News

จับให้เป็น ใช้ให้คุ้ม ลดระบาด “ปลาหมอคางดำ” สู่โมเดลสร้างมูลค่าใหม่

ปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) เป็นปลาต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศไทยและแพร่ระบาดในหลายจังหวัด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำท้องถิ่น กรมประมงรายงานว่า ณ ปี 2568 พบการแพร่ระบาดใน 17 จังหวัด และได้ดำเนินการกำจัดไปแล้วกว่า 7.2 ล้านกิโลกรัม ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด พ.ศ. 2567–2570

แม้จะเป็นปลาต่างถิ่น แต่เป็นปลาที่บริโภคได้ หลายฝ่ายมองถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูป มาพัฒนาและวิจัยเป็นนวัตกรรมในด้านต่างๆ

คุณค่าทางโภชนาการ

งานวิจัยและข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีพบว่า ก้างปลาหมอคางดำสามารถสกัดเป็นแคลเซียมบริสุทธิ์ ใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยทางกระดูก เพราะมีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลาสุก 30 กรัมให้โปรตีนประมาณ 7 กรัม ทั้งยังมีไขมันต่ำ หากเทียบกับปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลานิล ปลาช่อน หากรับประทานในปริมาณเท่าๆ กัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ดูแลน้ำหนัก ส่วนก้างก็อุดมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส


ปรุงเป็นอาหารหลากหลายเมนู

ในช่วงที่ผ่านมาหลายชุมชน เช่น จ.สมุทรปราการ จ.เพชรบุรี มีการจัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” เพื่อจับปลาหมอคางดำและนำไปทำอาหารพื้นบ้าน เช่น ต้มยำ แกงส้ม และปลาฟูคั่วขี้เมา ต้มโคล้ง ฉู่ฉี่ น้ำพริกแห้ง หรืออาหารแปรรูป เช่น น้ำปลา ปลาร้า ข้าวเกรียบ หรืออาจจะนำไปผสมเนื้อปลา ใช้ร่วมกับปลาช่อนหรือปลากะพงเพื่อเพิ่มรสชาติ

ในส่วนของการควบคุมการแพร่ระบาด กรมประมงและ อบต. หลายพื้นที่ เช่น จ.ตราด ร่วมกับชาวบ้านจับปลาออกจากแหล่งน้ำ เพื่อนำมาสร้างรายได้ ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินยังนำปลาหมอคางดำไปใช้หมักเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อนำไปรดพืช ทดแทนปุ๋ย ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน

นอกจากนี้ ธุรกิจชุมชนอย่างกลุ่มเกษตรกรในเพชรบุรีและนครศรีธรรมราชนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงปูทะเล ลดต้นทุนอาหารสัตว์อีกทาง

สำหรับคนที่กำลังมองโอกาสจะใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มีข้อแนะนำว่า ควรเลือกจากจุดรับซื้อที่กรมประมงรับรองแหล่งที่มาของปลา และการนำมาประกอบอาหารจะต้องปรุงสุก ต้องปรุงด้วยความร้อนที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค

นี่จึงเป็นบทสรุปที่ว่า แม้ปลาหมอคางดำจะถูกมองเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศ แต่ข้อมูลจาก กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, และงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยต่างๆ ยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า หากมีการจัดการอย่างเหมาะสม ปลาชนิดนี้สามารถสร้างคุณค่าทางอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจได้ การพัฒนาเมนูอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปไม่เพียงช่วยควบคุมการแพร่ระบาด แต่ยังสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชน

Related Posts