เกษตรรอบด้าน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลมีความสำคัญมากกว่าที่เคย “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงดอกไม้และสวนสวยจากทั่วโลก แต่เป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อชวนให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของพืชพรรณ และทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกร เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้แนวทางพัฒนาการเกษตรให้เติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานแถลงข่าวมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยให้ประชาคมนานาชาติได้เห็น ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีว
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ “เจ้เอ๋ – สากล วงศา” ชาวบ้าน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เดิมประกอบอาชีพช่างเย็บผ้า รับผ้ามาจากโรงงาน รายได้เพียงพอเลี้ยงชีพแต่ไม่มั่นคงนัก ในช่วงนั้น อบต. มีโครงการส่งเสริมให้ชาวบ้านทดลองปลูกผักหวานบ้านเพื่อหารายได้เสริม เจ้เอ๋จึงตัดสินใจเข้าร่วม และใช้พื้นที่ 4 ไร่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเกษตรกร เมื่อผักหวานเริ่มให้ผลผลิต ตลาดกลับไม่เพียงพอรองรับ เจ้เอ๋ต้องขับรถออกไปขายเองทุกเช้า ลงทุนวันละประมาณ 1,500 บาท ขายผักจากท้ายรถและหาพ่อค้ารับซื้อเพิ่มเติม ทำให้วันหนึ่งๆ สามารถขายได้หลักร้อยกิโลกรัม ในยุคปี 2537 ที่ผักหวานกิโลละ 50 บาท รายได้เริ่มเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ต่อมาได้ชวนญาติพี่น้องกว่า 10 ครัวเรือนมาปลูกผักร่วมกัน ทดลองผิดถูกจนชำนาญ และเพาะต้นแม่พันธุ์แจกจ่ายในกลุ่ม จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อตลาดสี่มุมเมืองปรับปรุงครั้งใหญ่ เจ้เอ๋จึงเปิดแผงค้าถาวรครั้งแรก ด้วยความพร้อมทั้งผลผลิต ฐานลูกค้า และประสบการณ์ที่สั่งสม เครือข่ายเกษตรกรเข้มแข็ง ปลูกครบวงจร มั่นใจขายได้ทุกวัน จากกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยญาติพี่น้อ
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งสงครามที่ยืดเยื้อ ภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไปจนถึงภัยธรรมชาติจากปรากฏการณ์โลกเดือดที่รุนแรงขึ้นทุกปี หลายคนมักตั้งคำถามว่า “ในเมื่อปากท้องยังลำบาก เราจะปลูกต้นไม้ไปเพื่ออะไร” เรามักถูกสอนให้แยก ‘ปัญหาเศรษฐกิจ’ ออกจาก ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ โดยเชื่อว่าต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน แล้วค่อยกลับมาดูแลธรรมชาติ แต่นั่นอาจเป็นกับดักทางความคิดที่ทำให้เรามองไม่เห็นทางออกที่แท้จริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปากท้องกับสิ่งแวดล้อมคือเรื่องเดียวกัน การปลูกป่าในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำเพื่อการค้าหรือประโยชน์ส่วนตัว แต่มันคือการสร้างฐานรากให้กับทุกมิติของชีวิต เพราะเมื่อเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีต้นไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนและคืนสมดุลให้สภาพอากาศ เมื่อนั้นเราจะทำงานได้ดีขึ้น พืชผลทางการเกษตรจะงอกงามขึ้น และบรรยากาศโดยรวมของสังคมไปจนถึงเศรษฐกิจก็จะขยับดีตามไปด้วย คุณขิม-ลีนา นาคะวิโรจน์ จากพนักงานออฟฟิศผู้หลงรักการเดินป่า สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง “สาวใต้ปลูกต้นไม้” ที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำมาปลูก “ไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจ” อย่างเต็มตัว คุณขิมเล่าว่า ก่อนจะก้าวเข
LATEST NEWS
21 ตุลาคม 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบแนวทางการขับเคลื่อนกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่ง “สร้างคนรุ่นใหม่ พัฒนากรมเป็นองค์กรทันสมัย ด้วยงานส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทางเกษตรและอาหาร” พร้อมยกระดับระบบส่งเสริมการเกษตรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร เชื่อมโยงคน พื้นที่ และสินค้า ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่เกษตรกร ตลอดจนเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้การพัฒนาการเกษตรเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ งานส่งเสริมการเกษตรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยง ‘คน พื้นที่ และสินค้า’ เข้าด้วยกัน ใช้ข้อมูล เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการตั
