พืชทำเงิน
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียืดอายุลำไยเพื่อการส่งออก ซึ่งได้มอบหมายให้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินการจัดสร้างขึ้นตามนโยบายรัฐบาล โดยใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเป็นต้นแบบและเพิ่มขีดความสามารถของเอกชน ชุมชน เกษตรกรลำไย ให้รู้จักการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาการเน่าเสียของลำไยจากสภาวะลำไยล้นตลาด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลผลิตได้มาตรฐานการส่งออก เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2559 ณ อบต.เหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ในการนี้ นางสาวปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว. พร้อมด้วยผู้บริหารและแขกผู้เกียรติร่วมให้การต้อนรับ โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาเรื่อง “ประโยชน์จากการถ่ายทอดความรู้การยืดอายุลำไยเพื่อส่งออก” เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ นิทรรศการด้านเทคโนโลยีลำไย รวมทั้งโชว์ผลิตผลของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูน ทั้งนี้ภายในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียืดอายุลำไยเพื่อการส่งออก เป็นที่ตั้งขอ
เกษตรกรเมืองสมุทรสาคร สู้ทำ “มะพร้าวน้ำหอม” จนราคาดี ปลดหนี้ได้ ทั้งออกแบบผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ใหม่ แต่งตัวพร้อมขึ้นห้าง ทุกวันนี้ต้องคัดมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ 8,000 ลูก เพื่อส่งขายโมเดิร์นเทรด เซเว่น อีเลฟเว่น รับซื้อรายเดียว 1,500-2,000 ลูก ต่อวัน เทคนิคปลูกมะพร้าวน้ำหอมให้หวาน ส่งขายโมเดิร์นเทรด วันละกว่า 6,000-8,000 ลูก “มะพร้าวน้ำหอม” พระเอกแห่งเมืองสมุทรสาคร และเป็นสินค้าเกษตรประจำเมืองสมุทรสาครที่ขึ้นชื่อว่า มีความหวาน กลมกล่อม อร่อยกว่าทุกพื้นที่ ทำให้เกษตรกรกลุ่มหนึ่งสามารถมีรายได้ และนำมะพร้าวน้ำหอมส่งขายผ่านโรงงาน โดยมีช่องทางจำหน่ายรายใหญ่ที่เรียกว่า โมเดิร์นเทรด แต่กว่าจะทำให้ “มะพร้าวน้ำหอม” ขึ้นห้างได้ เกษตรกรในพื้นที่ได้บอกเล่าถึงเทคนิคและขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีผลอย่างมากที่ทำให้มะพร้าวน้ำหอมอวดโฉมได้อย่างสวยงามและมีราคาดีขึ้นมาทันตา คุณธานี ทรัพย์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์ประเสริฐ จำกัด เจ้าของธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม “โคโค่ เฟรส” (COCO FRESH) และเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดสมุทรสาคร เล่าให้สื่อมวลชนฟังอย่างเป็นกันเอง ถึงวิธีการปลูกและตัดมะพร้าวน้ำ
ก่อนจะมีการถมดินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเพียงเล็กน้อย ทีมงานนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านมีโอกาสไปพูดคุยกับเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงในแถบนั้น พร้อมกับชิมมะม่วงน้ำดอกไม้…มะม่วงที่ได้ชิมรสชาติเยี่ยมยอดอยู่ในระดับเดียวกันกับทางพระประแดง และอำเภออื่นๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ เหตุที่มะม่วงของถิ่นนี้รสชาติดี เพราะดินที่ปลูกเป็นดินเหนียว เกิดจากการทับถมมานานปี บางช่วงมีน้ำเค็มเข้าถึง ดินลักจืดลักเค็ม ว่างเว้นจากการทำข่าวแถวหนองงูเห่าไปนาน เพราะเข้าใจว่า พื้นที่เกษตรคงแทบไม่เหลือแล้ว เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่ส่งเสียงดัง ต้นไม้คงยอดหด ไม่เจริญเติบโต…มีความเข้าใจอย่างนี้จริงๆ แต่เมื่อได้ไปสัมผัสอีกครั้งหนึ่ง โดยการนำทางของ คุณศักดิ์ชัย ศรีสุวรรณ อดีตนักวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ที่จังหวัดสมุทรปราการยังปลูกมะม่วงได้ผลดีอยู่ คุณศักดิ์ชัย บอกว่า พื้นที่รวมๆ แล้ว มีประมาณ 7,000 ไร่ สวนของเกษตรกรที่พาไปดู อยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิทางตรงราว 10 กิโลเมตร เท่านั้น เน้น มะม่วงน้ำดอกไม้ และเขียวเสวย คุณศักดิ์ชัย นำทางจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งแรกๆ ริมถนนสองข้างทางเต็มไปด้ว
การดำรงชีวิตในวัยหลังเกษียณ จำเป็นต้องมีการวางแผน มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพราะรู้ดีว่าวันนั้นคงมาถึง แต่มีหลายคนยังคงวางเฉยเพราะรู้ดีว่าอาจมีลูกหลานดูแล จึงมุ่งดำเนินชีวิตเพื่อจะใช้เวลาที่เหลือสำหรับพักผ่อน เพราะลูกหลานไม่ต้องการให้ทำงานอีกต่อไป สำหรับคนที่วางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้อย่างรอบคอบ ย่อมทำให้ชีวิตไม่สะดุด ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน คนเหล่านี้จึงเตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการถามตัวเองตลอดเวลาว่า ชอบอะไร ต่อไปในอนาคตจะทำอะไร สำหรับ คุณฐิตินันท์ หะมาน ลูกย่าโมที่เพิ่งหยุดอาชีพแม่พิมพ์อย่างถาวรเมื่อปี 2557 จึงเลือกที่จะปลูกพืชผักแล้วทำสวนครัวอยู่กับบ้านสำหรับรับประทานเองอย่างปลอดภัยในบั้นปลายชีวิต คุณฐิตินันท์เป็นอดีตครูโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยครูนครราชสีมา ก่อนจะสอบบรรจุครูครั้งแรกที่อำเภอพิมาย ต่อมาย้ายไปเป็นครู 1-2 แห่ง จนกระทั่งมาสอนประจำที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์เป็นแห่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ “ครูปุ๊” เป็นชื่อเล่นของคุณฐิตินันท์ที่คุ้นเคยกันในกลุ่มครูและหมู่นักเรียน โดยมีอายุราชการในฐานะครูมาตลาด 38 ปี ทั้งเป็นช่วงเวลาที
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณพรรณพิมล ปันคำ อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 7 บ้านท่าศาลา ตำบลศรีเมืองชุม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 57130 เดิมทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือการปลูกข้าว แต่ประสบปัญหาความไม่คุ้มทุน ด้วยราคาค่าปุ๋ย ค่าสารเคมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาผลผลิตตกต่ำจึงไม่สามารถชำระเงินกู้คืนได้ เมื่อมองเห็นปัญหาแล้ว คุณพรรณพิมล จึงเริ่มต้นแก้ปัญหาให้ตัวเองด้วยการทำบัญชีครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เริ่มต้นเรียนรู้และลงมือทำการเกษตรแบบลดต้นทุน ไม่พึ่งพาสารเคมี ทำเกษตรอินทรีย์ จนกระทั่งปลดภาระหนี้สินได้สำเร็จ เนื่องจากคุณพรรณพิมลมองเห็นว่าเพื่อนชาวเกษตรกรไทยอีกมากมายยังคงอยู่ในวังวนของความทุกข์จากการมีหนี้สินครัวเรือนสูงขึ้นจากการกู้หนี้นอกระบบ ขาดทักษะการทำมาหากิน ครอบครัวแตกแยก และมีสุขภาพที่ทรุดโทรมจากการทำเกษตรกรรมจากการใช้สารเคมีที่เข้มข้นเพื่อเพิ่มผลผลิต และยังส่งผลร้ายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เมื่อปี พ.ศ. 2545 จึงตัดสินใจเปิดบ้านของตนเองเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้ ชื่อ ศูนย์เกษตรกรรมยั่งยืนตำบลศรีเมืองชุม โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ 14 ไร่ 1 งาน เป็นแปลง
