พืชทำเงิน
คนไทยส่วนใหญ่ใช้ “ผักพื้นบ้าน” เป็นส่วนผสมในตำรับอาหาร ที่นิยมบริโภคในภูมิภาคต่างๆ อาทิ ภาคเหนือ ผักคราดหัวแหวน ใช้ทำแกง แก้อาการปวดฟัน ผักเสี้ยว นิยมแกงใส่ปลาย่าง มีรสเปรี้ยว งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุว่า มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ผักแขยง ผักหวาน ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ ตับเต่า บอนจีน หรือตาลปัตรฤๅษี ผักน้ำ ชะมวง สำหรับภาคใต้ แกงส่วนใหญ่มักมีสีเหลืองจากขมิ้น ซึ่งช่วยเรื่องการอักเสบในทางเดินอาหาร นิยมกินขนมจีนกับยอดมันปู ซึ่งมีรสฝาด มัน เป็นยาสมานแก้อาการอักเสบ และยังนิยมกินผักเหลียงและสะตอ เป็นต้น นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านมากกว่า 300 ชนิด ส่วนใหญ่จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ริมห้วย หนอง คลอง บึง และป่าเขา ในการศึกษาผักพื้นบ้านในปี 2554 กรมอนามัยได้เก็บตัวอย่างผักพื้นบ้านรวม 45 ชนิด จาก 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง 12 ชนิด ภาคเหนือ 6 ชนิด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชนิด และภาคใต้ 22 ชนิด นำไปศึกษาปริมาณสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย 9 ชนิด ได้แก่ 1. พลังงาน 2. โปรตีน 3. ไขมัน 4. คาร์โบไฮเดรต 5. เบต้าแคโรท
“ ขิงแดง ” เป็นไม้ดอกไม้ประดับทำเงินที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งในยุคนี้ เพราะขิงแดงเป็นพืชที่มีราคาดี ปลูกดูแลง่าย ขายคล่อง เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งต้นและดอก หากใครทำสวนผลไม้ก็สามารถปลูกขิงแดง เสริมรายได้เป็นอย่างดี เรียกว่าโกยรายได้ทะลุหลักแสน ต่อเดือนจากการเพาะปลูกขิงแดงแซมไม้ผล เช่นเดียวกับ “ สมศักดิ์ บันดาล ” เกษตรกรคนเก่งที่พักอาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 9 บ้านบึกทองหลาง ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โทรศัพท์ (086) 131-9640 รู้จัก “ ขิงแดง ” กันสักหน่อย ขิงแดง ( Red ginger ) ไม่ใช่พืชประจำท้องถิ่น แต่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากต่างแดน มีถิ่นกําเนิด อยู่ในประเทศนิวแคลีโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน ประเทศวานูอาตู ขิงแดงตามธรรมชาติ เติบโตในพื้นที่ที่ระดับนํ้าทะเล จนถึง 650 เมตร ขิงแดง เป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง ข่า มีลําต้นใต้ดิน เรียกว่า เหง้า มีขนาดสั้น แตกสาขาทอดขนานไปกับผิวดินและเป็นที่สะสมอาหาร เหง้ามีสีแดง เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 เซนติเมตร ส่วนลําต้นเหนือดินเป็นกาบใบที่โอบซ้อนกันแน่นเช่นเ
คุณวุฒิชาติ เดชาเศรษฐ หรือ คุณปาล์ม อดีตหนุ่มแบงก์ ลาออกจากงานมาปลูกอะโวกาโดพันธุ์แฮส (Hass) 300 ไร่ ในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ใช้เวลาปลูกดูแล 3 ปีครึ่ง เก็บผลสดออกขายตลาดออนไลน์และห้างโมเดิร์นเทรด ผลผลิตตกเกรด แปรรูปเป็นนมสดอะโวกาโด โดนใจคนรักสุขภาพ ตอนนี้ผลผลิตมีเท่าไรก็ไม่พอขาย เชื่อภรรยา ปลูก “อะโวกาโด” แล้วรุ่ง เดิมทีครอบครัวคุณปาล์มมีกิจการสวนยางพาราในพื้นที่อำเภอพบพระ ตอนหลังเจอปัญหายางราคาตก จึงโค่นต้นยางทิ้ง ต่อมาภรรยาคุณปาล์มแนะนำให้เขาปลูกอะโวกาโด (avocado) ซึ่งเป็นไม้ผลที่มากคุณประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็น king of fruits เป็นสินค้าขายดี ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพทั้งหลาย “ผมเชื่อภรรยา จึงตัดสินใจปลูกอะโวกาโด พันธุ์แฮสส์ (Hass) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีที่สุด เนื้อหนึบ รสชาติมัน เต็มเปี่ยมไปด้วยไขมันดี ระยะแรก ผมปลูก 50 ไร่ก่อน ปรากฏว่า ต้นอะโวกาโดที่ปลูกเจริญเติบโตได้ดี จึงขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเติมอีก 250 ไร่ ปัจจุบันผมปลูกอะโวกาโดรวม 7,500 ต้น บนเนื้อที่ 300 ไร่ น่าจะเป็นแปลงใหญ่ที่ปลูกอะโวกาโดมากที่สุดในพื้นที่อำเภอพบพระ” คุณป
