นเจ้าตัวยังได้ติดสอยห้อยตามนักวิชาการไปประชุมเฮมพ์หรือกัญชงโลกที่เยอรมนี และพบว่า กัญชง หรือเฮมพ์ นี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกันอยู่ทุกมุมโลก และประเทศส่วนใหญ่ประกาศให้เป็นพืชถูกกฎหมาย นอกจากบางประเทศรวมทั้งไทยที่ยังรวมเอากัญชงนี้เข้าไปอยู่ในหมวดเดียวกันกับกัญชา และจัดเป็นพืชเสพติดผิดกฎหมาย ทำให้เสียประโยชน์จากพืชเศรษ
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ล่าสุดผลงานของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป” สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญช
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินเครื่องส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าวโพดหลังนา เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าว-ดันราคาให้สูงขึ้น ตลอดจนเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ นำร่องใน 2 จังหวัดพิษณุโลก- อุตรดิตถ์ พื้นที่ร่วม 5.8 พันไร่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวเป็นการปลูกพืชชนิดอื่นที่ตลาดต้องการ เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรสมาชิกมีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่สูงขึ้น ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและแนวโน้มของตลาดมีความต้องการสูง โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ขานรับนโยบายและเร่งดำเนินการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปี 2560/61 ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด รวม 5,800 ไร่ คือ จังหวัดพิษณุโลก 2,800 ไร่ และจังหวัดอุตรดิตถ์ 3,000 ไร่ โดยให้สหกรณ์เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ส่งเสริมการผลิต การดูแลพื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การรวบรวมผลผลิต ตลอดจนจัดหาตลาดมารองรับ ซึ่งปีฤดูกาลผลิต 2560/61 จะเป็นปีแรก
เมื่อก่อนเคยได้ยินว่า ที่ประเทศมาเลเซีย สามารถปลูกขนุนให้ออกผลภายในปีเดียวได้ แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อกันนัก ต่อมาเรื่องนี้เกิดขึ้นกับบ้านเรา มีเกษตรกรนำขนุนจากประเทศมาเลเซียมาแกะกินเนื้อ จากนั้นนำเมล็ดลงเพาะที่จังหวัดจันทบุรี ให้น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก หลังปลูกได้ปีเดียวขนุนให้ผลผลิตกับเจ้าของได้ จึงมีการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่งเผยแพร่ พร้อมกับตั้งชื่อว่า “ทองทวีโชค” ชื่ออื่นๆ ก็มีคือ “ปีเดียวทะวาย” และ “แปดเดือนทะวาย” ขนุนปีเดียวทะวาย ออกดอกติดผลเร็ว บางครั้งขณะที่ต้นพันธุ์อยู่ในถุง ก็มีดอกให้เห็น เมื่อนำปลูกลงดิน ดูแลพอสมควร ภายใน 1 ปี มีดอกแน่นอน แต่การไว้ผลนั้นควรดูทรงพุ่มเป็นสิ่งตัดสินใจด้วย หากต้นเล็กอยู่ แต่ไว้ผลน้ำหนัก 6-7 กิโลกรัม ต้นก็อาจจะโทรมได้ ขนุนปีเดียวทะวาย ออกผลผลิตต่อเนื่อง หากไว้ผลต่อต้นน้อย ผลมีขนาดใหญ่เหมือนกับขนุนพันธุ์อื่นๆ เนื้อในขนุนปีเดียวทะวาย สีจำปา หากช่วงฝนอาจจะสีไม่เข้มนัก รสชาติหวาน แนวทางการผลิตขนุนปีเดียวทะวายให้ได้รสชาติดี เจ้าของควรไว้ผลช่วงปลายฝน คือเดือนกันยายน-ตุลาคม พอถึงเดือนธันวาคม ฝนหยุด ดินแห้ง เมื่อเก็บเกี่ยวขนุน เนื้อขนุนจะแห้ง รสชาติหวาน มีกลิ่น
