Featured สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

พื้นที่น้อยก็มีผักกิน เปลี่ยนกล่องโฟม เป็นสวนผักกินได้ ประหยัดงบหลักสิบ

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นยุค “ข้าวยากหมากแพง” ที่บีบให้ทุกคนต้องรัดเข็มขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ความมั่นคงทางอาหาร” จึงกลายเป็นทางรอดสำคัญที่หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างคลังอาหารปลอดภัยไว้ในครัวเรือน

เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤตนี้ ด้วยการนำเสนอไอเดีย “ปลูกผักสลัดในกล่องโฟม” ทางเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคประหยัด เพราะใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนต่ำ และสามารถเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นแหล่งอาหารสดใหม่ที่เก็บกินได้ทุกวัน

โดยข้อดีของการปลูกผักในกล่องโฟมคือ ปลูกและดูแลง่าย ต่างจากการปลูกผักลงดินที่จะต้องมีขั้นตอนการเตรียมดิน หมักดินก่อนปลูก เนื่องจากการปลูกผักไฮโดรโปนิกในกล่องโฟม จะมีการดูแลเพียง 2 ปัจจัยหลักๆ คือ น้ำ และธาตุอาหาร AB เท่านั้น


เทคนิคการปลูกผักสลัดในกล่องโฟม
ต้นทุนต่ำ ผลผลิตคุณภาพ ตลาดต้องการสูง

1. เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ด ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดในกระดาษทิชชู โดยเริ่มจากการนำกระดาษทิชชูมาวางทับซ้อนกัน วางในกล่องพลาสติก จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ผักที่เตรียมไว้วางบนกระดาษทิชชู ฉีดพรมน้ำเมล็ดพันธุ์พอให้ชุ่ม ปิดฝากล่องให้สนิท นำกล่องที่บรรจุเมล็ดพันธุ์แช่ในตู้เย็นไว้ 2 คืน แล้วนำกล่องมาวางไว้ในห้องมืดอีก 1 คืน จากนั้นสามารถย้ายกล้าลงฟองน้ำได้เลย

การเพาะเมล็ดด้วยกระดาษทิชชู

2. การนับอายุของผักจะไม่ได้นับตั้งแต่วันที่เพาะเมล็ด แต่จะนับวันที่ย้ายกล้าลงฟองน้ำเป็นวันที่ 1 จะช่วยในการจดจำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผักสลัดใช้ระยะเวลาการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 40-45 วัน หลังจากย้ายกล้าลงฟองน้ำแล้ว นำไปแช่ลอยน้ำธรรมดาไว้ 15 วัน โดยที่ยังไม่ได้ผสมสารละลายธาตุอาหารลงไป

3. เมื่อต้นกล้าอายุครบ 15 วัน จะทำการย้ายกล้าลงกล่องอนุบาลอีก 15 วัน โดยกล่องอนุบาล 1 กล่องจะเจาะหลุมปลูกให้ได้ 35 หลุม แล้วเติมน้ำและสารละลายธาตุอาหารลงไปในอัตราส่วน 70-90 ซีซีต่อน้ำ 24 ลิตร ซึ่งวิธีการนับแบบนี้จะช่วยป้องกันการนับผิดพลาด ช่วยให้นับได้ง่ายขึ้นคือ “15 วันลอยน้ำ 15 วันอนุบาล และอีก 15 วันปลูกจริง”

ย้ายกล้าลงฟองน้ำ

4. หลังจากอนุบาลครบ 15 วันแล้วทำการย้ายลงกล่องปลูกจริง โดยกล่องปลูกจริง 1 กล่อง สามารถปลูกผักได้กล่องละ 6-8 ต้น หากเป็นผักสลัดที่มีลักษณะเป็นทรงสูง เช่น กรีนคอส จะลงปลูกกล่องละ 8 ต้น แต่ถ้าหากเป็นผักสลัดที่มีลักษณะเป็นทรงพุ่ม เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค จะปลูกกล่องละ 6 ต้น เพื่อไม่ให้ผักเบียดกันจนเกินไป ทำให้ต้นเล็ก แคระแกร็น ไม่น่ากิน

ลอยต้นกล้าในน้ำ 15 วัน

การเตรียมกล่องโฟมก่อนปลูก

อันดับแรกต้องทำการล้างกล่องโฟมให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง จากนั้นใช้ถุงพลาสติกปูรองที่ก้นกล่องอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมออกนอกกล่อง จากนั้นเติมน้ำให้เต็ม แล้วพักน้ำไว้ประมาณ 1-2 วัน จึงค่อยเติมธาตุอาหารลงไปในอัตราส่วน 70-90 ซีซีต่อน้ำ 24 ลิตร เป็นปริมาณที่พอดีสำหรับการปลูกผัก 1 กล่อง จากนั้นทำการย้ายกล้าลงหลุมปลูกได้เลย ซึ่งปริมาณการผสมธาตุละลายในขั้นตอนการอนุบาลและการปลูกใช้อัตราส่วนที่เท่ากัน

โดยเคล็ดลับการประหยัดต้นทุน ใช้ต้นทุนเพียงหลักสิบ เริ่มตั้งแต่กล่องโฟมที่ใช้เป็นภาชนะปลูก ใหใช้เป็นกล่องโฟมมือสอง ขนาดความกว้าง 39x54x20 เซนติเมตร บรรจุน้ำได้ประมาณ 24 ลิตร สามารถขอซื้อจากร้านขายอาหารทะเลได้ ในราคากล่องละ 10 บาท เมื่อเทียบกับกล่องโฟมใหม่ไซซ์เดียวกันที่มีราคาต่อกล่องเกือบ 100 บาท ตรงนี้ช่วยลดต้นทุนไปได้เยอะ ส่วนต้นทุนอื่นๆ ค่าเมล็ดพันธุ์เมื่อหารออกมาแล้วต้นทุนตกกล่องละ 2-3 บาท ส่วนปุ๋ยหรือธาตุอาหารขวดหนึ่งใช้ได้หลายครั้ง ดังนั้น เมื่อสรุปต้นทุนเฉลี่ยออกมาแล้ว อยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อกล่อง แต่เก็บผักขายได้ถึงหลัก 100 บาทต่อกล่อง

สารอาหาร AB สีแดงคือปุ๋ย A สีฟ้าคือปุ๋ย B

การควบคุมน้ำและธาตุอาหาร หลังจาก 30 วันไปแล้วผักสลัดมีการเจริญเติบโตที่มากขึ้น ก็จะมีการดูดน้ำและธาตุอาหารที่มากขึ้น ก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพียงเปิดกล่องแล้วเติมน้ำเปล่าลงไปพร้อมกับการผสมธาตุอาหารลงไปเล็กน้อยเพื่อให้น้ำกับปุ๋ยสมดุลกันเพียงเท่านี้

แต่ถ้าหากเป็นช่วงหน้าร้อนการปลูกผักในกล่องโฟมต้องคำนึงถึงออกซิเจนเป็นพิเศษ หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนให้ใช้ไม้ตีน้ำเพื่อเพิ่มอากาศ เพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำที่อยู่ในกล่อง ช่วยให้รากของพืชเดินได้ดี ไม่เกิดรากเน่า

เรดโอ๊ค ต้นใหญ่ สีแดงสวย หวาน กรอบ ไม่ขม

การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ส่วนมากปัญหาของโรคและแมลงศัตรูพืชจะเกิดในช่วงหน้าฝน คือโรครากเน่า และหนอนใยผัก ที่เข้ามากัดกินใบของผักสลัด ที่ฟาร์มก็จะใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเติมลงไปพร้อมกับธาตุอาหารแก้ปัญหารากเน่า ส่วนหนอนจะใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ผสมกับยาเส้น หมักทิ้งไว้ 1 คืน ใช้ฉีดพ่นในช่วงเช้า สูตรนี้สามารถฉีดได้ทุกวันช่วงเช้า เริ่มฉีดได้ตั้งแต่ผักช่วงเล็กๆ ไปจนถึงอายุ 30 วัน ถ้าหลังจากนั้นทางฟาร์มจะไม่การฉีดพ่นสารใดๆ ยกเว้นฮอร์โมนนมสด

โดยฮอร์โมนนมสดเป็นการฉีดพ่นทางใบเพื่อบำรุงให้ผักหวาน กรอบ ฉีดพ่นบำรุงตั้งแต่ต้นอายุ 15 วัน โดยส่วนผสมของฮอร์โมนนมสด ได้แก่ 1. นมจืด (ยี่ห้อใดก็ได้) 2. เครื่องดื่มชูกำลัง 3. น้ำตาลทรายแดง และ 4. นมเปรี้ยว ผสมให้เข้ากัน วิธีการใช้น้ำไปผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนฮอร์โมนนมสด 3 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ฉีดเฉพาะตอนเช้าไม่เกิน 10 โมง ช่วยทำให้ผักหวาน กรอบ ไม่ขม

Related Posts