พืชทำเงิน
เงาะ…เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง พันธุ์ที่นิยมปลูกเชิงการค้า เช่น เงาะพันธุ์สีชมพู สีทองหรือพันธุ์โรงเรียน พื้นที่การปลูกมากอยู่ในบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย แต่ปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานใต้ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) สภาพพื้นที่ก็มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตลาดต้องการ วันนี้จึงนำเรื่อง เงาะพันธุ์โรงเรียน…ผลไม้เศรษฐกิจคุณภาพจากเมืองน้ำขุ่น ถิ่นอีสานใต้ มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า เงาะพันธุ์โรงเรียน ที่เกษตรกรอำเภอน้ำขุ่นปลูกและผลิตได้มีคุณภาพดี เนื้อหนา ล่อน รสชาติหวานหอมอร่อยไม่แตกต่างกับเงาะที่ปลูกภาคตะวันออกและภาคใต้ เกษตรกรที่นี่ได้ไปนำเงาะพันธุ์โรงเรียนคุณภาพจากจังหวัดศรีสะเกษ มาปลูกที่นี่กว่า 10 ปีแล้ว เกษตรกรมีพัฒนาการปลูกและผลิตเรื่อยมากระทั่งได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการตลาดผู้บริโภค เงาะพันธุ์โรงเรียนจึงเป็นหนึ่งไม้ผลเศรษฐกิจของอำเภอน้ำขุ่นที่มีเกษตรกรนิยมปลูกกันแพร่หลาย ปัจจุบัน มีพื้นที่เงาะพันธุ์โรงเรียน 50 ไร่ เกษตรกรปลูก 15 ราย มีทั้งเก
เราอาจจะรู้จักกันแต่โทรศัพท์มือถือ แต่สำหรับ “เตามือถือ” มันคืออะไร คงต้องไปหาคำตอบจากหนุ่มรับเหมาก่อสร้างชาวชัยภูมิ คนรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์พลังงาน อย่าง คุณรัฐพงษ์ นราพล หรือ คุณโตด เจ้าของไอเดียนี้กัน แต่เดิมที่บ้านพักคุณโตด เลขที่ 155 หมู่ที่ 1 บ้านบัว ตำบลบ้านบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีเตาเผาชนิดที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง เวลาต้องการใช้งานต้องคอยเติมแกลบ ความจริงเตาประเภทนี้ก็ให้พลังงานความร้อนดี แต่เสียอย่างเดียวที่ต้องหมั่นตักแกลบออกจากเตาทุกครั้งเมื่อเสร็จงาน คุณโตดจึงมองเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา เลยเกิดแนวคิดเพื่อประดิษฐ์เตาขึ้นมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย แล้วต้องให้พลังงานความร้อนเพียงพอกับการใช้งานหลายอย่าง อีกทั้งต้องเคลื่อนย้ายง่ายด้วยการหิ้ว จึงเรียกว่า “เตามือถือ” “ความจริงแล้วเขาเคยเห็นเตาลักษณะแบบนี้ในยูทูป แต่มองว่าการใช้งานยังยุ่งยาก ไม่ตอบสนองต่อความต้องการอย่างแท้จริง เลยมาหาวิธีแปลงด้วยการเพิ่มช่องใส่เชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้หรือแกลบ พร้อมกับใส่หัวเตาด้านบนเพื่อให้สะดวกต่อการนำภาชนะมาวาง พร้อมกับได้ออกแบบให้มีที่หิ้วเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก”
ส้มเช้ง หรือ ส้มตรา เป็นพืชพื้นเมืองของจีน มีเปลือกหนา ผิวขรุขระ ผลกลม เมื่อผลอ่อนเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม พอสุกเปลือกจะมีสีเขียวอ่อนอมเหลือง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ฉ่ำน้ำ นิยมใช้ไหว้ในเทศกาลต่างๆ อย่างเทศกาลสารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ ปัจจุบัน การปลูกส้มเช้งลดน้อยถอยลง ถึงแม้จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี ในตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีเกษตรกรที่ปลูกส้มเช้งอยู่ 2 แปลงใหญ่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ คุณฉัตรชัย จันทนะโสด เจ้าของสวนส้มเช้ง พื้นที่ประมาณ 12 ไร่ คุณฉัตรชัย โตมากับการทำสวน เริ่มแรกที่สวนปลูกมะนาว องุ่น