เกษตรรอบด้าน

เปิดประตูเมืองจันท์ เดินชมวังสวนบ้านแก้ว ฟังเรื่องอดีต ชิมผลไม้สดจากสวนสมเด็จฯ


รายงานข่าว โดย คุณกาญจนา จินตกานนท์/ตราด

“การท่องเที่ยว”เป็นโครงสร้างสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดเมืองรองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมากในปี 2567 ข้อมูลกระทรวงท่องเที่ยวและกัฬา นักท่องเที่ยวมีจำนวน 4,439,138 คน และสร้างมูลค่า 18,452.36  ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี โดยสำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน เห็นว่าสถาบันการศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน จึงมีโครงการต่างๆที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งในปี 2569 “ชม วัง ชิมผลไม้ เสน่ห์สวนสมเด็จ” เป็นโครงการหนึ่งที่เปิดตัวเมื่อ 27-28 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ มีนักท่องเที่ยวสนใจร่วมเดินทางเข้าร่วมทริปที่จัดเป็นรอบๆละ40-50คน

ดร.สมพงษ์  เส้งมณีย์ รองผอ.สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน เล่าว่า ที่มาของ โครงการ “ชม วัง ชิมผลไม้ เสน่ห์สวนสมเด็จ” เปรียบเสมือนการการเปิดประตูมืองจันท์รองรับนักท่องเที่ยวนักเดินทาง โดยมีรูปแบบที่พัฒนาเพิ่มขึ้น   จากเดิมโครงการเปิดเมืองจันทบุรีจัดโปรแกรมเที่ยวให้นักท่องเที่ยวจัดชม วัง“สวนบ้านแก้ว”สถานที่ต่างๆที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จประทับที่วังสวนบ้านแก้วแห่งนี้นานถึง 18 ปี( พศ.2493-2511) และชิมผลไม้ใน “สวนส่วนพระองค์” เงาะ มังคุด ที่ปัจจุบันยังคงให้ผลผลิตทุกๆปี แต่โครงการดังกล่าวต้องหยุดไป 4-5 ปี ในช่วงวิกฤต COVID-19 และน้ำท่วม ในปีนี้จึงเริ่มโครงการใหม่ที่ต่อเนื่องและมีความพิเศษเพิ่มขึ้น

พิพิธภัณฑ์ตำหนักเทา…ไฮไลต์

ดร.สมพงษ์ กล่าวว่าในปีนี้โครงการใช้ชื่อว่า “ชม วัง ชิมผลไม้ เสน่ห์สวนสมเด็จ”เพิ่มความพิเศษให้ชม นอกจากวังสวนบ้านแก้ว คือ ชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี(ตำหนักเทาที่เคยเป็นที่ประทับ) ที่เพิ่งจัดทำเสร็จและเปิดให้เข้าชมเมื่อต้นปี 2569 เป็นอาคารพระตำหนักที่ประทับชั้นครึ่ง พื้นไม้สักทองสีเหลืองสวย ห้องต่างๆคงรูปแบบไว้และจัดตกแต่งอย่างสวยงาม เช่น ห้องจัดแสดงนิทรรศการเครื่องใช้สวนพระองค์  ห้องบรรทม ห้องเครื่องฝรั่ง ห้องเสวย ห้องเครื่องปรุงอาหาร และที่ระเบียงตำหนักที่ประทับมุมมอง360องศามองเห็นเมืองจันทบุรีในมุมที่สวยงามมาก

บริเวณสวนรอบๆพระตำหนักด้านหนึ่งได้จำลองแบบสวนสาธารณะแบบบารอค(Baroque Garden)ของยุโรป เน้นความสมดุลเป็นระเบียบสวยงามแปลกตา และบริเวณใกล้เคียงมีต้นเงาะสายพันธุ์บางยี่ขัน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกไว้ปี 2499 ส่วนมังคุด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีทรงปลูกไว้เมื่อปี 2543 ปีนี้ยังมีผลผลิตให้ได้ชิมกัน รสชาติหวาน อร่อยเพราะสุกงอมบนต้น

เงาะบางยี่ขัน อายุร่วม 70ปี

สวนส่วนพระองค์ ….

