ผู้เขียน : นายชนุดม สุรัตน์
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วน การเกษตรก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น สำหรับเกษตรกรไทยหลายคน การนำช่องทางออนไลน์เข้ามาใช้ช่วยสร้างตัวตนและสร้างรายได้ถือเป็นเรื่องใหม่ โดยเฉพาะการไลฟ์สดผ่าน Facebook หรือ TikTok ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเห็นกรรมวิธีการผลิตแบบสดๆ จากสวนทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าและกระตุ้นยอดขายได้ง่ายกว่าการวางขายแบบทั่วไป

วันนี้จะพาไปรู้จัก คุณยุ้ย-ณัฐสุดา จั่นบางยาง เจ้าของ “ปลาวันFarm to table เกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีไลฟ์สดเชื่อมผู้บริโภคเข้ากับฟาร์มโดยตรง ให้ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนการผลิตจริง เพิ่มความเชื่อมั่นและยอดขายได้มากกว่าการวางขายทั่วไป ทุกตารางเมตรของฟาร์มถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในบ่อและริมบ่อ ล้วนกลายเป็นพื้นที่สร้างผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภค
จุดพลิกชีวิตของยุ้ยเริ่มต้นจาก “ความไม่มั่นใจในตัวเอง” เพราะยุ้ยเรียนจบแค่ ป.6 และในสมัยนั้นสังคมยังไม่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้จบสูงมากนัก หลายคนมองว่ายุ้ยไม่เก่ง ไม่ฉลาด ทำให้รู้สึกแย่จนเกือบถอดใจจากชีวิต แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อยุ้ยได้ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นยุ้ยได้เจอกับพ่อแม่บุญธรรมชาวญี่ปุ่น ที่คอยให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถของยุ้ยเสมอ คำพูดดีๆ เหล่านั้นค่อยๆ สร้างความมั่นใจให้กลับมา จนยุ้ยรู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ “ไม่เก่ง” อย่างที่ใครเคยพูด พอกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 22 ปี ยุ้ยเลยลุกขึ้นมาพลิกชีวิตใหม่ทั้งหมด จากคนที่ไม่มั่นใจ กลายมาเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ที่สร้างธุรกิจของตัวเองได้สำเร็จ โดยได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดของญี่ปุ่นค่ะ
คุณยุ้ยมองว่า การทำเกษตรแบบเดิมที่ขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ เพราะราคาผลผลิตขึ้นลงตามตลาด เราไม่มีสิทธิ์กำหนดราคาเอง ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้นทุกวัน สวนทางกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ทำให้เริ่มมองหาหนทางใหม่ ที่จะทำให้การเกษตร “อยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” มากกว่าเดิม
แนวคิดของ “ปลาวัน Farm to Table” เกิดจากความตั้งใจที่จะขายผลผลิตทางการเกษตรที่ทำเองทั้งหมด โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จากการเลี้ยงปลานิลที่เคยขายได้ราคาถูกในตลาด สู่การพัฒนาเลี้ยงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ปลาสด สะอาด ไม่มีกลิ่นโคลน พร้อมจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค จากนั้นต่อยอดด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ทำให้ขายได้ราคาดีกว่าเดิมหลายเท่า และสร้างความยั่งยืนให้กับฟาร์มในระยะยาว
ที่ “ปลาวัน ฟาร์ม” ทุกตารางเมตรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากบ่อปลาไปจนถึงพื้นที่ริมบ่อ โดยคุณยุ้ยก็ีการปลูกมะพร้าวและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำน้ำช่อดอกมะพร้าวมาทำน้ำตาลมะพร้าวแทนการขายลูกสด ช่วยให้ขายได้ราคาดีกว่าเดิม พร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภคโดยไม่ผ่านคนกลาง ทุกพื้นที่ในฟาร์มจึงกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในทุกตารางนิ้ว

การต่อยอดผลผลิตและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม
คุณยุ้ยเล่าว่า “เริ่มแรก ฟาร์มนี้เน้นการเลี้ยงปลานิล โดยเมื่อก่อนขายผ่านตลาดทั่วไป ราคาถูกมาก แต่หลังจากทดลองปรับวิธีการเลี้ยงให้ดียิ่งขึ้นแล้วนำไปขายตรงถึงผู้บริโภค กลับทำให้ราคาดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนั้น บริเวณริมบ่อปลายังใช้ประโยชน์เต็มที่ ปลูกมะพร้าวและนำช่อดอกมะพร้าวไปทำ น้ำตาลมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายตรงถึงผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าการขายลูกสด”
สำหรับการแปรรูปน้ำตาลมะพร้าวแบบก้อน สิ่งสำคัญคือการดูแลกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากการ ปาดช่อดอกมะพร้าวในช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ได้น้ำหวานสดใหม่ จากนั้นนำไป เคี่ยวต่อเนื่องประมาณ 2 ชั่วโมง จนได้น้ำตาลเข้มข้นและหอมหวาน การเคี่ยวนาน ๆ จะช่วยให้รสชาติและคุณภาพของน้ำตาลคงที่