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลมีความสำคัญมากกว่าที่เคย “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงดอกไม้และสวนสวยจากทั่วโลก แต่เป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร ความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อชวนให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของพืชพรรณ และทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกร เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้แนวทางพัฒนาการเกษตรให้เติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานแถลงข่าวมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยให้ประชาคมนานาชาติได้เห็น ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีว
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ “เจ้เอ๋ – สากล วงศา” ชาวบ้าน ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เดิมประกอบอาชีพช่างเย็บผ้า รับผ้ามาจากโรงงาน รายได้เพียงพอเลี้ยงชีพแต่ไม่มั่นคงนัก ในช่วงนั้น อบต. มีโครงการส่งเสริมให้ชาวบ้านทดลองปลูกผักหวานบ้านเพื่อหารายได้เสริม เจ้เอ๋จึงตัดสินใจเข้าร่วม และใช้พื้นที่ 4 ไร่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเกษตรกร เมื่อผักหวานเริ่มให้ผลผลิต ตลาดกลับไม่เพียงพอรองรับ เจ้เอ๋ต้องขับรถออกไปขายเองทุกเช้า ลงทุนวันละประมาณ 1,500 บาท ขายผักจากท้ายรถและหาพ่อค้ารับซื้อเพิ่มเติม ทำให้วันหนึ่งๆ สามารถขายได้หลักร้อยกิโลกรัม ในยุคปี 2537 ที่ผักหวานกิโลละ 50 บาท รายได้เริ่มเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ต่อมาได้ชวนญาติพี่น้องกว่า 10 ครัวเรือนมาปลูกผักร่วมกัน ทดลองผิดถูกจนชำนาญ และเพาะต้นแม่พันธุ์แจกจ่ายในกลุ่ม จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อตลาดสี่มุมเมืองปรับปรุงครั้งใหญ่ เจ้เอ๋จึงเปิดแผงค้าถาวรครั้งแรก ด้วยความพร้อมทั้งผลผลิต ฐานลูกค้า และประสบการณ์ที่สั่งสม เครือข่ายเกษตรกรเข้มแข็ง ปลูกครบวงจร มั่นใจขายได้ทุกวัน จากกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยญาติพี่น้อ
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) จังหวัดพัทลุงก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยมรดกโลกถึง 3 รายการ ประกอบด้วย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “โนรา” มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย และล่าสุดคือ พื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) ทะเลน้อย ที่การที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พื้นที่ทะเลน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้รับการยอมรับเป็นระบบมรดกทางการเกษตรที่สำคัญของโลก (GIAHS) ภายใต้ชื่อ “Thale Noi Wetland Pastoral Buffalo Agro-ecosystem” เมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ กับภูมิปัญญาการเลี้ยงควายปลักแบบปล่อยธรรมชาติที่สืบทอดกันมานานกว่า 2 ศตวรรษ จากผลการศึกษาวิจัยเชิงลึกพบว่า วิถีชีวิตของ “ควายเลน้อย” มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและฟื้นฟูระบบนิเวศของทะเลน้อยอย่างยิ่ง ฝูงควายเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนวิศวกรชีวภาพ ที่ช่วยกำจัดวัชพืชน้ำที่หนาแน่นได้ถึง
สูตรลับจากฟาร์ม
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
