ใครเคยเจอปัญหานี้บ้าง อยากทำเกษตร แต่เพาะปลูกพืชไม่ได้ ปลูกแล้วพืชตาย เนื่องจากปัญหาดินเค็ม คือ ดินที่มีเกลือปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช การสังเกตได้จากเห็นคราบเกลือเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง พืชมักจะแสดงอาการใบไหม้ ลำต้นแคระเกร็น เนื่องจากพืชจะขาดน้ำ ความเป็นพิษจากธาตุโซเดียม และคลอไรด์ เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหาร ดินเค็มมีค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายที่สกัดจากดินที่อิ่มตัว ด้วยน้ำมากกว่า 2 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ปัญหาดินเค็มนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการเกษตรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม ปัญหาดินเค็มในประเทศไทย พบทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และพื้นที่ชายทะเล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดินเค็มแก้ไขได้ไม่ยาก หากเลือกชนิดพืชปลูกให้เหมาะสมกับระดับความเค็มของดิน เนื่องจากพืชแต่ละชนิดทนเค็มได้ไม่เท่ากัน สำหรับการจัดการดินเต็มเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจทนเค็มควรปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ คือ แกลบ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด การให้น้ำควรเป็นแบบระบบน้ำหยด จะช่วยควบคุมความชื้นดิน และความเค็มของดิน หลังปลูกต้องคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น และป้องกันการสะสมของเกลือที่ผิวดิน ชนิดพืชที่สามารถปลูกได้ในระดับความเค็มต่าง ๆ ของดิน ดังต่อไปนี้


1.ดินเค็มน้อย
พืชที่เจริญเติบโตได้ดี เช่น ถั่วฝักยาว คื่นฉ่าย มะเขือ แตงกวา แตงไทย กล้วย มะนาว ส้ม มะม่วง ถั่วเขียว ถั่วลิสง งา เป็นต้น


2. ดินเค็มปานกลาง
พืชเหมาะสมที่จะปลูกได้ เช่น ข้าว หอมแดง พริก ผักกาดหอม ข้าวโพดหวาน หอมใหญ่ น้ำเต้า บวบ บรอคโคลี แตงโม ชมพู่ ต้นแค และ ทับทิม เป็นต้น
3. ดินเค็มมาก
มีพืชทนเค็มเท่านั้นที่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ เช่น มะเขือเทศ ผักโขม ผักกาดหัว แคนตาลูป ขี้เหล็ก กระถินณรงค์ ฝรั่ง ยูคาลิปตัส หญ้ากินนี เป็นต้น


4. ดินเค็มจัด
พืชทนเค็มจัดบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า กะเพรา มะขาม มะพร้าว มะขามเทศ และ ละมุด
ขอบคุณข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
