Featured สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

ไปเรียนรู้นอกตำรา กับ “ เศรษฐ์ เจริญวงศ์”  สวนทิลลิลลา ขอนแก่น เจ้าของเพจ Tillilla  ที่เริ่มต้นจาก 0  สู่ผู้ส่งออกวานิลลาเจาะตลาดยุโรป 

วานิลลา เป็นเครื่องเทศที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก เป็นวัตถุดิบสำคัญใน อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และน้ำหอม วานิลลาจึงเป็นพืชทำเงินที่เป็นโอกาสสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว แต่การผลิต วานิลลาให้ได้คุณภาพดีตอบโจทย์ตลาด ต้องอาศัยการใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต นับตั้งแต่การผสมเกสรดอกด้วยมือ ไปจนถึงกระบวนการบ่มและตากที่กินเวลานานกว่า 9 เดือน เพื่อปลดล็อกกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

“คุณเศรษฐ์ เจริญวงศ์” สวนทิลลิลลา ขอนแก่น สนใจปลูกวานิลลาเพราะความแปลกใหม่ โดยเริ่มต้นจากศูนย์  อาศัยการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จนประสบความสำเร็จในการส่งออกวานิลลาในตลาดยุโรปต่อเนื่องทุกปี หลังจากสะสมประสบการณ์เรื่องวานิลลามานาน 13 ปี ได้แบ่งความรู้เรื่องการปลูกและแปรรูปวานิลลาให้แก่เพื่อนเกษตรกรและผู้สนใจผ่านเพจ  Tillilla จนได้รับยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ ของกลุ่มสวนวานิลลาประเทศไทย (Thailand Vanilla farming)

เริ่มต้นจากการปลูกไม้ประดับ

 คุณเศรษฐ์ มีใจรักการปลูกต้นไม้มาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น หลังเรียนจบมัธยมปลาย ก็ก้าวเข้าสู่ธุรกิจไม้ประดับอย่างเต็มตัว โดยเริ่มต้นนำเข้าพันธุ์สับปะรดสี  สับปะรดอากาศจากต่างประเทศเข้ามาปลูกในไทย ตั้งแต่เมื่อ  20ปีก่อน ต่อมา คุณเศรษฐ์ ได้กิ่งพันธุ์วานิลลามาทดลองปลูกเมื่อ  13 ปีก่อน สมัยนั้นเขาไม่รู้จะหาข้อมูลปลูกวานิลลาจากที่ไหน จึงเริ่มต้นจากศูนย์ เรียนรู้แบบลองผิดลองถูกมาเรื่อย ครั้งแรกทดลองปลูกวานิลลาด้วยกาบมะพร้าวแต่เจอปัญหาเรื่องปลวก ทำให้กาบมะพร้าวยุบตัวหมด


หลังค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงรู้ว่า ต้นวานิลลาเป็นพืชตระกูลเดียวกับกล้วยไม้ มีรากอากาศในการตรึงไนโตรเจนเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ในป่าธรรมชาติ ต้นวานิลลาเติบโตอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ จึงเปลี่ยนวิธีปลูกใหม่ โดยจำลองสภาพป่าใช้กิ่งไม้ เศษใบไม้ผุพัง วางเป็นฐานปลูก ซึ่งเป็นสภาพที่รากอากาศของวานิลลาชอบ  หลังต้นวานิลลาเติบโตและติดดอก จึงทดลองผสมเกสร เพื่อให้ติดฝัก และเก็บฝักอายุ 8-9 เดือนไปบ่ม  ให้กลิ่นซึมเข้าเนื้อจนได้กลิ่นหอมเข้มข้น ถูกใจผู้ซื้อต่างชาติ ที่มองหาสินค้าพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง (Niche Market) 

ใช้ตลาดนำการผลิต

สาเหตุที่คุณเศรษฐ์ไม่ได้ขายสินค้าเชิงปริมาณมาก (Mass Marketing) เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกจำกัด โดยปลูกวานิลาผสมผสานกับสวนสับปะรดสีบนเนื้อที่ 1 งานกว่าๆ เท่านั้นเอง จึงใช้กลยุทธ์ “ ตลาดนำการผลิต ” เน้นผลิตสินค้าพิเศษ Exotic ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ตอบโจทย์ลูกค้าหลัก คือ ประเทศฝรั่งเศลและสวิสเซอร์แลนด์ หากลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น  

“ ผมสนใจเรื่องวานิลลา เพราะผมชื่นชอบการสะสมพืชแปลก  แม้วานิลลาจะอยู่ในตระกูลเดียวกับกล้วยไม้  แต่ไม่เหมือนกล้วยไม้ปกติ จึงสนใจศึกษาเรียนรู้เรื่องวานิลลาจากตำราเอกสารในต่างประเทศ และเรียนรู้จากภาคปฎิบัติในฟาร์มของตัวเอง  จนเข้าใจธรรมชาติของวานิลลา จึงเริ่มต้นแบ่งปันความรู้เรื่องการปลูกดูแลวานิลลาให้แก่เพื่อนเกษตรกรและผู้สนใจ ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน  ” คุณเศรษฐ์กล่าว