“เมื่อก่อนทำนาเป็นหนี้ พอมาทำสวนส้มก็ไล่หนี้หมด ส้มนี่แหละคือจุดรวยของเราให้ทุกอย่างเลย ทำเงินสร้างผลกำไร เจ็บป่วยก็ไม่เดือดร้อน ก็มาจากสวนส้มนี่แหละ ทุกวันนี้ มีกินมีใช้ ไม่ขัดสนแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” คำกล่าวของ นายชนิตร์ พูนสินธุ์ เกษตรกรชาวสวนส้มคลอง 12 ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ทิ้งอาชีพชาวนา มาทำสวนส้ม นายชนิตร์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนผมมีอาชีพทำนา ปี พ.ศ. 2533 พายุโซนร้อน “อีรา” พัดผ่านประเทศไทยทำให้ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหนักทำให้นาข้าวล่ม จึงเลิกทำนาหันมาทำอาชีพรับจ้าง ต่อมาเกษตรกรสวนส้มบางมดมาซื้อที่ดินย่านคลองรังสิตเพื่อทำสวนส้ม ผมก็เลยทำสวนส้มเขียวหวานตามเขา ครั้งแรกผมลงทุนทำสวนส้ม 5 ไร่ โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานมาจากบางมด ปลูกได้ 3 ปีก็เก็บผลผลิตออกขายได้ ได้ผลกำไรดี สามารถซื้อรถปิกอัพได้คันหนึ่ง จากนั้นก็ขยายพื้นที่ปลูกส้มไปอีก 2 แปลงเนื้อที่รวม 30 กว่าไร่ ต่อมาสวนส้มรังสิตประสบปัญหา “ส้มร่วง” ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและผลส้มร่วงเสียหาย นายชนิตร์เป็นหนึ่งในเจ้าของสวนส้มที่ได้รับความเสียหายจนแทบหมดตัว จึงตัดสินใจย้ายไปทำสวนส้มที่จังหวัดกำแพงเพชร โด
เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อให้เกิดน้ำท่วมขังและกระทบต่อแปลงปลูกพืชหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนาข้าว ที่เสี่ยงเผชิญกับโรคไหม้ข้าว กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวติดตามสถานการณ์และสำรวจสังเกตอาการข้าวในนาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแปลงปลูกข้าวของตนได้ แนวทางการฟื้นฟูนาข้าวหลังน้ำลด ควรพิจารณาตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว ความลึกของน้ำ และระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง เพื่อจัดการดินให้เหมาะกับการปลูกข้าว เนื่องจากในขณะที่น้ำท่วมขังในระดับสูง ดินจะอิ่มด้วยน้ำ ทำให้ดินขาดอากาศ และเกิดปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่าง ก่อให้เกิดสารประกอบอินทรีย์ เช่น กรดบูทีริก และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นพิษต่อต้นข้าว หลังน้ำลดควรรีบระบายออกแล้วปล่อยให้ดินแห้ง ปริมาณอินทรียวัตถุ จุลินทรีย์หน้าดิน ธาตุอาหารจะลดลงจากบริเวณที่ถูกกระแสน้ำพัดพาไป ในที่พื้นที่ลุ่มต่ำจะมีธาตุอาหารพืชสะสมอยู่ในตะกอนเพิ่มขึ้น โดย ระยะแตกกอ น้ำท่วมยอดข้าวเกิน 1-2 สัปดาห์ ข้าวแช่น้ำเน่าตาย กรณีข้าวโผล่พ้นผิวน้ำ หลังน้ำลดจะทำให้ต้นข้าวหักล้ม การปรับปรุงดินควรลดระดับน้ำในแปลงนา
NEWS
21 ตุลาคม 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบแนวทางการขับเคลื่อนกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่ง “สร้างคนรุ่นใหม่ พัฒนากรมเป็นองค์กรทันสมัย ด้วยงานส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทางเกษตรและอาหาร” พร้อมยกระดับระบบส่งเสริมการเกษตรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร เชื่อมโยงคน พื้นที่ และสินค้า ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่เกษตรกร ตลอดจนเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้การพัฒนาการเกษตรเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ งานส่งเสริมการเกษตรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยง ‘คน พื้นที่ และสินค้า’ เข้าด้วยกัน ใช้ข้อมูล เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการตั
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) จังหวัดพัทลุงก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยมรดกโลกถึง 3 รายการ ประกอบด้วย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “โนรา” มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย และล่าสุดคือ พื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) ทะเลน้อย ที่การที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พื้นที่ทะเลน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้รับการยอมรับเป็นระบบมรดกทางการเกษตรที่สำคัญของโลก (GIAHS) ภายใต้ชื่อ “Thale Noi Wetland Pastoral Buffalo Agro-ecosystem” เมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ กับภูมิปัญญาการเลี้ยงควายปลักแบบปล่อยธรรมชาติที่สืบทอดกันมานานกว่า 2 ศตวรรษ จากผลการศึกษาวิจัยเชิงลึกพบว่า วิถีชีวิตของ “ควายเลน้อย” มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและฟื้นฟูระบบนิเวศของทะเลน้อยอย่างยิ่ง ฝูงควายเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนวิศวกรชีวภาพ ที่ช่วยกำจัดวัชพืชน้ำที่หนาแน่นได้ถึง
