ปศุสัตว์

“ไข่นัว” ไข่ไก่เพื่อสุขภาพ ไร้กลิ่นคาว อร่อยนัว กลมกล่อม จาก ไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ

ในยุคต้นทุนการผลิตสัตว์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  โมเดลการเลี้ยงไก่กินไข่.. ออมทรัพย์รายวัน เลี้ยงเอง กินเอง ขายเอง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ (DDK) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ทนโรค ทนร้อนและให้ไข่ดก  การเลี้ยงไก่แบบปล่อยแปลงอิสระ .. free range  ใช้อาหารพื้นถิ่น เลี้ยงง่าย โตไว ไข่ดก คุณสมบัติเด่นคือ ไม่มีกลิ่นคาว มวลเนื้อไข่แน่น ไข่แดงเข้มข้น ไข่ขาวอร่อยกลมกล่อม พร้อมคุณค่าที่ต้องบอกต่อ


รู้จักไก่ไข่พันธุ์แดงดอกคูณ

สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น   ภายใต้การนำของ รศ.ดร.สจี กัณหาเรียง ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงสายพันธุ์ “ ไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ” ที่มีต้นพันธุ์ มาจากไก่พื้นเมืองไทยแท้ พันธุ์ชีและไก่ไข่ทางการค้า พัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่องมากกว่า 5 ชั่วรุ่น โดยเน้นให้มีลักษณะการให้ผลผลิตไข่ที่สูงขึ้น คุณภาพไข่ดี ไข่ไก่แดงดอกคูณ มีสัดส่วนปริมาณไข่แดงสูง 26-28%ของไข่ทั้งฟอง และโปรตีนไข่ขาว มีสีขาวใส มีความยืดหยุ่นและคงตัวเป็นก้อนโปรตีนที่ดี ทำให้ไข่มีความสด เก็บได้นาน ไข่ขาวไม่มีกลิ่นคาว   

      ที่มาของชื่อ “ ไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ” มาจากสีขน สีดินแดง สดใส สวยงาม และดอกคูณ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น ไก่ไข่สายพันธุ์นี้ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งผลผลิตเนื้อและไข่ ในเพศเมียเน้นให้ผลผลิตไข่สูง คุณภาพไข่เหมือนไข่ไก่พื้นเมืองที่มีมวลเนื้อไข่แน่น กลิ่นไม่คาว และให้ผลผลิตประมาณ220-240 ฟองต่อตัวต่อปี  ส่วนเพศผู้ให้ผลผลิตเนื้อที่มีความนุ่นแน่น เนื้อมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  ไขมันน้อย เหมาะกับเมนูไก่ย่างและไก่อบ ฯลฯ

        จุดเด่นของสายพันธุ์แดงดอกคูณ คือ ไก่ไข่พื้นเมืองที่เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น สามารถปล่อยเลี้ยงอิสระได้ดี ให้ไข่ดก คุณภาพไข่ดี ใช้แมลงโปรตีน BSF ทดแทนในอาหารไก่ไข่สำเร็จรูป ตอบโจทย์การเลี้ยงเป็นไข่ไก่เพื่อสุขภาพ  

” ไข่นัว ” เลี้ยงได้ ขายเป็น

      หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ไข่แล้ว ทางสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์นี้ให้กับวิสาหกิจชุมชนในชนบท สู่ตลาดไข่สุขภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อโครงการ  “ ไข่นัว” ไข่ไก่พื้นเมืองเพื่อสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช)

       ปัจจุบันสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สนับสนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอำนาจเจริญ ได้พัฒนาต่อยอดโดยรวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผลิตและแปรรูปไข่นัวบ้านเสืออำเภอน้ำพอง  และกลุ่มไข่นัวอินเตอร์ อำเภออุบลรัตน์ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์นี้รวมทั้งสร้างการรับรู้การบริโภคและจำหน่ายไข่ไก่พื้นเมือง พันธุ์แดงดอกคูณ ในชื่อแบรนด์ ” ไข่นัว ” เพื่อสุขภาพ ผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ ผ่านFB:  ไข่นัวและ FB:  ไก่ไข่แดงดอกคูณ DDK

       ไข่นัว สด อร่อย เข้มข้น  เป็นที่นิยมของกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการรับประทานไข่ไก่ที่ปลอดภัย ความแตกต่างของไขนัว เมื่อเปรียบเทียบกับไข่ตามท้องตลาด คือ สีของเปลือกไข่จะมีสึขาวครีมหรือสีน้ำตาลนวล จะมีขนาดฟองที่เล็กกว่า น้ำหนักเฉลี่ย  45-55 กรัม มีกลิ่นคาวน้อยกว่าไข่ตามท้องตลาด ไข่แดงเข้มข้น ไข่ขาวไม่คาว  เป็นไข่ที่มีคลอเลสเตอรอลต่ำ เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยระยะพักฟื้นและเด็กปฐมวัย 

     ไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณที่ปล่อยเลี้ยงอิสระ ไข่มีเอกลักษณะเฉพาะ คือ ไข่แดงมีความเข้มข้น มีสัดส่วนไข่แดงสูงถึง 28% ไข่ขาวใส  ไม่มีกลิ่นคาว เหมาะกับผู้ประสบปัญหาด้านสุขภาพที่มีความไวต่อกลิ่น เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะหลังพักฟื้น ไข่นัว มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม นุ่มละมุน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม สามารถเก็บได้นานในสภาวะอุหณภูมิปกติ มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดอาหารปลอดภัยและอาหารเพื่อสุขภาพ ได้   ปัจจุบันได้พัฒนาสู่ตลาดเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ผ่านช่องทางต่างๆ  ภายใต้การรวมกลุ่มของวิสาหกิจชุมชน 

ผู้สนใจการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 062-623-5615 (รศ.ดร.สจี กัณหาเรียง หัวหน้าโครงการ)

Related Posts