ปัจจุบัน ก็หันมาปลูกส้มเช้ง ถามถึงเหตุผลที่หันมาปลูกส้มเช้ง คุณฉัตรชัย บอกว่า คนนิยมปลูกกันน้อย จนใกล้จะสูญพันธุ์ จึงอยากจะปลูกเพื่ออนุรักษ์ไว้ ลักษณะของส้มเช้ง มี 2 ประเภท คือ พันธุ์ใบใหญ่ กับใบเล็ก แต่ที่สวนของคุณฉัตรชัยปลูกพันธุ์ใบเล็ก มีการขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง คล้ายๆ กับการปลูกมะนาว พื้นที่ในการปลูกระยะห่างระหว่างต้นกับแถว จะอยู่ที่ประมาณ 8 ศอก เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกองุ่นมาก่อน ดูแลตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว ตั้งแต่เริ่มปลูกส้มเช้ง ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ก็จะมี
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพทางการเกษตรไม่ได้เป็นงานที่สนใจเฉพาะผู้อยู่ในวัยเกษียณหรือผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคน แต่ยังเป็นอาชีพที่คนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ความสนใจมากขึ้น โดยบางท่านเมื่อเรียนจบการศึกษาแล้ว เมื่อได้ไปทดลองทำงานในบริษัทได้สักระยะ รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของชีวิต จึงลาออกจากงานนั้นมาประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตรก็มี เพราะได้ทำในสิ่งที่รักและที่สำคัญยังมีเวลาอยู่กับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกล คุณบุญทวี ประดิษฐ อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความสนใจที่อยากจะมีอาชีพทางการเกษตร ซึ่งเขามีดีกรีเป็นบัณฑิตแม่โจ้ รุ่นที่ 76 สาขาการผลิตสุกร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเขาได้มาปลูกองุ่นโดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ เรียกว่าการปลูกองุ่นแทบไม่ได้ตรงกับสายที่เขาเรียนมาเลยก็ว่าได้ แต่เขาสามารถดูแลองุ่นให้มีผลผลิตที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ชอบงานเกษตร มาตั้งแต่เด็ก คุณบุญทวี เล่าให้ฟังว่า ได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อประมาณ ปี 2558 จากนั้นได้ไปทำงานในบริษั
ภาคเกษตรของไทยหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าสำหรับใช้ในครัวเรือน และกิจกรรมภาคเกษตร บางท้องถิ่นอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทาน จึงไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับดูแลแปลงเพาะปลูก ในฉบับนี้จึงขอนำเสนอการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก ที่ช่วยให้เกษตรกรพึ่งพาตัวเองได้ในหลากหลายรูปแบบ ผลิตไฟฟ้า จาก “แบตเตอรี่ดิน” “แบตเตอรี่ดิน” เป็นแบตเตอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก มีชื่อเรียกว่า แบตเตอรี่พาร์เทียน หรือ แบตเตอรี่แบกแดด ถูกประดิษฐ์ขึ้นกว่า 2,000 ปีที่แล้ว ในยุคพาร์เทียน (343 ปี ก่อนพุทธศักราช ถึง พ.ศ. 746) ณ นครแบกแดด ประเทศอิรัก แบตเตอรี่พาร์เทียนเป็นไหดิน มีท่อทองแดงล้อมแท่งเหล็กอยู่ภายในไห สันนิษฐานว่าอิเล็กโทรไลต์เป็นกรด จากธรรมชาติ เช่น น้ำผลไม้ หรือน้ำส้มสายชู ได้มีการลองประกอบแบตเตอรี่จำลองโดยใช้น้ำองุ่น ปรากฏว่าให้แรงดันประมาณ 2 โวลต์ สันนิษฐานว่า แบตเตอรี่ดินดังกล่าวอาจใช้สำหรับชุบเคลือบโลหะ ใครๆ ก็สามารถผลิต “แบตเตอรี่ดิน” ที่ให้พลังงานไฟฟ้าได้จริงๆ เพียงแค่นำขวดน้ำขนาดเล็กมาตัดครึ่ง เอาแผ่นสังกะสีใส่เข้าไปให้พอดีกับขนาดขวด จากนั้นเติมดินให้เต็ม แล้วเติมน้ำกับน้ำส้มสายชูอ