คุณสิทธิชัย บังเมฆ แห่งน่านหนานราชฟาร์ม ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ 26 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน มีความคิดว่าเนื่องจากพื้นที่จังหวัดน่านมีไผ่ซางหม่นและไผ่ป่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่มีในพื้นที่ เขาจึงคิดที่จะเพิ่มมูลค่าของไผ่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การขยายพันธุ์ไผ่ การทำเฟอร์นิเจอร์ การทำชาจากใบไผ่ การทำถ่านไบโอชาร์ เป็นต้น และยังเพิ่มพื้นที่ป่าในพื้นที่แทนการปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นปัญหาหลักในพื้นที่จังหวัดน่าน ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ปัญหาไฟป่า จึงรวมกลุ่มในอำเภอบ้านหลวงในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไผ่ขึ้นมา ไผ่ซางหม่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrocalamus sericeus ลักษณะทั่วไป ไผ่ซางหม่นจัดเป็นไผ่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เส้นรอบวงประมาณ 30-50 เซนติเมตร สีของลำสีเขียว ไม่มีหนามและไม่ค่อยมีแขนง มีคราบของแป้งสีขาวหรือวงขาวต่างๆ หรือสีขาวหม่น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ไผ่ซางหม่น” ตามลักษณะที่เกิดขึ้น ลำใหญ่ตรงสูงประมาณ 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำ เฉลี่ย 6-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร เนื้อหนา ใบคล้าย
ชะอม เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง ทั้งวิตามินเอ โปรตีน และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแตกกิ่งข้างต้นหนาแน่น คุณดอกไม้ อินอ้น หรือ ป้าดอกไม้ วัย 78 ปี ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรกๆ ของ อ.ตะพานหิน และเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ 6 บ้านคลองข่อย ซอย 13 ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร แหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร อยู่ที่อำเภอตะพานหิน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชะอมพันธุ์ไร้หนาม ดังคำขวัญของ อ.ตะพานหิน “ถิ่นชะอมไร้หนาม งามหลวงพ่อโต งานประเพณีกำฟ้า ทอผ้าป่าแดง” “ชะอม” หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว อาทิ ชะอมชุบไข่ทอดกับน้ำพริกกะปิ แกงแคไก่อา
กลุ่มแปลงใหญ่ผัก ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็งที่ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ เน้นการตลาดนำการผลิตผักปลอดภัยโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลาย มาประยุกต์ใช้บริหารจัดการแปลง ผลผลิตมีคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น การผลิตสารชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์ด้วยตนเองเพื่อนำมาผลิตผักปลอดภัยเพื่อจำหน่าย ในปี 2564 เกษตรกรในพื้นที่ ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ได้ร่วมกลุ่มปลูกผักปลอดภัยแบบหมุนเวียน มีนายสอาด ศรศิลป์ เป็นผู้จัดการแปลง พื้นที่ปลูกรวม 350 ไร่ (เฉลี่ย 7.6 ไร่/ครัวเรือน) สมาชิกส่วนใหญ่ นิยมปลูก มะเขือเปราะเจ้าพระยา ผักชีฝรั่ง ผักกวางตุ้ง โดยกลุ่มแปลงใหญ่ผักสามารถบริหารจัดการแปลงได้มีประสิทธิภาพจากการได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีอุปกรณ์ลดต้นทุนสมัยใหม่ ในการจัดการระบบน้ำที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก การใช้พลังงานทดแทน และอุปกรณ์ในการจัดการผลผลิต อาทิ เครื่องจักรสำหรับเตรียมดิน อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษต
สับปะรดห้วยมุ่น คือ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ถูกนําเข้าไปปลูกในตำบลห้วยมุ่น เมื่อประมาณ 50 กว่าปีมาแล้ว (บ้างก็ว่า 100 ปี แล้ว) จนกลายเป็นพันธุ์ท้องถิ่น ด้วยดินปลูกในพื้นที่ตำบลห้วยมุ่น อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ทำให้มีรสชาติที่ดียิ่งขึ้นมากกว่าสายพันธุ์ดั่งเดิม (สับปะรดปัตตาเวีย) โดยเฉพาะรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานิ่ม ตาตื้น เนื้อมีสีเหลืองอมน้ำผึ้ง รสชาติหวานฉ่ำ ตาไม่ลึก ทําให้มีส่วนของเนื้อมาก ผลค่อนข้างเล็ก รับประทานแล้วไม่ระคายคอ สับปะรด เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี มีลําต้นใต้ดิน ลักษณะเป็นปล้องสัน ลําต้นจะถูกห่อหุ้มด้วยกาบ ใบ ไม่มีการแตกกิ่งก้าน มีความสูงของลําต้นประมาณ 90-100 เซนติเมตร ใบ ออกเป็นใบเดียวเรียงกันแบบถี่ๆ ใบเรียวยาว ไม่มีก้านใบ ปลายใบแหลม โคนใบมีลักษณะเป็นกาบหุ้มลําต้น ใบสีเขียวเข้ม ด้านล่างใบมีลักษณะเป็นแป้งสีขาวปกคลุมอยู่ มีหนามเล็กแหลมบริเวณขอบใบ ดอก ออกเป็นช่อเรียงกันแน่นรอบแกนช่อดอกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกมีขนาดใหญ่และแข็งแรง มีกลีบดอก 3 กลีบ กลีบด้านบนมีสีชมพูอมม่วง ส่วนกลีบดอกด้านล่างมีสีขาว มีเกสรเพศผู้เรียงกันอยู่ 2 ชั้น ชั้นละ 3 อัน ผล
คุณณรงค์ เตียวนะ เจ้าของสวนสาริกาโอโซน ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้มาทำงานทางด้านการเกษตร แต่ด้วยมีเหตุจำเป็นที่ได้มาซื้อที่ดินอยู่ที่จังหวัดนครนายก ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในพื้นที่นี้มากขึ้น โดยในช่วงที่โควิด-19 ระบาดระยะแรก เขาได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาทำการเกษตรมาเรื่อยๆ จนมีตลาดและเกิดรายได้มาจนถึงปัจจุบัน ทำด้วยใจรัก และสมัครใจทำ ผลผลิตเกษตรจึงเกิดเห็นผลทันตา คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีโอกาสอยู่แต่กรุงเทพมหานครยังไม่ได้มีโอกาสมาอยู่ต่างจังหวัด เมื่อมีโอกาสมาซื้อที่ดินจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้มาทำการเกษตรตั้งแต่นั้นมา แต่ด้วยที่ยังไม่เคยได้เรียนรู้และมีความรู้ในเรื่องของการทำเกษตรนี้เลย จึงทำให้ในช่วงแรกเป็นปัญหาสำหรับเขามามากทีเดียว เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตหลายอย่าง แต่เมื่อทำแล้วจึงเกิดความสนุกและเกิดความรักในการทำเกษตรมาเรื่อยๆ จนสามารถสร้างเป็นรายได้ และผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ อีกหลายชนิด จนทำให้ภายในสวนแห่งนี้มีสินค้าทั้งพืชผักสวนครัวและไม้ผลที่เรียกได้ว่าปลอดสารพิษทั้งสวน “ช่วงนั้นเราก็ไม่เคยทำสวนมาเลย แต่พอเราต้องมาทำจริงๆ จึงได้รู้ว่าการทำเก
ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด นายสุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และคณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสมผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพ
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นางวรรณา พรหมบุญทอง ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชม ต้นกระเจี๊ยบแดงสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่าพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ ที่ให้ผลผลิตสูงและเก็บเกี่ยวได้เร็ว ปลูกง่าย ที่สำคัญ เกษตรกรขายได้ราคาดีกว่ากระเจี๊ยบทั่วไปถึง 2 เท่า ลักษณะเด่นของกระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ มีสีม่วงอมแดงหรือสีม่วงเข้ม ซึ่งมีลำต้นแข็งแรง กลีบเลี้ยงหนา ยาวและใหญ่ ได้ปริมาณเนื้อเยอะ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง นำมาปลูกบนแปลงสาธิต เนื้อที่ 1 ไร่ จำนวนกว่า 1,000 ต้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 130-150 วัน ก็สามารถเก็บดอกกระเจี๊ยบมาทำน้ำดื่มสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่มาเยี่ยมชมในห้วงเทศกาลปีใหม่ตลอดเดือนมกราคมนี้ กระเจี๊ยบแดงพันธุ์นี้มีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้ประโยชน์ได้ทั้งส่วนลำต้น ดอก และใบ ซึ่งดอกหรือที่เรียกว่ากลีบเลี้ยง นิยมนำมาทำน้ำดื่ม แก้กระหาย หรือนำไปทำแยม ทำกระเจี๊ยบอบแห้ง และอาหารที่ให้รสเปรี้ยว ซึ่งกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานินสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดภาวะเสี่ยงโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการเ
