พืชทำเงิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” ขับเคลื่อนโครงการปลูกความรู้ด้านการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเปิดการเรียนการสอนเด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับปฐมศึกษาเน้นการเรียนรู้ด้านวิชาการ ควบคู่กับหลักสูตรด้านการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ธ.ก.ส.” ส่งเสริมโครงการ “การเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและการส่งเสริมอาชีพระหว่างเรียน” สนับสนุนให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพพลานามัยที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง นักเรียนมีทักษะความรู้ การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลาและไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ สามารถส่งต่อความรู้ในโครงการไปยังครอบครัวและคนในชุมชน ต่อยอดสร้างอาชีพได้ในอนาคต ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โรงเพาะเห็ดพอเพียง ให้ผลผลิตทุก 15 วัน “โรงเพาะเห็ดพอเพียง” เป็นแนวทางหนึ่งของวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ธ.ก.ส. ส่งเสริมและสนับสนุนด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างโรงเพาะเห็ดขนาดย่อมที่ให้ผลผลิตได้ในทุก 15 วัน ได้รับผลผล
บางบ้านปลูกไม้ผลไว้หลายชนิด แต่พบว่าไม้บางชนิดไม่ค่อยผลิดอกออกมาให้เห็น ต้นไม้ที่ไม่มีดอก อย่าหวังว่าจะได้เก็บผลกิน สาเหตุที่ต้นไม้ไม่ออกดอกนั้น มีปัจจัยหลายประการด้วยกัน ที่เห็นอยู่ประการหนึ่งคือ เจ้าของมักดูแลดีเกินไป รดน้ำเป็นประจํา เช่น มะม่วง ในช่วงปลายฝนต้นมะม่วงจะสะสมอาหาร เมื่อฝนหยุดจะเตรียมออกดอก หากไปรดน้ำ อาหารจะไม่สมดุล เกิดใบอ่อนออกมาแทนดอก ปีนั้นเลยไม่ติดผล ทางที่ดีควรงดน้ำช่วงปลายฝน เป็นวิธีการเดียวกับชาวสวนส้ม ชาวสวนชมพู่ จะกักน้ำเพื่อให้ส้มและชมพู่ออกดอก นอกจากนี้ สาเหตุที่ต้นไม้ไม่ออกดอก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตําแหน่งที่ปลูกมีประชากรหนาแน่นเกินไป เช่น มะม่วงไปซุกอยู่ใต้ต้นขนุน ใส่ปุ๋ยไม้ผลอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ทุกวันนี้มีการแบ่งประเภทปุ๋ยอย่างชัดเจน แรกสุดคือ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากมูลสัตว์ ชิ้นส่วนของพืช รวมทั้งของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม ต่อมาเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์หรือปุ๋ยเคมี ซึ่งมีธาตุอาหารอยู่ 16 ธาตุ ด้วยกัน แต่ธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการคือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไนโตรเจน (N) ช่วยบํารุงต้นพืช บํารุงใบ ฟอสฟอรัส (P) ช่วยสร้างดอกแก่ต้นพืช โพแทสเซียม (K) ช่วยปรับปร
เทคนิคนี้เป็นความรู้ที่ได้มาจาก คุณชูศักดิ์ ศรีพ่วงเล็ก เกษตรกรที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ก่อนปี 2538 คุณชูศักดิ์ ปลูกมะม่วงไว้จํานวนมากมายหลายสายพันธุ์ แต่หลังจากปี 2538 น้ำท่วมใหญ่ จากนั้นเขาได้เน้นผลิตมะม่วงโชคอนันต์จําหน่ายนอกฤดู แต่ก็ยังมีมะม่วงเขียวเสวยหลงเหลืออยู่ เจ้าเขียวเสวยมีชื่อในด้านการออกดอกติดผลยาก แต่คุณชูศักดิ์ก็มีวิธีการ เขาบอกว่าให้หมักปลาหมักหอยแล้วราดไปที่โคนต้น พวกนี้มีโปรตีนมีธาตุอาหาร ช่วยให้มะม่วงออกดอกติดผลดี วิธีการ ทําได้โดยนําปลามา 3 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน และจุลินทรีย์ 1 ส่วน หมักนาน 