มาดูวิธีการปลูกพริกไทยซีลอน ที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ต่อจากฉบับที่ผ่านมา ของคุณประเสริฐ จันทโรทัย อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 1 ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โทร. (087) 841-2310 ถึงเรื่อง การให้น้ำ โดยคุณประเสริฐ เล่าว่า ตนเองประยุกต์ใช้ระบบน้ำแบบเดินสายน้ำ PE ขนาดเล็ก เดินขึ้นไว้บนยอดเสาค้างพริกไทย เมื่อเวลาเปิดน้ำ น้ำก็จะไหลจากด้านบนลงล่าง ทำให้เสาปูนมีความชุ่มชื้น ลดความร้อนของเสาปูน แล้วน้ำก็จะไหลลงสู่โคนเสา (ค่าอุปกรณ์ระบบน้ำ ประมาณ 5,000 บาท ต่อ 200 หลักพริกไทย) ระยะเวลาการให้น้ำ หลังปลูกควรรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน เมื่อพริกไทยตั้งตัวได้ ลดเหลือ 2-3 วัน ต่อครั้ง พริกไทยที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรให้ 3-4 วัน ต่อครั้ง ตามสภาพดินฟ้าอากาศ ในฤดูแล้งอาจประหยัดการให้น้ำโดยการคลุมดินในแปลงปลูกด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แต่ในฤดูฝนไม่ควรคลุมดินจนชิดโคนต้น ควรเว้นห่างเพื่อไม่ให้โคนต้นชื้นแฉะเกินไปและเกิดโรค เตรียมให้น้ำระบายออกจากแปลงปลูกอย่างรวดเร็ว และขณะดินชื้นแฉะไม่ควรเหยียบย่ำในแปลง จะทำให้ดินแน่นทึบ รากเสียหายได้ พริกไทยจะเริ่มให้ผลผลิตหลังปลูก ประมาณ 10-14 เดือน แต่ส่วนใหญ่แล้ว
การเกษตรแบบผสมผสาน เป็นระบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ด้วยการนำกิจกรรมทางด้านเกษตรทั้งพืช ผัก ผลไม้และสัตว์ มาอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อทำให้เกิดการผสมกลมกลืน เกื้อกูลกันตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะชาวบ้านมองว่า เป็นการลดความเสี่ยงและประกันความแน่นอนในเรื่องรายได้ “สวนป่ายงพฤกษา” ตั้งอยู่เลขที่ 73 หมู่ 9 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ บริเวณภายในสวนแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 30 ไร่ ได้จัดแบ่งกลุ่มกิจกรรมทางการเกษตรไว้อย่างมีระเบียบ ทั้งไม้ป่าเศรษฐกิจ ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ไม้ผล ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นบ้าน หมู และปลาในลักษณะการเกษตรแบบผสมผสาน ลุงทองกาว ยงพฤกษา เจ้าของสวนป่ายงพฤกษา อดีตเคยเป็นราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าหรือ รสทป.เผยว่าภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในฐานะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว ได้เริ่มต้นชีวิตเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชไร่อย่างข้าวโพด พริก หรือผักต่างๆ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมบนเขาค้อที่มีความสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และป่ามีอากาศชื้น จึงไม่เอื้อต่อการปลูกพืชบางชนิด จากนั้นจึงเปลี่ยนมาทดลองปลูกไผ่ตงเป็นเวลา 3 ปี แต่ไม่ประสบความส
มีคนเคยกล่าวว่า ถ้าเราได้ทำงานที่มีความสุข ก็เท่ากับว่าเราได้มีความสุขในทุกๆวันการทำงาน ทุกคนล้วนมองหางานที่มีความสุข ไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ บางคนเจอช้า บางเจอเร็ว เช่นเดียวกับ คุณอัครเดช อภิรักษ์วัฒนา วัย 50 ปี หรือคุณช้าง ที่วันนี้ เขาได้พบกับงานที่ทำแล้วมีความสุข คุณช้างมีหลัก ที่ทำอยู่ นั่นคือ ช่วยคุณพ่อทำธุรกิจรับซื้อของเก่า รวมทั้งรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แต่ด้วยการเล็งเห็นพื้นที่หลังบ้าน ว่างๆ ในพื้นที่ดินของตนเอง 