Featured สูตรลับจากฟาร์ม เทคนิคเกษตร

เซฟเก็บไว้เลย! ตารางวิธีเก็บผลไม้ 20 อย่าง ให้กรอบ หวาน สด นานหลายสัปดาห์ ส่งออกสบาย

คนไทยโชคดี ที่มีผลไม้กินตลอดทั้งปี การเลือกบริโภคผลไม้ตามฤดูกาล ช่วยให้ซื้อได้ในราคาถูก แถมสินค้ามีความสดใหม่ หาซื้อได้ง่าย สับปะรด กล้วย มะละกอ มะพร้าว องุ่น ส้ม ถือเป็นผลไม้ที่ไม่มีฤดูกาลสามารถออกสู่ตลาดได้ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้อีกหลายชนิดสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้บริโภคทั้งปี จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด เป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สับปะรด มะม่วง ขนุน มะพร้าว ระกำ ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ ฤดูผลไม้ภาคตะวันออก เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคม จะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกปี

จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของภาคใต้ คือ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะ จะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมากตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แพร่ ฯลฯ เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของภาคเหนือ ได้แก่  ลิ้นจี่ ส้มเขียวหวาน ลำไย ฯลฯ ฤดูผลไม้เมืองร้อนภาคเหนือเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และฤดูผลไม้เมืองหนาว เช่น สตรอเบอรี่ เคพกูสเบอร์รี่ อะโวกาโด มะเดื่อฝรั่ง ฯลฯ เริ่มเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี

เทคนิครักษาคุณภาพผลไม้

เนื่องจาก เมืองไทยตั้งอยู่ในพื้นที่เขตร้อน มีอุณหภูมิสูงทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้เซลล์มีชีวิตในผลไม้เกิดกระบวนการหายใจในอัตราสูง ผลไม้จึงสุกแก่เร็ว และเน่าเสียเร็วกว่าผลไม้ในเขตหนาว ดังนั้น สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการวิจัยในการยืดอายุผลไม้ ได้ข้อสรุปว่า ผลไม้แต่ละชนิดต้องการอุณหภูมิในการใช้ยืดอายุ คุณภาพของผลผลิตแตกต่างกันไป กลุ่มแรกคือ น้อยหน่า แตงโม ฝรั่ง มังคุด ลองกอง และกระท้อน ควรจัดเก็บในอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ส่วนลำไย และลิ้นจี่ ควรเก็บรักษาคุณภาพที่อุณหภูมิต่ำสุดที่ 2 องศาเซลเซียส


1.กล้วยหอม เก็บที่อุณหภูมิ 13 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

2.กล้วยไข่ เก็บที่อุณหภูมิ 13 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

3.ขนุน เก็บที่อุณหภูมิ 14 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

4.เงาะ เก็บที่อุณหภูมิ 13 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

5.ชมพู่ เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

6.ทุเรียน เก็บที่อุณหภูมิ 13 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

7.น้อยหน่า เก็บที่อุณหภูมิ 15** (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

8.แตงโม เก็บที่อุณหภูมิ 15** (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

9.ฝรั่ง เก็บที่อุณหภูมิ 15** (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

10.มะม่วง เก็บที่อุณหภูมิ 13 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

11.มะพร้าวอ่อน เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

12.มะเฟือง เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

13.มังคุด เก็บที่อุณหภูมิ 13-15*(องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

14.ลิ้นจี่ เก็บที่อุณหภูมิ 2*(องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

15.ลำไย เก็บที่อุณหภูมิ 2*(องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

16.ลองกอง เก็บที่อุณหภูมิ 15**(องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

17.กระท้อน เก็บที่อุณหภูมิ 15**(องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 2 (สัปดาห์)

18.สะละ เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 3 (สัปดาห์)

19.สับปะรด เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 4 (สัปดาห์)

20.ส้มโอ เก็บที่อุณหภูมิ 10 (องศาเซลเซียส) อายุเก็บรักษา 6 (สัปดาห์)

เพื่อยืดอายุผลไม้ให้ยาวนานจนถึงตลาดส่งออก ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการคัดแยกคุณภาพของผลผลิต ก่อนนำเก็บในห้องควบคุมอุณหภูมิต้องตรวจสอบ รูปทรง ขนาด สีผิว รสชาติ และการเคาะฟังเสียงผลทุเรียน การตรวจสอบความแน่นของเนื้อผล ความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ และอายุเก็บเกี่ยวที่ให้ผลผลิตมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนา วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว กรมวิชาการเกษตร ภายในบริเวณเกษตรกลาง บางเขน จตุจักร กทม. 10900 ในวันและเวลาทำการ

Related Posts