วานิลลา เติบโตดีใกล้แหล่งน้ำ

เนื่องจากถิ่นกำเนิดวานิลลาป่าจะอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำอย่างเช่น  น้ำตก ลำธาร คุณเศรษฐ์คิดว่าเมื่อธรรมชาติของวานิลลาป่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำขนาดนี้ จะกลัวน้ำได้อย่างไร  จึงทดสอบดูก็พบว่า  ให้ผลที่ใกล้เคียงกันก็คือ รากวานิลลามุดหาแหล่งน้ำได้ จึงเลี้ยงวานิลลาร่วมกับอ่างปลามาตลอด  

“ ผมสังเกตเห็นว่า รากวานิลลา มันหาแหล่งน้ำของมันเองได้ โดยเราไม่ต้องช่วยเลย  จุดไหนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ รากจะเยอะเป็นพิเศษ ผมเก็บข้อมูลเรื่องรากวานิลลากับเรื่องน้ำมา  8 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีใครวิจัยลงลึกในเรื่องนี้  นอกจากนี้ ผมศึกษาพบว่า ความพิเศษ Exotic อีกอย่างของวานิลลาคือ  เมื่อนำใบต้นสัก ใบประดู่และใบไผ่เป็นปุ๋ยหมักให้ต้นวานิลลา  จะช่วยให้ต้นวานิลลาเติบโตดีมาก และให้กลิ่นเฉพาะ ลูกค้าต่างชาติชอบมาก สามารถขายผลผลิตป้อนตลาดส่งออกได้ต่อเนื่อง” คุณเศรษฐ์กล่าว

สินค้าวานิลลาของคุณเศรษฐ์ อยู่ในกลุ่มสินค้าพิเศษ Exotic เพราะไม่ได้อิงกับกาบมะพร้าว วานิลลาครึ่งหนึ่งมีรากจุ่มอยู่ในน้ำ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า วานิลลากลัวน้ำ น้ำขังจะรากเน่า แต่วานิลลาสวนนี้ ไม่เจอปัญหารากเน่าเพราะในระบบนิเวศน์ของอ่างปลา จะทั้งปลา มีพืชน้ำ มีออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นรากวานิลลาที่อยู่ในน้ำ จึงได้รับปุ๋ยน้ำจากขี้ปลาและได้กินน้ำอย่างเต็มที่ ทำให้สดชื่นตลอดเวลา และไม่เครียดด้วย  เวลาติดฝัก โอกาสฝักร่วงจะน้อยมาก

เทคนิคการผสมเกสร

ปกติผู้เลี้ยงส่วนใหญ่นิยมผสมเกสรตอนเช้า ในช่วงที่ดอกบาน แต่คุณเศรษฐ์ เริ่มผสมเกสรล่วงหน้าก่อนดอกบาน ในช่วงกลางคืน ตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 4 ทุ่ม โดยแง้มเกสรออก ผสมเกสรให้ล่วงหน้าเลย วิธีนี้ก็ช่วยให้ต้นวานิลลา ติดดอกได้ตามปกติ แถมลดอัตรการผสมไม่ติดลงด้วย

“  หากผสมเกสรในช่วงที่อุณหภูมิเกิน  32 องศาเซลเซียส เกสรจะไม่ทำงานแล้ว อัตราการผสมติดก็จะลดลง   หากผสมเกสรในช่วงเช้าแล้ว เจอสภาพอากาศร้อนสูงในช่วงเที่ยงวัน อัตราดอกร่วงก็จะสูงขึ้น  ดังนั้นการผสมเกสรในช่วงตอนกลางคืนตั้งแต่ 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ไปจนถึงเที่ยงคืน ที่มีอุณหภูมิต่ำ จะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า ผมทดลองผสมเกสรด้วยวิธีนี้มานานหลายปีแล้ว ช่วยให้การผสมเกสรประสบความสำเร็จเกิน  95%   ในปีที่ผ่านมา ผมใช้วิธีนี้เจอปัญหาฝักร่วงแค่  4 ฝักจากจำนวน 100 ฝักเท่านั้น  “ โลกร้อน ” เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องใส่ใจ  ยิ่งสภาพอากาศร้อน ผลผลิตวานิลลาก็ยิ่งลดลง  ดังนั้นการปลูกวานิลลาในอนาคต ควรใส่ใจเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะสามารถรักษาคุณภาพและปริมาณผลผลิตให้สม่ำเสมอได้ คุณเศรษฐ์กล่าวในที่สุด

Related Posts