Featured ฟาร์มล้ำ เกษตรอัจฉริยะ

วิศวกรคืนถิ่น พลิกชีวิตเกษตรด้วย IoT เส้นทางเกษตรอัจฉริยะ ของ ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง

เกษตรยุคใหม่ ใช้ข้อมูลแทนการใช้เเรง

ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล อาชีพเกษตรก็ไม่จำเป็นต้องย่ำอยู่กับที่อีกต่อไป ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง หรือ คุณณัฐ ชาวสวนรุ่นใหม่จากตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี คือหนึ่งในเกษตรกรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เกษตรกรยุคใหม่ สามารถทำสวนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้ ด้วยการนำ เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาช่วยจัดการสวนผลไม้กว่า 50 ไร่ให้เป็นระบบ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว

ก่อนจะกลับมาจับจอบเสียม คุณณัฐเคยทำงานเป็นวิศวกรเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี เขาเล่าว่า “เมื่อถึงจุดอิ่มตัวในงานประจำ และเห็นว่าพ่อแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น จึงตัดสินใจกลับมาสานต่องานสวนของครอบครัว” แต่ไม่ใช่การกลับมาทำแบบเดิม เขาเลือกที่จะอัปเกรดสวนผลไม้ให้ทันยุค ด้วยแนวคิด ผสมผสานภูมิปัญญาเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้การทำเกษตรง่ายขึ้นแต่แม่นยำกว่าเดิม

ใช้ IoT จัดการสวน ลดคน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

จุดเริ่มต้นคือผมอยากทำให้สวนบริหารง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งแรงงานมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม คุณณัฐ เล่าว่า “ระบบที่เขาพัฒนาใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมต่อข้อมูลภายในสวน ตั้งแต่ระบบรดน้ำจนถึงการวัดอุณหภูมิและความชื้นในดิน ทุกอย่างควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้หมด”

ภายในสวนของคุณณัฐ มีการนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาช่วยจัดการในหลายส่วน เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม เริ่มจาก ระบบรดน้ำอัตโนมัติผ่านสมาร์ทโฟน ที่ช่วยลดแรงงานได้ถึง 1-2 คน จากเดิมต้องใช้คนคอยเปิด-ปิดน้ำตามจุดต่างๆ ในสวน เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้ สามารถสั่งงานได้ทุกที่ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยประหยัดค่าแรงไปกว่าเดือนละ 20,000 บาท หรือเฉลี่ยปีละเกือบแสนบาท ถือเป็นการลดต้นทุนที่เห็นผลชัดเจน


นอกจากนั้น ยังติดตั้งเซ็นเซอร์วัดความชื้นและอุณหภูมิในดิน เพื่อช่วยให้รู้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการออกดอกของทุเรียนได้แบบเรียลไทม์ หากค่าความชื้นในดินสูงเกินไป ระบบจะส่งสัญญาณเตือน ทำให้สามารถปรับการให้น้ำได้ทันท่วงที ช่วยให้ทุเรียนติดดอกได้ดีกว่าเดิมและลดการใช้น้ำโดยไม่จำเป็นและเพื่อให้วางแผนงานในสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณณัฐยังใช้ระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม และทิศทางลม ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Windy และ Rain Viewer เพื่อประเมินสภาพอากาศล่วงหน้า เมื่อรู้ว่าช่วงใดมีลมหนาวหรือลมแรง ก็สามารถปรับแผนการทำดอกหรือการให้น้ำได้ตรงจังหวะ ช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มโอกาสให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น

คุณนัฐกล่าว “เมื่อก่อนพ่อแม่ทำสวนแบบเดาเอา แต่ตอนนี้ผมมีข้อมูลอยู่ในมือ เห็นเลยว่าวันไหนเหมาะกับการทำดอก หรือควรหยุดให้น้ำตรงไหน” นวัตกรรมเล็กๆ แต่ผลลัพธ์ใหญ่

นอกจากระบบ IoT แล้ว คุณณัฐยังพัฒนาเครื่องมือและแนวคิดใหม่ๆ เพื่อให้สวนเดินหน้าอย่างยั่งยืน คุณณัฐได้นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการสวนอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก โดรนพ่นยาและปุ๋ย ที่ช่วยลดการสัมผัสสารเคมี ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำ ต่อด้วย รถตัดหญ้าบังคับวิทยุ ที่ลดความเหนื่อยล้าของแรงงานและเพิ่มความปลอดภัย