ปัจจุบัน “อินทผลัม” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจความหวังใหม่ของเกษตรกรจำนวนมาก เพราะอินทผลัมปลูกดูแลง่าย แถมขายได้ราคาสูง ทำให้เกษตรกรแห่ปลูกกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันได้ทุกราย ขึ้นอยู่กับฝีมือการผลิตและการตลาดของเกษตรกรแต่ละรายเป็นหลัก ในฉบับนี้ ขอพาไปเยี่ยมชม “อินผลัมไร่เลิศรส” ของ “คุณสนอง กล่อมประเสริฐ” เจ้าของกิจการน้ำผลไม้รายใหญ่ รู้จักกันดีในชื่อ บริษัท เลิศรส เบฟเวอเวจ อินเทสตี้ จำกัด ในพื้นที่ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในปีนี้แปลงปลูกอินทผลัมของคุณสนองเริ่มให้ผลผลิตเป็นปีแรก ก็สามารถคืนทุนได้แล้ว และมีผลกำไรก้อนโต คุณสนอง บอกว่า เขาปลูกอินทผลัม 1 ไร่ สร้างรายได้เกือบ 1 ล้านบาท ทีเดียว ปลูกอินทผลัม ต่อยอด กิจการแปรรูปน้ำผลไม้ คุณสนอง เติบโตในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เรียนจบแค่ชั้นมัธยม เขาทำงานสู้ชีวิตมาหลากหลายอาชีพ ก่อนหน้านี้เขาเป็นตัวแทนขายน้ำส้มเกล็ดหิมะที่ขายดิบขายดีมาก แต่มีข่าวออกมาว่า พบเชื้อราและสารปนเปื้อนในน้ำส้มเกล็ดหิมะ ทำให้ขายของไม่ได้ จุดพลิกผันในชีวิตเกิดขึ้น เมื่อเขาหันมาทำน้ำเต้าหู้นมสดออกขาย ปรากฏว่าขายดีมาก
กรมส่งเสริมสหกรณ์นำตัวแทนสหกรณ์การเกษตร บินลัดฟ้าเยือนประเทศจีน ศึกษาดูงานการทำเกษตรแปลงใหญ่ ปลูกข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และผักในโรงเรือน ควบคุมด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงและแม่นยำ ภายใต้โครงการความร่วมมือการเกษตรระหว่างจีน-ไทย ชื่นชมจีนใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อช่วยเกษตรกรยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตร พร้อมตั้งเป้านำความรู้กลับมาพัฒนาการผลิตสินค้าให้กับสหกรณ์ของไทยเพื่อให้ทันสมัย เตรียมผลักดันเกษตรแปลงใหญ่นำร่อง 3 สหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยตัวแทนสหกรณ์ 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์นิคมลานสัก จำกัด จังหวัดอุทัยธานี สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด จังหวัดตาก และสหกรณ์การเกษตรปักธงชัย จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เดินทางไปศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการปลูกผักในโรงเรือนซึ่งมีการควบคุมด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและแม่นยำ ซึ่งการเดินทางดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-จีน และได้มีโอกาสหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับข้าราชการฝ่ายปกครอง, ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร และภาคเอกชนผู้ผลิตผักรายใหญ่ของจีน ณ เมืองซูกวาง มณฑลซานตง นายวิศิษฐ์ ระบุว่า ประเทศสาธารณรัฐปร
มองครั้งแรก ทุกคนพูดตรงกันว่า นี่คือ มะละกอ เพราะใบมันเหมือนใบมะละกอ เอาจริงนะ!! นี่คือ ต้นคะน้า หรือที่เรียกกันว่า คะน้าเม็กซิกัน เป็นพืชเมืองร้อน สูงได้ถึง 2 เมตร และพบครั้งแรกในประเทศเม็กซิโก นำใบ ยอดอ่อน ไปต้ม ผัด แกง ได้เหมือนใบคะน้า จึงเรียกว่า คะน้าเม็กซิโก เข้าไปค้นในอินเทอร์เน็ต บางทีก็เรียก ต้นนี้ว่า ผักชายา ซึ่งน่าจะมาจากชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Cnidoscolus chayamansa ลักษณะเด่น ที่น่าสนใจคือ ปลูกง่าย โตไว แถมเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงปรี๊ดเลยทีเดียว การปลูก ปลูกได้เหมือนผักทั่วไป มีปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักรองก้นหลุม ดินร่วน ปลูกแล้ว ถ้าได้ปุ๋ยละลายช้า ก็จะงามมาก เป็นต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด และที่สำคัญปลูกครั้งเดียว เก็บกินได้ตลอด