ต่อมา ขั้นตอนการ กรองและใส่ถ้วยตะไลด้วยผ้าขาวบาง เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญเพื่อให้ตัวน้ำตาลเซ็ตตัวเป็นก้อนสวยงาม และพร้อมสำหรับการเก็บรักษาหรือจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค การทำเป็นก้อนช่วยให้ลูกค้าสะดวกในการใช้งาน และยังสามารถรักษาคุณภาพของน้ำตาลได้นาน
ด้วยกระบวนการเหล่านี้ ผลผลิตที่ได้จึงมีทั้ง คุณภาพดีและความสดใหม่ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างจากน้ำตาลมะพร้าวทั่วไปที่วางขายตามตลาด การแปรรูปด้วยวิธีนี้จึงไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต แต่ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถขายตรงถึงลูกค้าได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
การตลาดยุคใหม่ ไลฟ์สดสร้างการมีส่วนร่วม
ยุ้ยมองว่า “การตลาด” คือความท้าทายที่สุดของเกษตรกรยุคนี้ เพราะการผลิตอาจไม่ยากเท่าการทำให้ลูกค้าเลือกซื้อของจากเรา แนวคิดของยุ้ยคือ ขายของคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากกว่าที่อื่น เพราะเกษตรกรอย่างเราผลิตเอง ต้นทุนย่อมต่ำกว่าใคร จึงสามารถขายในราคายุติธรรมและแข่งขันได้ เช่น ปลาที่เราขาย สด สะอาด ไม่เหม็นโคลน และราคายังถูกกว่าท้องตลาด ทำให้ลูกค้าจดจำและกลับมาซื้อซ้ำจนกลายเป็นฐานลูกค้าที่มั่นคง
เกษตรกรหลายคนมักติดปัญหาที่ “การหาตลาด” แต่ในยุคนี้โอกาสเปิดกว้างกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook หรือ YouTube ทุกแพลตฟอร์มคือพื้นที่ให้เรา “สร้างตัวตน” ได้ทั้งนั้น เริ่มจากการเล่าเรื่องหรือให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราทำ สื่อสารให้คนเห็นคุณค่าของสินค้าที่เราผลิต แล้วลูกค้าจะค่อยๆ เข้ามาหาเอง ถ้าสินค้าดีจริง และราคายุติธรรม ลูกค้าพร้อมสนับสนุนแน่นอน ลองเริ่มง่ายๆ แค่ “ไลฟ์สด” วันนี้ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดใหม่ที่เติบโตได้ไม่รู้จบ
“การไลฟ์สด” ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนวิถีของเกษตรกรไทย เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกค้าได้เห็น “กระบวนการผลิตจริง” ตั้งแต่ในสวนจนถึงมือผู้บริโภค ยังสร้างความเชื่อมั่นและความน่าสนใจให้กับสินค้าได้มากกว่าเดิม ลองนึกภาพง่ายๆ ถ้าคุณเห็นเกษตรกรกำลังเก็บส้มจากต้นสดๆ แล้วแพ็กส่งให้ตรงหน้า ย่อมรู้สึกอยากซื้อกว่าการเห็นส้มวางขายทั่วไปในตลาด นี่จึงเป็นช่องทางที่ทำให้เกษตรกรสามารถ “สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง” และสร้างความเชื่อใจได้
การต่อยอดผลผลิตของฟาร์ม เราให้ความสำคัญกับ “การแปรรูป” เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเดิม เช่น ปลานำมาแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ปลาเผา หรือเมนูอาหารสำเร็จรูป ส่วนมะพร้าวก็กลายเป็นพุดดิ้งมะพร้าว น้ำมะพร้าวน้ำหอม น้ำตาลมะพร้าว หรือไซรัปมะพร้าว ซึ่งสร้างรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น เพียงเราศึกษาข้อมูลและเข้าใจวิธีแปรรูปอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างกำไรได้ไม่ยาก
ในอนาคต “ปลาวันฟาร์ม” วางเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวให้ก้าวสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลมะพร้าว ไซรัปช่อมะพร้าว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ต่อยอดจากวัตถุดิบภายในสวน โดยมุ่งเน้นการสร้างสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาจับต้องได้