วรวรรต ศรีสอ้าน (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก พร้อมด้วย จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าภัณฑารักษ์ฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม และผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการสร้างแบรนด์และสื่อสารการตลาด โครงการ วัน แบงค็อก ร่วมกับ คณะบุคคลชมรม เอจีไอ ประเทศไทย นำโดย ธีรนพ หวังศิลปคุณ (ที่ 2 จากซ้าย) สยาม อัตตะริยะ (ซ้ายสุด) และ พัชร ลัดดาพันธ์ (ขวาสุด) ประกาศความร่วมมือในการนำ “AGI Open 2027 Bangkok” เทศกาลและงานประชุมด้านการออกแบบกราฟิกและการสื่อสารด้วยภาพชั้นนำระดับโลก จากสมาคม Alliance Graphique Internationale (AGI) มาจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีศูนย์กลางของการจัดงานที่ วัน แบงค็อก เตรียมต้อนรับสมาชิก AGI จาก 47 ประเทศ กว่า 200 คน พร้อมเหล่านักออกแบบ ครีเอทีฟ และนักศึกษาจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 6–7 พฤศจิกายน 2570 โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 5,000 คน การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการสนับสนุนและเชื่อมโยงเครือข่ายนักสร้างสรรค์ระดับโลก เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และผลักดันกรุงเ
ฟาร์มล้ำ
ในยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์โลกเดือด (Global Warming) ตัวการสำคัญหนีไม่พ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ขณะเดียวกันในภาคเกษตรกรรมของจังหวัดจันทบุรี เมืองหลวงแห่งผลไม้ไทย ก็ต้องประสบกับปัญหา “เปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง” จำนวนมหาศาลหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่มักถูกกำจัดด้วยการเผาหรือปล่อยให้ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซ้ำเติมสิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ แต่ในวันนี้ ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยความร่วมมือระหว่าง “สวนจันทร์เรือง” และคณะอาจารย์จากโรงเรียนศรียานุศรณ์ ที่ได้ร่วมกันคิดค้นและวิจัย “อิฐบล็อกไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน” นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักโลกที่อาจเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้โลกของเราเย็นลงได้ ทำไมต้องเป็น “เปลือกทุเรียน” จากการศึกษาพบว่า เปลือกทุเรียนมีองค์ประกอบของเซลลูโลส และลิกนิน สูงมาก เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเผาไหม้แบบจำกัดอากาศ จะได้เป็น “ถ่านไบโอชาร์” (Biochar) ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ มีรูพรุนสูงมาก ซึ่งรูพรุนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดอ
เมื่อสวนปาล์มน้ำมันอายุกว่า 30 ปี เดินทางมาถึงวันที่ต้องรื้อปลูกใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะปลูกปาล์มอีกครั้งหรือเปลี่ยนไปปลูกยางพารา แต่คือมีพืชอะไรที่เหมาะกับพื้นที่และสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้นหรือไม่? คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองปลูกพริกไทยในจังหวัดตรัง และค่อยๆ พัฒนาไปสู่การทำสวนพริกไทยดำ GI ที่ไม่ได้มองเพียงผลผลิต แต่พยายามค้นหาคุณค่าของพืชท้องถิ่นชนิดนี้ ให้ลึกไปถึงประวัติศาสตร์ การปลูก และการตลาด ผู้ที่พาเรื่องราวนี้เดินทางจากสวนทดลองหลักพันต้น มาสู่สวนพริกไทยขนาด 20 ไร่ คือ คุณทราย – กันต์หทัย จิตรไมตรีเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบล็คโกลด์ เทรชเชอร์ จำกัด ซึ่งเดิมกำลังศึกษาต่อด้าน Digital Marketing ที่ประเทศอังกฤษ และเหลือเวลาอีกประมาณ 6 เดือนก่อนเรียนจบ ขณะเดียวกันทางบ้านกำลังมองหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ หลังตัดสินใจไม่ปลูกปาล์มน้ำมันหรือยางพารา เพราะเวลานั้นสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้เป็นใจนัก ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้นทั้งค่าแรง ค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายในการจัดการสวน จาก 1,000 ต้น สู่ 20 ไร่ พลิกพืชทางเลือก สู่พืชเศรษฐกิจท้องถิ่น ค
สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงเดือนตุลาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 50 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย พื้นที่เสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ รองลงมาคือ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการไปใช้ฟื้นฟูพืชและดินอย่างถูกวิธี สนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มาและสารชีวภัณฑ์สำหรับดูแลพืชหลังน้ำลด เพื่อให้พืชที่ผ่านน้ำท่วมได้รับการฟื้นฟูลำต้นและระบบรากอย่างเหมาะสม ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพดิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว แจกเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี เมื่อคนไทยเผชิญวิกฤตภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัยและสภาพอากาศที่แปรปรวน มักสูญเสียพืชผักซึ่งเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้นำองค์ความรู้และเมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพดีจากงานวิจัยออกมา แจกจ่ายให้เกษตรกรและชุมชนที่ประสบอุทกภัยได้เริ่มต้
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยขอเชิญชวนสื่อมวลชน เกษตรกร ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมรับฟังการเสวนา “ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร” วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30–12.00 น.ณ ห้องประชุมธีระ สูตะบุตร ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยากร– นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร– ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช และพันธุศาสตร์ข้าว และที่ปรึกษาอาวุโสและที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์– นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย– ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA)– รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์การค้าสากล และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินรายการโดย นางสาวอัจฉราวรรณ์ สุวรรณสมบัติ (เพจเกษตรสัญจร) ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาและแสดงความคิดเห็นได้ที่https://forms.gle/c49dpZxdAkKr
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกร คู่ค้า และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ครอบคลุมการสนับสนุนอาหารและสิ่งของจำเป็น การรับคืนอาหารสัตว์ที่เสียหาย และการประสานงานซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของห่วงโซ่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตเคียงข้างเกษตรกร ทั้งในช่วงการดำเนินงานตามปกติและในยามเผชิญวิกฤต สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ TFM ได้ร่วมกับเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในหลากหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแบ่งเบาภาระและสนับสนุนการฟื้นตัวของฟาร์มและชุมชน โดยบริษัทได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น รวมถึงส่งมอบผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องซีเล็คกว่า 10,000 ชุด แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และประสานงานซ่อมแซมมอเตอร์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารเจรับเทศกาลกินเจปี 2569 “อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ” ชู วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกนและข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ ประเดิมที่งานประเพณีงานเจเยาวราช ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน พร้อมประเดิมเมนูใหม่ “เจด ดราก้อน x ดีน่า”ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา รวมถึง “เลอแปง” เบเกอรี่สดใหม่ อร่อยง่ายได้ทุกที่ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ตลอดเทศกาล ได้ที่ 7-Eleven, Makro, Lotus’s และร้านค้าชั้นนำ กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ต่อยอดเมนูเทศกาลสู่ “อาหารที่กินได้ทุกวัน” ซีพีแรมมองว่าตลาดอาหารเจปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคตามเทศกาล (Seasonal Consumption) สู่อาหารทางเลือกในชีวิตประจำวัน (Everyday Consumption) ฐานผู้บริโภคขยายจากผู้ถือศีลกินเจ ไปสู่ผู้ใส่ใจสุขภาพ และกลุ่ม Flexitarian ที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยยังให้น