อาจารย์สุธี  อู้ประเสริฐ รับหน้าที่เป็นไกด์เหมาตลอดทริป พาชม จุดที่ 1พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีนำชม อธิบายรายละเอียดนำชมและให้ถ่ายภาพกันอย่างจุใจ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมบริเวณรอบๆวังสวนบ้านแก้ว ตำหนักแดง ตำหนักเขียว ต้นลั่นทม และภายในพิพิธภัณฑ์(ตำหนักเทา) สวนแบบบารอคและบริเวณรอบๆ  และ จุดที่ 2 พากันมาที่สวนส่วนพระองค์ (ตรงนี้ได้นั่งรถ มาเพราะฝนตก)เป็นสวนผลไม้ มีเงาะ 3 สายพันธุ์ให้ชิม คือ สีชมพู เงาะโรงเรียน เงาะบางยี่ขัน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับการสร้างตำหนัก ขนาดต้นใหญ่และให้ผลผลิตสีแดงสวยงามเต็มต้น นักท่องเที่ยวสามารถเก็บเกี่ยวชิมกันเต็มอิ่ม

 “Work Shop” …ทอเสื่อกก และ ปั้นดิน ศิลปะบำบัด

จุดสุดท้าย ต้องชื่นชมกับการออกแบบ “ชม วัง ชิมผลไม้ เสน่ห์สวนสมเด็จ” มากที่มีกิจกรรม Work Shop” …ทอเสื่อกก และศิลปะบำบัด เสริมส่งท้าย กิจกรรมทอเสื่อกกสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีได้ทรงช่วยพัฒนาเมื่อครั้งประทับอยู่วังสวนบ้านแก้ว มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยั่งยืนและในปัจจุบันนำมาเชื่อมต่อกับสถาบันการศึกษา ทำให้เป็นโอกาสของการอนุรักษ์สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ในทริปนี้ คุณป้า จุไรรัตน์  สรรพสุข ประธานกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม อ.เมืองจันทบุรี เล่าว่าชาวบ้านมีการรวมกลุ่มกันผลิตการจำหน่ายเสื่อกกและเป็นศูนย์เรียนรู้ มีสมาชิกในกลุ่มมาช่วยมากันสอนนักท่องเที่ยวทดลองได้สัมผัสวิธีการทอเสื่อที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม และรู้คุณค่าของเสื่อกกจันทบูร ที่มาของเส้นกก ศิลปะลวดลายที่สวยงาม ได้ให้นักท่องเที่ยวทดลองทอลายไส้ปลาไหลที่เป็นลายเชิงของเสื่อ

สุดท้าย อาจารย์ปิยะวัฒน์  เวชการี พามาทำ Work Shop ศิลปะบำบัด(Art Therapy)  โดยทีมครูเค็ง และทีมผู้ช่วย สอนงานปั้นศิลปะ”ของจิ๋ว” มังคุด ทุเรียน  เหมาะมากที่จะเป็นศิลปะเพื่อคนทั้งมวลเพราะเด็กๆอายุไม่ถึง 10 ขวบนั่งเรียนกับอายุตั้งแต่ 20-70 ปี ได้อย่างกลมกลืน ได้ฝึกสมาธิ ผ่อนคลาย พัฒนากล้ามเนื้อมัดล็กและความคิดสร้างสรรค์ เหมือนได้ใช้ศิลปะบำบัด เสร็จแล้วให้นำผลงานกลับไปที่ระลึกได้

” ด้วยช่วงฤดูผลไม้ วังสวนบ้านแก้วเปรียบเสมือน“ประตูเมืองจันทบุรี”ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยียมเยือนจันทบุรี การได้แวะมาชมวังสวนบ้านแก้ว ได้ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์สัมผัสบรรยากาศแห่งความทรงจำ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน พยายามจะสื่อสารว่า จันทบุรี…ไม่ได้มีดีแค่ผลไม้แต่ยังมีเรื่องราวให้ได้ “รู้สึก”และ”ประทับใจ” อีกมากมาย เมื่อหมดฤดูกาลผลไม้ยังมาเที่ยวได้พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีและวังสวนบ้านแก้วเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.”อาจารย์ปิยะวัฒน์กล่าวในตอนท้าย

Related Posts