คุณกิติกานต์ ศรีวิชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร นำมะนาวมาฝากเลยถามว่า บอกผิดหรือเปล่า…ส้มโอชัด ๆ ดังรูป เปรียบเทียบกันให้เห็น ๆ
น้องบอกว่าเป็นมะนาวยักษ์มี 2 พันธุ์ คือพันธุ์ผิวเรียบ และพันธุ์ผิวขรุขระเหมือนมะกรูด สนใจรายละเอียด หรือดูของจริง โทร.สอบถามได้ที่ 08-0500-8511

MOST POPULAR
“วัชพืช” สำหรับใครหลายคน อาจเป็นเพียงต้นไม้ที่ต้องรีบถอนทิ้ง เพราะแย่งน้ำ แย่งปุ๋ย และบดบังการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจ แต่หากมองลึกลงไปในอีกมิติหนึ่ง พืชที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจเป็น “ขุมทรัพย์ทางยา” ที่เติบโตอยู่ในแปลงเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางยา (Medicinal Security)” หรือการมีแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรที่เพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ พืชสมุนไพรจำนวนไม่น้อย กลับเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นา ริมคันนา หรือสวนหลังบ้าน จนถูกเรียกรวมๆ ว่า “วัชพืช” วัชพืช…ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป ในทางเกษตรศาสตร์ “วัชพืช” หมายถึงพืชที่ขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชไม่มีประโยชน์ พืชหลายชนิดที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น ล้วนมีการใช้ประโยชน์ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาสารออกฤทธิ์สำคัญที่อาจต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต นั่น
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าตลาดมีความต้องการต้นแก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ สร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว โดยการผลิตมีทั้งการผลิตให้เป็นไม้ประดับในกระถางและไม้ขุดล้อมที่มีต้นใหญ่ๆ ให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนจากสวนไม้ผล เข้าสู่วงการไม้ประดับ คุณสุระ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเริ่มทำอาชีพทางการเกษตรด้านไม้ผลและการปลูกไผ่ ต่อมาไผ่ที่ทำการปลูกเกิดออกดอกและตายยกสวน ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะนาวและทุเรียน ซึ่งช่วงที่ปลูกทุเรียนสมัยนั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อมากนักเหมือนปัจจุบัน จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะมีลูกค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน “พอมีกลุ่มหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังเกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ก็มีการทำไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ช่วงแรกผมทำต้นโมกจำหน่ายก่อน หลังๆ มา ตลาดเริ่มมีการป
ภาคการเกษตรในปัจจุบันไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงการปลูกพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมากอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการความเสี่ยง และการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะผลผลิตทางการเกษตรเมื่อเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน ราคาย่อมมีโอกาสผันผวนตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน เกษตรกรที่สามารถปรับตัวจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ประกอบการ” จึงเป็นผู้ที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการดำเนินงานของ คุณยศวัตน์ เรืองสุวรีย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนทิพย์วารี ผู้เปลี่ยนอินทผลัมจากผลไม้ที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแปรรูปที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด พร้อมนำเทคโนโลยี งานวิจัย และการบริหารจัดการสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาการผลิต จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจเกษตรที่มุ่งสร้างรายได้ตลอดทั้งปี และสร้างคุณค่าให้กับผลผลิตทุกเกรดโดยไม่ปล่อยให้สูญเปล่า จากสวนอินทผลัมสู่ธุรกิจแปรรูป พลิกผลไม้ปีละครั้งเป็นรายได้ตลอดปี คุณยศวัตน์ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของ
ในยุคที่การทำเกษตรต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มมูลค่า การเลี้ยง “หนอนไม้ไผ่” กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่มีสวนไผ่อยู่แล้ว เพราะหนอนไม้ไผ่มีความต้องการสูงในตลาด ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบโปรตีนทางเลือก และกลุ่มร้านอาหารที่นำไปสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษ โดยราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียว หนอนไม้ไผ่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “หนอนรถด่วน” เป็นตัวอ่อนของแมลงด้วงหนวดยาวที่เจริญเติบโตในลำไผ่ มีรสชาติอร่อย หอมมัน และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดี เป็นอาหารยอดนิยมของหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยสามารถนำไปทอด ย่าง อบ หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ “หนอนไม้ไผ่”จัดอยู่ในกลุ่มอาหารใหม่ (Novel Food ) เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนอนไม้ไผ่ นับเป็นแมลงที่สะอาดที่สุด เนื่องจากมีวงจรชีวิตอาศัยอยู่ในกระบอกไม้ไผ่และกินเยื่อไม้ไผ่เป็นอาหาร ระยะตัวหนอนที่นิยมนำมาบริโภค ส่วนใหญ่พบได้ในช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม หนอนไม้ไผ่มีรสชาติอร่อยและมีสารโปรตีนสูง 26-29% และมี ไขมันสูง 50-54 % หนอนไม้ไผ่ เป็นที่ต้องการของตลาด และขายได้ราคา