1 ไร่เศษ จึงคิดแปลงที่ดินผืนนี้ ทำการเกษตรแบบพอเพียง โดยการเดินตามรอย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือเมื่อได้แนวคิดมาแล้ว ก็มาแปลงจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยเริ่มจากปลูกสับปะรด ราว 6000 ต้น ทำไมต้องเป็นสับปะรด ทั้งที่ พื้นที่บริเวณนี้ไม่เคยมีใครปลูกสับปะรดในเชิงการค้านับพันต้นมาก่อน คุณช้างเล่าว่า ภรรยาคุณช้าง (คุณจินดา สีเมฆ) มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสับปะรดค่อนข้างมาก เลยทดลองนำมาปลูก โดยได้ทั้งต้นพันธุ์ และเทคนิคการปลูกมาครบ สับปะรดปัตตาเวีย “เราอยู่ในช่วงทด
เพราะเมื่อก่อน มีการขยายพันธุ์ขนุนด้วยเมล็ด จึงกลายพันธุ์ได้ลักษณะที่แปลกใหม่ เจ้าของจึงตั้งชื่อ แล้วเผยแพร่ ขนุนยุคแรกๆ ที่รู้จักกันดีคือ ขนุนตาบ๊วย จากนั้นจึงเป็นยุคของ ฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ ของจังหวัดปราจีนบุรี เวลาผ่านไป มีขนุนออกมาอวดโฉมในวงการเกษตรมากขึ้น ทำให้ผู้ปลูกและผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัด ว่าขนุนพันธุ์ไหนควรจะปลูกและสืบหน่อต่อแนว ทำให้พันธุ์ขนุนส่วนใหญ่หายไป นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะไม่มีการอนุรักษ์ไว้เหมือนไม้ผลชนิดอื่น เท่าที่เห็นอยู่ในขณะนี้ในตลาดมี ขนุนทองประเสริฐ ปีเดียวทะวาย มาเลเซีย และเหลืองบางเตย สำหรับ ขนุนพันธุ์ไพศาลทักษิณ ขนุนพันธุ์มหามงคล มีปลูกไว้ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรเลย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรระยอง และเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ พันธุ์ขนุนของไทยนั้นมีเสน่ห์ อย่าง ขนุนอีถ่อ ผลยาวที่สุด ขนุนทองนาทวี น้ำหนักมากสุด เคยชั่งได้ 80 กิโลกรัม ต่อผล ขนุนปีเดียวทะวาย ปลูกแล้วให้ผลผลิตเร็วที่สุด เพียง 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้ว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “8
ผักสลัดเป็นผักที่ดูทันสมัย น่าบริโภค เหมาะกับคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้ว่ามีการตั้งสลัดบาร์จำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านอาหารแฟรนไชน์ยี่ห้อต่างประเทศแทบทุกแห่ง ผักสลัดมีสีสันฉูดฉาด เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้หยิบจับ อีกประการหนึ่งก็คือ มีการตกแต่งสลัดบาร์อย่างมีระเบียบสวยงาม เป็นที่พอใจแก่ลูกค้า และสลัดก็เป็นอาหารสุขภาพสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก อาจารย์สงบ เพียรทำดี เรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรบางพระ ได้วุฒิ ปมก.(ประโยคครูมัธยมเกษตรกรรม เทียบเท่าอนุปริญญา) ในปี พ.ศ.2515 หลังจากนั้นจึงได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเกษตรสิงห์บุรี สอนทางด้านสัตวศาสตร์ โคเนื้อโคนม ต่อมาได้ลาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาคุรุศาสตร์เกษตร และในปี พ.ศ.2535 ได้ย้ายมาเป็นผู้ประสานงานฝึกอบรมศิลปชีพภาคเกษตรกรรมที่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร ด้วยความร่วมมือของกรมอาชีวะศึกษา สปก.และศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ต่อมาในปี พ.ศ.2538 กรมอาชีวะศึกษาได้จัดตั้งเป็นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทย จึงได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรก ซึ่งทางวิทยาลัยฯ มีชื่อเสียงในการผลิตผักไฮโดรโปรนิคส์ในเชิงการค้า สามาร