พูดถึง ต้นหญ้า หลายคนจะมองว่าเป็นพืชทีไร้ค่าไม่มีประโยชน์ สร้างความรกรุงรังใครเจอก็มักจะถอนทิ้งด้วยความฝังใจ แต่ในปัจจุบัน ต้นหญ้า ที่เห็นอยู่ทั่วๆไปนั้น ถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน สร้างคุณประโยชน์และคุณค่า คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ผู้ที่หลงไหลและมีความรักในธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังเรียนจบจึงออกมาประกอบธุรกิจเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับเพื่อน คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่า หญ้าประดับ คือ หญ้าที่นำมาจัดสวน มีทรงพุ่มสวยงาม ใบเป็นเส้นเรียวยาว ผิวสัมผัสละเอียด ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่ต้องดูแล ทนความร้อนและแสงแดดได้ดี “สมัยเรียนเพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกันส่วนใหญ่จะมีธุรกิจรองรับเมื่อเรียนจบ ผมจึงคิดหาธุรกิจทำ ซึ่งการทำธรุกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นอะไรที่ลงทุนน้อย มีเนื้อที่อยู่ส่วนหนึ่งจึงมาปรับปรุงใช้เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกจำหน่ายทำมาได้ระยะหนึ่งเริ่มอิ่มตัว จึงเริ่มหาไม้ใหม่ๆ ที่อยู่ได้นานกว่าไม้ดอกไม้ประดับเข้ามาปลูก และการศึกษาดูงานในต่างประเทศบวกกับการศึกษาผ่านระบบโซเชียวต่างๆ ที่มีการนำต้นหญ้านานาชนิดมาเป็นส่วนประกอบในกา
“ลำไย” ถือว่าเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ คู่กับวัฒนธรรมและชุมชนของผู้คนในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนมานาน ลำไยเป็นพืชที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาวเพื่อกระตุ้นการออกดอก เมื่อหมดฤดูหนาวต้นลำไยจะออกดอกและติดผล เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม (ลำไยตามฤดูกาล) อุณหภูมิโดยทั่วไปลำไยต้องการอากาศค่อนข้างเย็น ต้องการอุณหภูมิต่ำ (10-20 องศาเซลเซียส) ในฤดูหนาว ช่วงหนึ่งคือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเพื่อการออกดอก ซึ่งจะสังเกตว่าถ้าปีไหนอากาศหนาวเย็นนานๆ โดยไม่มีอากาศอบอุ่นเข้ามาแทรก ลำไยจะมีการออกดอกติดผลดี เมื่อย้อนกลับไปในปี 2541 ได้มีการค้นพบสารโพแทสเซียมคลอเรต ด้วยความบังเอิญจากช่างทำดอกไม้ไฟ และทำให้ลำไยออกดอกและติดผลนอกฤดูได้ สามารถปลูกได้ทั่วไปเกือบทุกภาคของประเทศที่มีแหล่งน้ำที่ดี ต่อมาทำให้มีการขยายพื้นที่การปลูกอย่างมาก ทำให้ลำไยภาคตะวันออกในอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผลิตลำไยนอกฤดูเท่านั้น ข้อมูลตัวเลข ในปี 2555 พบว่า พื้นที่ปลูกลำไยในเขตจังหวัดจันทบุรี มีมากเกือบหนึ่งแสนไร่ มีปริมาณการส่งออกมากเกือบห้าแสนต
คุณเปรม สุวรรณรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านไร่ตก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมตัวกับชาวบ้านในพื้นที่ จัดตั้งกลุ่มเพาะเห็ดโคนน้อยตามโครงการสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งนี้ได้รับงบฯ สนับสนุนงบประมาณจำนวน 16,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนเพาะเห็ดโคนน้อย เช่น ซื้ออุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต และมีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะเห็ดโคนน้อย มาแนะนำเทคนิคการเพาะ ผู้ใหญ่เปรม ในฐานะประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า การเพาะเห็ดโคนน้อย จะใช้วัสดุหลักเป็นขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ซึ่งจะเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดีกว่าขี้เลื่อยจากไม้อื่นๆ สูตรการทำก้อนเห็ด ใช้ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม รำข้าว 8 กิโลกรัม ยิปซัม ปูนขาว ภูไมท์ ยูเรีย อย่างละ 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 200 กรัม โดยนำน้ำมาผสมกับดีเกลือและยูเรียคนให้ละลาย ส่วนขี้เลื่อย รำข้าว ยิปซัม ภูไมท์ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำน้ำที่ผสมดีเกลือกับยูเรียค่อยๆ รดลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่น น้ำหนัก ถุงละ 1 กิโลกรัม มัดปากถุง โดยใช้จุกพลา
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังราคามันสำปะหลังในประเทศตกต่ำมาหลายปี ทำให้เกษตรกรในพื้นที่จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตมันสำปะหลังแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศจำนวนมาก ต้องเปลี่ยนการเพาะปลูกหันไปปลูกพืชทางเลือกอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดทุนในการทำการเกษตร ประคับประคองครอบครัวหาเงินใช้หนี้สินที่กู้ยืมมา โดย นายวิวัฒน์ ศรีกระสังข์ อายุ 32 ปี เกษตรกรบ้านประชาสันต์ หมู่ที่ 10 ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ตัดสินใจรื้อไร่มันสำปะหลังของตนเองที่มีอยู่เกือบ 50 ไร่ หันไปปลูกมันเทศแทนมันสำปะหลัง เนื่องจากมองเห็นว่ามีราคาที่ดีกว่ามันสำปะหลังอีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเพียงแค่ 4 เดือน ในขณะที่มันสำปะหลังต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวครั้งเดียวต่อปี แต่ยังต้องมาประสบกับปัญหาราคาที่ไม่แน่นอนจึงหันมาทดลองปลูกมันหวานสายพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูงกว่ามันเทศธรรมดาหลาย 10 เท่าตัว พร้อมทั้งหาตลาดด้วยตัวเองและใช้โอกาสจากการที่เข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐ พัฒนาต่อยอดจนทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายมันหวานได้เดือนละกว่า 2 แสนบาท นายว
อดีตพนักงานจัดสวน และยังเป็นเจ้าของสวนยางพารา อาศัยอยู่ที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หัวใสนำกาบมะพร้าวเหลือใช้มาทำดินคุณภาพสูงขาย ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ดินนาหม่อม” ขายดิบขายดี ต้องสั่งจองล่วงหน้า นอกจากนั้นยังปลูกผักสวนครัวในวัสดุเหลือใช้ อย่างเช่น ตะกร้า กระสอบปุ๋ย รางน้ำเก่า สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ถูกจริตคนกรุงแห่มาขอซื้อ เพราะสวยงามและกินได้ อนาคตต่อยอดเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ คุณอมร ตรีรัญเพ็ชร ปัจจุบันอายุ 55 ปี บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ในอดีตประกอบมาแล้วหลายอาชีพ ล่าสุดหันมาทำสวนยางพารา 10กว่าไร่ ที่ตำบล นาหม่อม อำเภอ นาหม่อม จังหวัดสงขลา จากการสังเกตเห็นว่า แถวบ้านมีกาบมะพร้าวเหลือใช้เยอะมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเผาทิ้ง เลยคิดนำมาใช้ประโยชน์ นั่นเป็นที่มาของการทำดินขาย “ผมเห็นแถวบ้านมีกาบมะพร้าวแห้งเหลือใช้เยอะมาก เลยคิดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการทำดินปลูกต้นไม้ ส่วนผสมมี กาบมะพร้าวแห้งสับ ขุยมะพร้าว หน้าดิน ขี้เถ้าแกลบ ขี้ไก่แกลบ น้ำหมักชีวภาพ นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้ากัน กลายเป็นดินใช้ปลูกต้นไม้ได้ทุกชนิด อาทิ ไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ” สำหรับน้ำหมักชีวภาพ คุณอมร ผสมเ