3 เดือน จากนั้นนําไปฝังกลบที่โคนต้น หรือนําไปราดที่โคนแล้ว รดน้ำตาม โดยเริ่มทําหลังเก็บผลผลิตแล้ว โดยปลานั้นใช้ปลาที่ราคาไม่แพง เช่น ปลาทะเลที่นํามาเลี้ยงเป็ด นําปลากะพง มาทําคงไม่ดี ส่วนนี้อาจจะใช้หอยเชอร์รี่แทนก็ได้ กากน้ำตาล ช่วยให้การหมักไม่มีกลิ่นเหม็น จุลินทรีย์ หาได้ง่ายๆ โดยขุดหน่อกล้วยทั้งโคนต้นมานั่นหมักใส่ลงไป เรียกว่า “จุลินทรีย์หน่อกล้วย” หรืออาจใช้อีเอ็ม รวมทั้งเชื้อ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน เมื่อใช้ปลาหมักหรือหอยหมักราดให้ คุณชูศักดิ์บอกว่า มะม่วงเขี
ปัจจุบัน เกษตรกรหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำหยดในการให้น้ำแก่พืช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ช่วยจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำแบบนี้ช่วยให้พืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต หลักการทำงานของ “ระบบน้ำหยด” ระบบน้ำหยด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกพืช , ปลูกผัก , ทำไร่ , ทำสวน ซึ่งสามารถนำระบบน้ำหยดมาใช้สำหรับควบคุมปริมาณน้ำในการปลูกพืช เพื่อรักษาระดับความชื้นในดิน หลักการทำงานของระบบสายน้ำหยด คือ การส่งน้ำไปยังต้นพืชอย่างสม่ำเสมอผ่านท่อและหัวน้ำหยดที่ติดตั้งไว้บริเวณโคนต้น โดยน้ำจะถูกปล่อยออกมาเป็นหยดเล็ก ๆ อย่างช้า ๆ ตามจังหวะเวลาที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยให้พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมตลอดเวลา ลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยหรือการซึมลงดินลึกเกินไป ระบบน้ำหยด เหมาะกับการทำเกษตรหลายประเภท โดยเฉพาะการเกษตรที่ต้องการการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ระบบนี้ให้ความแม่นยำในการส่งน้ำถึงรากพืช ทำให้เหมาะกับการเกษตรดังนี้ เกษตรแบบพืชสวน เหมาะกับการปลูกผัก ผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ เพราะระบบน้ำหยดช่วยส่งน้ำใ
หลายคนรู้จัก “เห็ด” ในฐานะแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบัน มีการจำแนก “เห็ด” แล้วกว่า 30,000 ชนิด มีทั้ง เห็ดกินได้ และเห็ดพิษ ที่กินไม่ได้ ทุกวันนี้ เห็ดนอกจากเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถใช้เป็น “ยารักษาโรค” ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาททั่วโลก ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ด องค์การสหประชาชาติ (ระหว่างปี 2524-2548) และผู้ก่อตั้ง สถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เห็ดสามารถใช้เป็น “ยารักษาโรค” เนื่องจากเห็ดมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติทางยา คือ เบต้ากลูแคน ช่วยเสริมภูมิให้กับร่างกาย นอกจากนี้เห็ดยังมี สารสเตอรอล(Ergosterol )ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นของวิตามินดี2 ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดและ กระดูก ทั้งนี้ เห็ดแต่ละชนิดจะมีสารสำคัญมากน้อยแตกต่างกัน จึงมีประสิทธิภาพการการเสริมภูมิไม่เหมือนกัน เนื่องจากสารเบต้ากลูแคนซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในผนังเซลของเห็ดนั้น มีขนาดใหญ่มาก ร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้ ยกเว้นในลำไส้เรามีจุลินทรีย์โปรไบโอติกเพียงพอ ตัวจุลินทรีย์โปรไบโอติกในร่างกาย จะสร้างเอ็นไซม์มาย่อยให้สารเบต้ากลูแคนที่มีน้ำหน
“ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” อาหาร super foods ของโลก ฉายาว่า “Green Caviar” ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ เพราะมีโภชนาการครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก อุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนทางอาหาร ทำให้ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าวงการเพาะเลี้ยงไข่ผำกันเป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนไข่ผำจะนิยมทานกันมากในภาคเหนือและภาคอีสาน มีขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึงและหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสารเคมีเจือปน เนื่องจากผำธรรมชาติจะเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ได้ดีก็ต่อเมื่อแหล่งน้ำนั้นเป็นน้ำสะอาด ปัจจุบันมีการนำมาเพาะเลี้ยงสร้างรายได้กันมากขึ้น โดยวิธีการเพาะเลี้ยงไข่ผำมีหลากหลายวิธีดังนี้ 1.การเพาะเลี้ยงในกะละมัง หรือกระบะผสมปูน การเพาะเลี้ยงไข่ผำในกะละมังถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยกำลังเริ่มต้นหัดเลี้ยง เพื่อศึกษา ลองผิดลองถูก ใช้เงินลงทุนไม่มาก เริ่มต้นด้วยเงิน 20 บาท ก็สามารถเพาะเลี้ยงไข่ผำไว้ทานเองในครัวเรือนได้ ขั้นตอนการเพาะเลี้ยง ขั้นตอนที่ 1 ให้เริ่มจากการเตรียมบ่อหรือภาชนะที่ใช้
คนเมืองที่อยากปลูกผักข้างบ้าน เพื่อสร้างผลผลิตที่ปลอดภัยและสร้างแหล่งอาหารด้วยตนเอง สามารถแวะไปเรียนรู้วิธีปลูกผักในพื้นที่จำกัดรูปแบบต่างๆ ได้ที่ สวนผักบ้านคุณตา (คุณตาสุทธิ โอมุเณ) ฟาร์มออร์แกนิกและศูนย์การเรียนรู้เนื้อที่ 100 ตารางวา ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท 62 กรุงเทพฯ อาจารย์คมสัน หุตะแพทย์ ตั้งใจบริหารสวนผักบ้านคุณตาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตอาหารปลอดสารเคมีเพื่อการพึ่งตนเอง การจัดการพลังงานและการจัดการน้ำ การทำผลิตภัณฑ์ภายในครัวเรือนใช้เอง เพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของคนเมือง อาจารย์คมสันได้นำหลักการของ urban metabolism changing linear metabolism to be circular metabolism โดยการใช้แหล่งต่างๆ เช่น การกักเก็บน้ำฝน และ พลังงานโซลาร์เซลล์ Cascading และ การรีไซเคิล สำหรับ closing resources and waste loop within the area ยกตัวอย่างเช่น การนำน้ำเสียจากครัวเรือนมาทำให้สะอาดและใช้ซ้ำในการเกษตร การทำปุ๋ยจากเศษอาหาร และเศษผักในสวนครัว 7 ไอเดีย ทำเกษตรในพื้นที่จำกัด โรงเรือนแบบเปิด ปลูกผักได้ทุกฤดู สวนผักบ้านคุณตา สร้างซุ้มผักเลื้อยสำหรับปลูกแตงกวา บวบ ฟักทอง และถั่วพู ใกล้ๆ กันสร้างโร
ช่วงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทำนาปรัง แต่ด้วยปีนี้นั้นหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งและราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งมีชาวนาหลายรายที่วัดดวงลงทุนทำนาปรังกันเหมือนเช่นทุกปี และยังมีชาวนาอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมถอดใจหยุดทำนาปรังและปรับเปลี่ยนมาประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างอื่นแทน แปลงนาของ นางรัชยา พิมมั่น อายุ 49 ปี เกษตรกรในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลหนองยาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในคนที่ปีนี้หยุดทำนาปรังเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ และราคาข้าวที่ต่ำลงอย่างมาก ก่อนตัดสินใจปล่อยทิ้งที่นากว่า 30 ไร่ ลองปลูกฟักทอง สายพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยเนื้อที่เพียง 2 ไร่ แต่สามารถให้ผลผลิตที่สร้างรายได้ถึง 300,000 บาท ในระยะเวลาที่เท่ากับปลูกข้าวนาปรัง แต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า ใช้น้ำน้อยกว่า อีกทั้งยังลงทุนน้อยกว่ามากอีกด้วย โดย นางรชยา เล่าว่า ปกติทุกปีตนเองก็จะทำนาปรังเหมือนคนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยปีนี้แล้งมาก น้ำในสระที่เก็บสำรองไว้มีไม่พอที่จะทำนาถึง 30 ไร่ได้ ประกอบกับปีที่แล้วนาปรังที่ทำก็โดนแมลงบั่วลงข้าวจนเสียหายไปเยอะมาก ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดี ปีนี้จึงตัดสินใจไม่ทำนาปรัง และลองมาปลูกฟักทอง สาย
กล้วยเล็บมือนาง เป็นพืชท้องถิ่นภาคใต้ นิยมปลูกแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง และภูเก็ต เนื้อที่ปลูกกว่า 20,000 ไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรปีละกว่า 280 ล้านบาท เนื่องจากกล้วยเล็บมือนางเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย จึงเป็นที่นิยมรับประทานทั้งผลสดและการแปรรูป เช่น รวมทั้งยังเป็นสินค้าประจำจังหวัดชุมพร โดยได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ชื่อว่า “กล้วยเล็บมือนางชุมพร” กล้วยเล็บมือนาง เป็นพืชมีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจสำหรับตลาดภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร กรมวิชาการเกษตร จึงได้สำรวจคัดเลือก และรวบรวมกล้วยเล็บมือนางสายต้นที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพผลผลิตดี ลักษณะผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดจากแปลงเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ปี 2554 คัดเลือกได้ 21 สายต้นนำมาปลูกเปรียบเทียบและคัดเลือกสายต้นที่เจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง เหมาะสำหรับแปรรูปและรับประทานผลสดได้ จำนวน 5 สายต้น นำมาปลูกขยายหน่อพันธุ์ ปลูกทดสอบในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยใช้สายต้น 001 พันธุ์พื้นเมือง เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ จนได้สายต้นดีเด่น
ไม่ใช่เพียงการปลูกผักในบริเวณบ้านเท่านั้นที่จะถูกนำเสนอในคอลัมน์ เกษตรในเมือง แต่หมายถึงการปลูกพืชชนิดไหนก็ได้ ขอเพียงให้สามารถใช้ประโยชน์จากการปลูกทั้งในแง่ความมั่นคงทางอาหารหรือสุขภาพที่ได้บริโภคผักปลอดภัย หรือในแง่สันทนาการเพื่อความเพลิดเพลินสามารถคลายเครียดจากการทำงานในเมืองได้เป็นอย่างดี ไม้ดอกไม้ประดับส่วนใหญ่จะถูกปลูกไว้หน้าบ้านหรือในสวนข้างบ้านอยู่แล้ว จะมากจะน้อยแล้วแต่ความชอบกับความเหมาะสมของสถานที่ ภูมิอากาศสภาพแวดล้อมก็มีส่วนด้วย ตามข้อมูลของเฟิร์นสกุล Platycerium หรือชายผ้าสีดา ที่มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในประเทศไทยมีอยู่ 4 ชนิด คือ เฟิร์นหูช้าง เฟิร์นปีกผีเสื้อ ที่มีมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้ที่มีชายห้อยลงยาวกว่าชนิดอื่นและเฟิร์นเขากวางตั้งซึ่งมีชายตั้งตรงขึ้นไม่ได้ห้อยเหมือนชนิดอื่นพบในภาคใต้ ผู้เขียนเคยนำเฟิร์นทั้ง 4 ชนิดมาปลูกในภาคกลางปรากฏว่าเฟิร์นที่เติบโตได้ดีคือ เฟิร์นปีกผีเสื้อและเฟิร์นหูช้างของภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเฟิร์นที่มาจากภาคใต้ คือเฟิร์นชายผ้าสีดาใต้และเขากวางตั้งปลูกค่อนข้างยาก เพราะตามถิ่นกำเนิดเดิมเฟิร์นเหล่านี้อยู่ในธรรมชาติที่
