เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าว NRCT Talk Phase 2 ครั้งที่ 3 หัวข้อ “นวัตกรรมอาหารอนาคต – จากงานวิจัยสู่ธุรกิจเพื่อสุขภาพ (NRCT Talk: Future Food Innovations – From Research to Market for Health & Wellness)” ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช.จัดเวทีเสวนา NRCT Talk ในครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ที่ได้รับความสนใจในระดับโลก การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้จำกัดเพียงแค่คุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยทางอาหาร แต่เชื่อมโยงกับแนวคิดด้าน ความยั่งยืน (Sustainability), นวัตกรรม (Innovation) และ มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้
วช. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลักของไทย การนำผลงานวิจัยไปสู่การพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนา “อาหารแห่งอนาคต” ที่สามารถตอบสนองต่อแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นายอัครวัฒน์ ภู่นวล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองฟู จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากเต้าหู้แผ่นอบกรอบ “TONGFU”กล่าวถึง ว่า ปัจจุบันแนวโน้มการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพ ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น จึงมุ่งพัฒนาต่อยอดงานวิจัย สู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรม ขยายตลาดไปสู่เชิงพาณิชย์ “TONGFU”เป็นสินค้าทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มองหาขนมขบเคี้ยวที่ให้โปรตีนสูงจากพืช โดยเน้นพัฒนากระบวนการผลิตเต้าหู้ ให้ได้คุณภาพ มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในประเทศ และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับสากลได้


ด้านนายจตุรวิทย์ บุษรา บริษัท บีเอส อินเตอร์ฟู้ดส์โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว (Rice Snack Bar) ในชื่อ ตราพระยา กล่าวว่า สินค้าของเราผลิตจากข้าวหอมสุรินทร์ที่ขึ้นชื่อมาผสมรวมกับโปรตีนจากพืช ลูกเดือย กล้วยดิบ น้ำมันรำข้าว และส่วนผสมอื่น ๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี จนได้ขนมข้าวพองที่มีประโยชน์ด้านโภชนาการและสุขภาพ จากนั้นพัฒนาต่อยอดจนได้เป็นข้าวพองอัดแท่งเคี้ยวเพลินจากถั่วและธัญพืช รสชาติอมหวานจากผลไม้ไทย จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ Snack bar จากข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรรี่สุรินทร์ มีสารอาหารทั้งโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ มีรสชาติของผลไม้ไทย เหมาะสำหรับการทานเล่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเน้นเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก


นอกจากนี้ เภสัชกรหญิงนวรรณ พวงมาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวทีฟ ฟาร์ม่า เฮิร์บส์ จำกัด ผู้สืบทอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และตำรับยาสมุนไพรทายาทรุ่น 5 ตระกูลหมอ 300 ปี บ้านหมอชอน สมุนไพรเพชรบุรี และ ผศ. ดร.พัชนีย์ ยะสุรินทร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากข้าวที่ทนต่อการย่อยด้วยเอนไซม์ (RS3) นวัตกรรมอาหารผู้สูงวัย และคนไข้พักฟื้น ที่รู้จักกันดีในชื่อ ” Natur Bloom” ว่า เนื่องจากเมืองไทยมีประชากรผู้สูงวัยมากขึ้น ซึ่งผู้สูงวัยไม่อยากกินข้าว ชอบกินขนม แต่เป็นเบาหวาน จึงพัฒนาสูตรอาหารที่มีรสชาติดี ที่ดื่มได้ ดูดกินได้ ในรูปแบบซุปข้าวท่ี่มีส่วนผสมของธัญพืชนานาชนิด มีรสชาติแบบไทย มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
” Natur Bloom” ผลิตจากข้าวไทยที่นำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งกลุ่มอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้พักฟื้นที่ยังกินอาหารปกติไม่ได้ และรองรับกลุ่มผู้มีปัญหาโรคไม่ติดต่อแต่เรื้อรัง (NCDs) ภายใต้แนวคิดที่ว่า อาหารเป็นยา คัดสรรสูตรอาหารให้เหมาะสมกับโภชนาการของผู้สูงวัย แต่ไม่ใช้สารเคมี “เสมือนยา…แต่ไม่ต้องกินยา เสมือนข้าว…แต่ไม่ต้องเคี้ยว”ทำให้ผลงานชิ้นนี้ ได้รับรางวัลนวัตกรรม RICE PLUS AWARD 2018 และได้รับรางวัลที่ 1 ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในช่วงที่ผ่านมา