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ต้อนรับเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคมนี้ ชวนคนไทยมาร่วมกินเจ อร่อยได้บุญ สุขใจทุกคำ ด้วยเมนูเจ ที่มาพร้อมรสชาติอร่อย คุณค่าทางโภชนาการ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพที่มองหาทางเลือกอาหารที่หลากหลาย ใส่ใจสุขภาพ และสายบุญที่ตั้งใจถือศีลกินเจตลอดเทศกาล ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในปีนี้คือ วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) แบรนด์อาหาร Plant-Based ที่ อร่อยง่าย…ไม่มีเนื้อสัตว์ ให้รสชาติและสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง นำทีมด้วยเมนูยอดนิยมข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน และเมนูใหม่ในปีนี้ อย่างสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ “เจด ดราก้อน x ดีน่า” เมนูใหม่จากเจด ดราก้อน (Jade Dragon) ที่นำนมถั่วเหลืองดีน่ามารังสรรค์เป็นไส้ซาลาเปา ผสานความหอมกลมกล่อมของธัญพืช 3 รสชาติ ทั้งซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมน้ำนมข้าวไรซ์เบอร์รี่, ซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมงาดำ และซาลาเปาไส้นมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น อุดมด้วยโปรตีนจากพืช ใยอาหาร และสารอาหารจากธัญพืชครบถ้วน และ “เลอแปง” เบเกอ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง วาสนา พัฒนพีระเดช รองประธานกรรมการและเลขานุการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และ นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมการให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณสะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า โครงการ “ส่งต่อรอยยิ้ม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 ตุ
ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย “เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “เลอแปง” จับมือ “นมตรามะลิ” เปิดตัวเมนูคู่หูใหม่ล่าสุดรับกระแสสุขภาพ ชูขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่ม อร่อย และไม่มีคอเลสเตอรอล จับคู่กับนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหามื้อเช้าและของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวก ทานง่ายทุกที่ทุกเวลา อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ วางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้ จับคู่จุดแข็ง สองแบรนด์ที่คนไทยเชื่อมั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี อย่าง “เลอแปง” และ “นมตรามะลิ” หนึ่งคือขนมปังโฮลวีทของเลอแปงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการผลิตจากแป้งข้าวสาลีเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหารทั้งวิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงใยอาหารที่ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนัก ส่วนอีกด้านคือนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ของนมตรามะลิ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งผู้ที่แพ้แล็กโทสและกลุ่มคนรักสุขภาพเพลิดเพลินกับรสชาติเข้มข้นได้อย่างเต็มคำ โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยัง
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง “มังกรหยก” กับแนวคิด “กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด “รสชาติที่คุ้นเคย” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์ยอดฮิตลงตลาดทั่วไทยแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld เจาะอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ และกลยุทธ์การสร้างความต่าง ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำท
