Featured พืชทำเงิน

เกษตรกรรุ่นใหม่ ปั้นสวนส้มโอ 50 ไร่ สูตรปุ๋ยดีทุกระยะ สร้างผลผลิต 50 ตัน/ปี ขายดีทั้งตลาดออฟไลน์-ออนไลน์ เทคนิคสร้างตัวตนชัด!!!

ในยุคที่กระแสการบริโภคผลไม้คุณภาพกำลังมาแรง ส้มโอกำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ของเกษตรกรที่มองการณ์ไกล เหมือนเช่น คุณปิติ จีนแส รองประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่จากตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ผู้พลิกผืนดินเชิงเขาให้กลายเป็นสวนส้มโอที่มีคุณภาพหวานฉ่ำและปลอดภัย จนได้รับความสนใจจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขา น้ำตก และธรรมชาติ คุณปิติเห็นศักยภาพของผืนดินมากกว่าการเป็นเพียงแค่จุดพักสายตา โดยลงมือปลูกส้มโอด้วยแนวคิด “ปลูกให้ต่าง ปลูกให้ยั่งยืน” ตั้งแต่การคัดพันธุ์ การดูแลรักษา ไปจนถึงการพัฒนาผลผลิตของตัวเอง 

สายเลือดเกษตรกร ทำให้ต้องกลับมาทำเกษตร 

แนวคิดเบื้องหลังความสำเร็จของสวนส้มโอบนพื้นที่ 50 ไร่ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคุณปิติในวันที่ไม่มีแม้แต่ประสบการณ์ด้านเกษตร ไปจนถึงวันที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “นักปลูกส้มโอมืออาชีพ” พร้อมกับเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำเกษตรอย่างมีคุณภาพ


คุณปิติ เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบปริญญาตรีชีวิตในช่วงนั้นไปทำอะไรหลายอย่าง แต่ด้วยที่ครอบครัวทำสวนส้มโอมาตลอด จึงได้กลับมาช่วยครอบครัวสานต่อสวนส้มโอ โดยปรับเปลี่ยนการทำสวนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ ที่นำเข้ามาช่วยให้เกิดการซื้อขายให้ทันกับยุคสมัย

“พื้นที่สวนส้มโอของครอบครัว ผมทำอยู่ประมาณ 50 ไร่ อายุของต้นมากสุดก็อยู่ที่ประมาณอายุ 30 ปี สายพันธุ์หลักๆ ที่ปลูกอยู่จะเป็นส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง อากาศที่นี่ก็ถือว่าพีกหน่อย ช่วงไหนหนาวก็หนาวสุด แต่ช่วงไหนร้อนก็ร้อนจัดเช่นกันครับ ทำให้พื้นที่นี้พอปลูกพวกไม้ผล มันก็จะดูแลยากหน่อยครับ รวมไปถึงรสชาติด้วยครับ” 

จากจุดเปลี่ยนนี้เอง คุณปิติ บอกว่า สิ่งที่คิดว่าการทำสวนส้มโอช่วยงานครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก กลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยเมื่อมาลงมือทำจริงๆ การปลูกส้มโอไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดยคุณปิติต้องหาองค์ความรู้ในเรื่องของการใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้การทำสวนส้มโอมีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการมากขึ้น

ทำผลผลิตออกช่วงมิถุนายน-กรกฏาคม 

เพื่อให้ได้ราคาดี ในการส่งออก

สำหรับการทำผลผลิตส้มโอให้ได้คุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด คุณปิติ บอกว่า การกำหนดวันตัดแต่งหลังเก็บผลผลิตหมดแล้วถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สามารถบังคับการออกดอกของต้นส้มโอได้ดี โดยหลังเก็บผลผลิตหมดในช่วงกรกฎาคม เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง พร้อมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงให้กับต้นส้มโอด้วย

จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 7-7-12 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งแต่ละต้นจะใส่ปริมาณไม่เท่ากัน โดยจะต้องดูเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นเป็นหลัก ดูแลไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ปลายเดือนพฤศจิกายนสู่ต้นเดือนธันวาคม ต้นส้มโอจะเริ่มแตกยอดใหม่พร้อมกับมีดอก ช่วงนี้ต้องดูแลยอดที่เกิดใหม่ให้ดี เพื่อไม่ให้โรคและแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย 

“พอยอดออกมาดูแลดีแล้ว ประมาณเดือนธันวาคมดอกก็จะออกมา ควรทำดอกให้ออกมาช่วงเดือนนี้จะดีที่สุด ถ้าดอกออกพ้นเดือนนี้ไปแล้วจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนการให้น้ำก็จะเป็นระบบสปริงเกลอร์ให้ทุก 3 วันครั้ง แต่ช่วงที่ออกใบใหม่จะงดให้น้ำบ้าง” 

ระยะติดผลเท่ามะเขือพวง 

ควรคัดผลให้เหมาะสมกับต้น 

คุณปิติ บอกว่า หลังจากติดดอกในช่วงเดือนธันวาคม พอเข้าสู่เดือนมกราคมต้นส้มโอจะติดผลเท่ากับมะเขือพวง จะทำการป้องกันแมลงศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผลผลิต แต่การตัดแต่งทรงพุ่มที่ดีและการป้องกันอยู่เสมอ จะช่วยให้ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้มากนัก เมื่อดูแลไปเรื่อยๆ เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ผลส้มโอจะมีขนาดเท่าผลมะนาว จะใส่ปุ๋ยสูตร 8-8-8 อัตรา 50 กิโลรัมต่อไร่ เพื่อเป็นการบำรุงในช่วงนี้

ในระยะนี้ผลส้มโอที่มีขนาดเท่าผลมะนาว จะเริ่มสลัดออกจากกิ่งเองจนเหลือ 3-4 ผลต่อกิ่ง โดยใน 1 ต้น ถ้าเห็นปริมาณผลเยอะ คุณปิติแนะว่า ต้องคำนวณว่าใน 1 ต้นจะไว้ผลอยู่ที่กี่ผล ถ้าขนาดต้นส้มโอที่มีอายุประมาณ 30 ปี เส้นรอบวงอยู่ที่ 8 เมตร จะไว้ผลอยู่ที่ 400-500 ผล แต่ถ้าเป็นต้นที่มีอายุ 10 ปี เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร จะไว้ผลอยู่ที่ 200-300 ผล 

“พอเราคัดปริมาณและรู้จำนวนผล ในแต่ละต้นแล้วว่าจะเอาไว้เท่าไร จากนั้นเราก็จะใส่ปุ๋ยสูตร 12-4-12 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเป็นการสร้างผลเร่งเนื้อ ใส่ช่วงละครั้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม พอเข้าสู่เดือนเมษายนผมจะเปลี่ยนสูตรปุ๋ยอีกครั้งหนึ่ง เป็นปุ๋ยสูตร 10-3-17 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเป็นการบำรุงให้ผลมีความหวานมากขึ้น จะใส่เดือนละครั้งไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และเดือนสุดท้ายประมาณเดือนมิถุนายน ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ผมจะใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ส้มโอมีความหวานก่อนที่จะตัดส่งขาย”

ส้มโอในพื้นที่ 50 ไร่ 

ได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 50 ตัน/ปี 

สำหรับผลผลิตส้มโอที่ได้จากสวน คุณปิติ บอกว่า ในพื้นที่ 50 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 1 ไร่ จะอยู่ประมาณ 1 ตัน ซึ่งการทำตลาดจะทำส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามารับซื้อที่หน้าสวนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ทำผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่จำหน่ายผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก ซึ่งการสร้างตัวตนและสร้างความน่าเชื่อในการทำตลาดสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นใจสินค้าและเกิดการซื้อซ้ำ 

“ต้องถือว่าสวนผมโชคดีที่ทำมานานแล้วตั้งรุ่นคุณพ่อคุณแม่ พอผมมาช่วยมาทำตลาดออนไลน์ก็ถือว่าจำหน่ายได้ง่าย เราต้องสร้างตัวตนให้ชัดเจนว่า ถ้าจะซื้อส้มโอในจังหวัดกาญจนบุรีต้องเป็นที่สวนผม และการที่เราทำงานเกี่ยวกับยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ด้วย มันก็ยิ่งทำให้ผมรู้จักคนเยอะ และสร้างเครือข่ายได้กว้างขึ้น ขายได้ทั้งในและต่างประเทศ ราคาต่อกิโลกรัมจะอยู่ที่ 20-25 บาท และถ้าคัดเกรดดีๆ ราคาสามารถขึ้นไปถึง 35-40 บาทต่อกิโลกรัมครับ” 

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากปลูกส้มโอ คุณปิติ แนะว่า สิ่งสำคัญคือการทำสวนต้องอาศัยการปรับตัวอยู่เสมอ ทั้งเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ศัตรูพืช และความต้องการของตลาด เกษตรกรควรหมั่นเรียนรู้และทดลองวิธีใหม่ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและขายได้ราคา อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือแรงงาน ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสมกับต้นทุนและสภาพสวน เพื่อให้การปลูกส้มโอสร้างรายได้และยั่งยืนในระยะยาว

หากท่านใดอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อ คุณปิติ จีนแส เกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โทรศัพท์ 081-291-7257

ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 02 กรกฎาคม 2025

Related Posts