ทุกต้นไม้ในสวนยังมีคิวอาร์โค้ดส่วนตัว สำหรับบันทึกข้อมูลการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย โรคพืช และผลผลิตแต่ละปี ช่วยให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปลูกพืชแซม อย่างผักสวนครัวและสมุนไพร เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนประจำวัน

นอกจากนี้ คุณณัฐยังทดลองปลูกผลไม้เมืองหนาว เช่น แบล็กเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแอปเปิล เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และนำพลังงานทดแทน ทั้งโซลาร์เซลล์และพลังงานลมมาลดค่าใช้จ่ายในสวน

ล่าสุด เขาพัฒนาโรงเรือนระบบปิด สำหรับปลูกผักปลอดสารในสภาพแวดล้อมควบคุม ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และคงคุณภาพได้ตลอดปี สะท้อนแนวคิดเกษตรยุคใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้น ครอบครัวจันทร์เรืองยังต่อยอดผลผลิตจากสวน ทำ ขนมเบเกอรี่จากวัตถุดิบผลไม้ และจำหน่ายต้นกล้าสมุนไพร เป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งอย่างชาญฉลาด

“ผมมองว่าการทำเกษตรสมัยนี้ต้องมีหลายช่องทางรายได้ ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี จะได้ไม่เสี่ยงเกินไปถ้าพืชหลักราคาตก” คุณณัฐ กล่าว

ทำสวนด้วยข้อมูล มากกว่าใช้แรง

สำหรับคุณณัฐ การทำสวนไม่ใช่แค่ปลูกแล้วรอเก็บเกี่ยว แต่คือการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้ทุกขั้นตอนมีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณณัฐ เล่าว่า “ผมใช้ข้อมูลจาก IoT มาช่วยวางแผนปลูก บางปีผมเห็นว่าความชื้นในดินเริ่มสูงเร็ว ก็จะชะลอการให้น้ำ หรือปรับการทำดอกก่อนคนอื่น ทำให้ได้ผลผลิตก่อนตลาด ราคาดีกว่า และใช้สารกระตุ้นน้อยลง เมื่อรู้เท่าทันธรรมชาติ เราก็จัดการได้แม่นยำขึ้น และเหนื่อยน้อยลงมาก” ผลลัพธ์ของการทำสวนด้วยข้อมูลคือ ต้นทุนลดลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น คุณภาพสูงขึ้น และเวลาเหลือมากขึ้น เขาจึงมีโอกาสทดลองแนวคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะปลูกผักกินเอง ลดรายจ่ายในครัวเรือน หรือขยายผลผลิตเข้าสู่ตลาดแปรรูป

วิศวกรที่กลายเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์

“อาชีพเกษตรไม่ใช่งานหนักแบบเดิมอีกต่อไป ถ้าเรานำเทคโนโลยีมาใช้ให้ถูกจุด” คุณณัฐ กล่าว
เขามองว่าเกษตรกรยุคใหม่ควรมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องรู้ทั้งชีววิทยา เคมี คณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงวิศวกรรมเครื่องกล และเขายังใช้ความรู้จากงานวิศวกรมาช่วยพัฒนาสวนได้เยอะมาก ทั้งระบบน้ำ ระบบไฟ และเครื่องจักรกล

คุณณัฐทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่สะท้อนหัวใจเกษตรกรยุคใหม่ว่า

“คนรุ่นก่อนมีภูมิปัญญา คนรุ่นใหม่มีเทคโนโลยี ถ้าเรารวมสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ผลลัพธ์จะออกมาดีกว่าที่คิดแน่นอน เกษตรไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเหมือนเดิม แค่ต้องคิดให้ต่าง ทำให้เป็นระบบ และกล้าที่จะลอง”

📌ร่วมฟังงานสัมมนา ‘Agri-Next พลิกโฉมเกษตรกรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง’ ได้ โดยการลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/hJ5zCS74FLaorNVv9 (จำนวนจำกัดลงทะเบียนสัมมนาฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมลุ้นรับของแจกในงาน จำนวนจำกัด!

📆พบกัน วันที่ 31 ตุลาคม 2568

⏰เวลา : 11.00-16.30 น.

🏢ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

Google Map : https://maps.app.goo.gl/c4ddJPHW5aiwfk468

🚟 สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีวัดเสมียนนารี

💻ติดตามข้อมูลและกิจกรรมดีๆ ของเทคโนโลยีชาวบ้านได้ที่

www.technologychaoban.com

FACEBOOK : m.me/480010195361254

Related Posts