พืชทำเงิน
“เหตุที่เรานำ โกโก้ มาปลูก เพราะเป็นคนที่ชอบทานช็อกโกแลต เราก็จะศึกษามาตลอดว่า ช็อกโกแลต เกิดมาจากอะไร ทุกครั้งที่ได้ทานช็อกโกแลตก็จะเกิดความหลงใหลตลอด ต่อมามีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านเกิด เราก็มองว่าชีวิตที่ได้ไปทำงานไกลบ้าน ก็ค่อนข้างที่จะเหนื่อย ทีนี้เราอยากกลับมาอยู่บ้าน ใกล้ชิดครอบครัวแบบที่มีความสุข เลยมองหาอาชีพที่ทำแล้วเลี้ยงตัวเองได้ จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นให้นำต้นโกโก้มาปลูกแซมในไม้ผลที่มีอยู่ จนสามารถเกิดรายได้แบบครบวงจร” คุณมนูญ กล่าว คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของสวนโกโก้ ตั้งอยู่ เลขที่ 141 หมู่ที่ 4 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้นำโกโก้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ไอเอ็ม 1 พันธุ์เอิร์ทเซฟ เนวี 1 และพันธุ์ชุมพร มาทดลองปลูกภายในสวนจนประสบผลสำเร็จ สามารถเก็บผลผลิตนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดเป็นรายได้ให้กับคุณมนูญได้เป็นอย่างดี ความชื่นชอบ นำมาซึ่งความสำเร็จ คุณมนูญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานบริษัทเอกชน แต่รู้สึกว่าการทำงานยังไม่มีความสุขตรงกับที่ใจชอบ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดน่าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของคุณมนูญมีสวนไม้ผลที่ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้มานานแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ก
กษ. รุกนโยบายผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องความต้องการของตลาด จัดทำโครงการปลูกพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หวังช่วยลดปริมาณข้าวนาปรังส่วนเกิน และช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ในส่วนของมันสำปะหลังโรงงาน กษ. ไม่ได้มีนโยบายในส่งเสริมปลูกมันสำปะหลังโรงงานทดแทนการปลูกข้าว แต่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเดิม นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาข้าวปัจจุบัน พบว่า ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นาทั้งประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2561 เฉลี่ยตันละ 7,835 บาท โดยภาคกลางราคาเฉลี่ยตันละ 7,804 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105 ปี 2561 (มกราคม-กรกฎาคม 2561) เฉลี่ยตันละ 13,529 บาท ซึ่งสถานการณ์การผลิตข้าว ปัจจุบันพบว่า ข้าวมีผลผลิตส่วนเกินจากความต้องการตลาด โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศประมาณ 71.8 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 32.63 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการทั้งในและนอกประเทศเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 30.88 ล้านตัน ดังน
เห็ดแครง หรือ เห็ดตีนตุ๊กแก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Schizophyllum commune โดยแต่ละท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ภาคเหนือ เรียก เห็ดแก้น เห็ดตามด ภาคใต้ เรียก เห็ดยาง เพราะพื้นที่ทางภาคใต้นั้นสามารถพบเห็ดชนิดนี้ได้บนไม้ยางพารา ส่วนภาคกลางนั้นเรียกว่า เห็ดมะม่วง เนื่องจากขึ้นอยู่บนไม้มะม่วง นอกจากนี้ เห็ดแครง ยังพบเห็นขึ้นบนไม้ชนิดอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ไม้ยูคาลิปตัส ไม้สน ฯลฯ เห็ดแครง เป็นเห็ดที่ขึ้นอยู่ได้ทั่วไปและสามารถงอกได้ตลอดทั้งปี พบว่า ขึ้นอยู่กับวัสดุหลายชนิด เช่น ท่อนไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า กระดาษ แต่ที่พบปริมาณมากสามารถเก็บรวบรวมเห็ดชนิดนี้มารับประทานได้คือ บนท่อนไม้และกิ่งไม้ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ พบมากบนท่อนไม้ยางพารา ต้นยางพาราที่ตัดโค่นไว้เมื่อท่อนไม้ตายและมีฝนตกก็จะพบเห็นเห็ดแครงเป็นจำนวนมาก ลักษณะของเห็ดแครง เป็นเห็ดขนาดเล็ก มีลักษณะคล้ายพัด (fan-shaped) ด้านฐานมีก้านขนาดสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1-0.5 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านแต่จะติดอยู่กับวัสดุที่ขึ้นด้านข้าง ดอกเห็ดมีขนาดความกว้าง ประมาณ 1-3 เซนติเมตร ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไป ลักษณะของดอกเหนียวและแข็งแรง เมื่อแ
มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ปลูกง่าย แต่การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด้วย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ลมพัดแรง ฝนตกหนัก หรือหนาวในเวลากลางคืน ด้วงแรดมะพร้าวมันมักจะเข้ามาทำลายความเสียหายให้กับการปลูกและผลิตมะพร้าว วันนี้จึงมาบอกเตือนผู้ปลูกมะพร้าวให้ระวัง และ “ป้องกันกำจัดด้วงแรดมะพร้าวศัตรูร้ายออกไป…เพื่อให้ได้ผลผลิตมะพร้าวคุณภาพ” ตามที่ตลาดต้องการ อาจารย์ประสงค์ ทองยงค์ เกษตรกรทำสวนมะพร้าว เล่าให้ฟังว่า ได้ช่วยครอบครัวทำงานในสวนมะพร้าวมาตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วย เมื่อเรียนจบได้เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อเกษียณอายุราชการก็ได้มาปลูกสร้างสวนมะพร้าวเพื่อต่อยอดกิจกรรมของครอบครัวมาถึงวันนี้ก็มากกว่า 50 ปี มะพร้าว เป็นพืชผสมข้ามพันธุ์ แต่ละต้นจึงไม่เป็นพันธุ์แท้ มะพร้าวมี 2 ประเภท คือ มะพร้าวต้นเตี้ย และต้นสูง มะพร้าวต้นเตี้ย มีการผสมตัวเองค่อนข้างสูง จึงมักให้ผลดกและไม่ค่อยกลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ปลูกรับประทานผลอ่อน เนื้ออ่อนนุ่ม น้ำมีรสหวาน กลิ่นหอม ลักษณะ ต้นสูงเต็มที่ 12 เมตร ลำต้นเล็ก โคนต้นไม่มีสะโพก ทางใบสั้น การปฏิบัติดูแล
สวนส้มโอ ในระยะที่สภาพอากาศมีเมฆมาก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มโอให้เฝ้าระวังหนอนเจาะผลส้มโอในระยะที่ต้นส้มโอติดผล จะพบตัวเต็มวัย เพศเมียวางไข่บนผลส้มโออายุประมาณ 2 สัปดาห์ จนถึงระยะเก็บเกี่ยว โดยวางไข่เป็นฟองเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม ประมาณ 2-29 ฟอง เมื่อหนอนฟักจะกัดกินเข้าไปในผลส้มโอ ซึ่งรอยเจาะทำลายของหนอนจะมีมูลที่ถ่ายออกมา และมียางไหลเยิ้ม ทำให้ผลเน่าและร่วงก่อนการเก็บเกี่ยว แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการเข้าทำลายของหนอนเจาะผลส้มโอ เกษตรกรควรควบคุมบังคับให้ต้นส้มโอแตกยอด ออกดอก และติดผลในระยะเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกันกำจัด สะดวกในการดูแลรักษา และช่วยลดปริมาณหนอนเจาะผลส้มโอ จากนั้น ให้เกษตรกรเก็บหรือเด็ดผลอ่อนที่ถูกหนอนเจาะผลส้มโอเข้าทำลายนำไปฝังหรือเผาไฟทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดต่อไป สำหรับแหล่งปลูกที่พบการระบาดเป็นประจำ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจตรวจดูหนอนเจาะผลส้มโอในแปลงปลูกช่วงที่ต้นส้มโอติดผลอ่อน เมื่อผลส้มโออายุประมาณ 2 สัปดาห์ เกษตรกรควรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร
ในระยะที่มีฝนตกปานกลางถึงหนักมาก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนลำไยเฝ้าสังเกตการเข้าทำลายของ หนอนเจาะขั้วผล สามารถพบได้ในระยะที่ต้นลำไยเริ่มติดผลอ่อน โดยจะพบหนอนเข้าทำลายลำไยที่เริ่มติดผล อายุประมาณ 1 เดือน จนถึงระยะเก็บเกี่ยว ขณะที่ผลลำไยมีขนาดเล็ก น้ำหนักช่อน้อย ช่อผลลำไยชูขึ้น ผีเสื้อตัวเต็มวัยจะวางไข่อยู่ส่วนปลายของผลลำไย หากหนอนฟักออกจากไข่ก็จะเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในผล และไม่สามารถเห็นรอยทำลายของหนอนจากการมองดูภายนอกได้ เมื่อผ่าผลลำไยดูจึงจะเห็นรอยที่ถูกหนอนเข้าทำลาย ผลที่ถูกทำลายจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ผลจึงร่วงหล่นหมด และจะพบหนอน 1-3 ตัว ต่อผล การเข้าทำลายของหนอนในระยะที่ผลลำไยเริ่มเปลี่ยนสี มีขนาดผลโตขึ้น น้ำหนักผลเพิ่มขึ้น และช่อผลโค้งลง ผีเสื้อตัวเต็มวัยจะวางไข่อยู่บริเวณใกล้ขั้วผล และจะพบหนอนหรือมูลหนอนอยู่ที่ขั้วผลเสมอ ทำให้ผลลำไยร่วงหล่นได้ง่าย ให้สังเกตดูบริเวณใกล้ขั้วผล จะพบรูเล็กๆ ที่หนอนเจาะออกมาเข้าดักแด้ภายนอก กรณีที่ผลลำไยไม่ร่วงหล่น เกษตรกรชาวสวนลำไยยังสามารถนำมาขายได้ราคาดีอยู่ เพราะดูภายนอกจะไม่เห็นรอยทำลายของหนอน สำหรับในสวนลำไยที่พบการระบาดของ หนอน
ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิด “พายุฤดูร้อน” ขึ้นในหลายพื้นที่ อาจสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสวนไม้ผล ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายปี ดังนั้น เกษตรกรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งน้ำท่วม ลมพายุ และภัยแล้ง ซึ่งควรหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า กรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นฤดูกาลที่มีปริมาณผลไม้เขตร้อนที่สำคัญหลากหลายชนิดออกเป็นจำนวนมาก จาก 2 ภูมิภาค ที่สำคัญ คือ ภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง และภาคเหนือ ได้แก่ ลิ้นจี่ จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนไม้ผล ระวังผลผลิตที่อยู่ในระยะพัฒนาจากผลอ่อนใกล้จะเป็นผลแก่ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว มีอันต้องเสียหายไป นอกจากนี้ บางช่วงอากาศจะแห้งมาก เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ จึงขอให้ระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่างๆ ในระยะนี้ไว้ด้วย โดยในเบื้องต้น กรมส่งเสริมการเกษตร ขอแนะนำวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงและบรรเทาความเสียหายหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้ 1. เกษตรกรควรปลูกต้นไ
สภาพอากาศแปรปรวนมีฝนตกปานกลางถึงหนักมากในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนสะละเฝ้าระวังการระบาดของ โรคผลเน่า มักพบโรคในช่วงที่ต้นสะละมีผลแก่กำลังเก็บเกี่ยว เริ่มแรกพบเปลือกผลสะละมีสีน้ำตาล กรณีที่มีความชื้นสูงจะพบเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือสีขาวอมชมพู เส้นใยเชื้อราจะแทงทะลุเปลือกเข้าไปในผลสะละ ทำให้เปลือกเปราะแตก เนื้อด้านในผลเน่า และผลร่วงในที่สุด หากเส้นใยเชื้อราที่พบบนผลสะละเจริญเต็มที่จะสร้างดอกเห็ดสีขาว เมื่อดอกเห็ดบานจะปลดปล่อยสปอร์แพร่กระจายระบาดไปสู่ผลสะละทะลายอื่นๆ และต้นอื่นได้ สำหรับแนวทางในการป้องกัน โรคผลเน่า ให้เกษตรกรตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ปลิดผลที่เป็นโรคบนทะลาย เก็บซากพืช และผลที่ร่วงใต้ต้นที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสม จากนั้น ให้ตัดแต่งทางใบแก่หมดสภาพที่อยู่ด้านล่าง และปรับร่มเงาให้เหมาะสม เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสะสมเชื้อโรค และลดความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป รวมทั้งตัดแต่งช่อผลสะละ เพื่อลดการเบียดกันจนทำให้เกิดแผล ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายได้ง่าย เกษตรกรควรค้ำยันทะลายผลไม่ให้ติดดิน เพื่อป้องกันเชื้อราสาเห
สวนกล้วยน้ำว้า ในระยะที่มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักในบางแห่งของพื้นที่ช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้าให้สังเกตอาการของโรคปานามา สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกล้วย มักพบแสดงอาการของโรคมากในระยะที่ต้นกล้วยสร้างปลีจนถึงระยะติดผล อาการเริ่มแรกพบ ใบกล้วยด้านนอกหรือใบแก่เหี่ยวเหลือง และลุกลามเหลืองจากขอบใบเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้น และทยอยหักพับตั้งแต่ใบด้านนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ซึ่งระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง หากตัดลำต้นกล้วยตามขวางหรือตามยาว จะพบเนื้อในของกาบใบบางส่วนเน่าเป็นสีน้ำตาล ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบให้ราดบริเวณกอกล้วยหรือโคนต้นที่เป็นโรคด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชอีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6%+24% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารทีบูโคนาโซล 43% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีพบอาการรุนแรงจนใบเหลืองและเหี่ยวตา
ว่านหางจระเข้ สมุนไพรชั้นดี สรรพคุณทางยามากมาย ทั้งช่วยรักษาแผล หรือสมานแผล ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของแผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้ และนอกจากเป็นสมุนไพรรักษาแผลที่ดีแล้ว ด้วยในปัจจุบันนวัตกรรมที่ก้าวไกล มีผู้คิดค้นวิจัยนำว่านหางจระเข้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย มากมาย ทำให้ปริมาณความต้องการว่านหางจระเข้มีมากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงาน ถือเป็นอาชีพสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกรแถวนั้นมานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันนี้ได้สืบทอดมาถึงรุ่นลูก ตลาดก็ยังสดใสอยู่ คุณธนัชญาน์ มีสวัสดิ์ หรือ คุณจูน อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อนอก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรสาวผู้สืบทอดงานเกษตรกรรมจากครอบครัว เล่าว่า ครอบครัวของตนทำไร่ปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงานมานานมากกว่า 30 ปี ทำมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อเริ่มปลูก เพราะตอนนั้นมีนายทุนมาแนะนำพันธุ์ให้ปลูกและรับซื้อ จึงเริ่มปลูกมาตั้งแต่นั้น แต่ก่อนที่คุณจูนจะหันมาสานต่องานของครอบครัว คุณจูนได้ทำงานในตำแหน่งฝ
