“ บางคนไม่รู้จักผักเคลคืออะไร ผักอะไรแพงจัง สำหรับคนที่รักสุขภาพที่กินผักเคลเพื่อรักษาตัวเอง ผักเคลไม่ใช่พืชกระแส แต่เป็นพืชทางรอด ที่ช่วยชีวิตเราทำให้กินผักได้ จะถูกหรือแพง ไม่เกี่ยง แค่เป็นผักอินทรีย์ก็พอแล้ว ”
คุณจันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป ครูวัยเกษียณที่หันมา “ปลูกผักเคล” (Kale)แบบเกษตรอินทรีย์เพื่อเป็นอาหาร และแปรรูปเพิ่มมูลค่าในรูปแบบ “ ผงเคล” อาหารเสริมบำรุงสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง จำหน่ายแบบพรีออเดอร์ให้กับกลุ่มผู้สนใจผ่านทางสื่อโซเชียล สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 5 หมื่นบาท
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา คุณจันทร์เพ็ญ ปลูกผักเคลเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ หลังพบอาการผิดปกติของเซลล์ตับ ซึ่งการรักษาแพทย์ทางเลือกแนะนำให้ทานผักสีเขียวฟื้นฟูสุขภาพ แต่คุณจันทร์เพ็ญไม่ชอบกินผักคะน้าเพราะเหม็นเขียว จึงหันมากินผักเคลแทน เพราะ ผักเคลคือราชินีผัก ที่มีสารอาหารเยอะมาก
“ 2 ปีที่แล้ว ผักเคลเป็นพืชกระแสที่ดังมาก ใครๆ ก็อยากได้ ป้าปลูกผักเคลส่งขายตลาดจริงใจ Farmers’ Market ห้าง TOPS ในราคาขีดละ 40-50 บาท และต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ผงเคล ที่ได้มาตรฐาน อย. จำหน่ายในแบรนด์จันทรา ขนาดบรรจุ 100 กรัม ราคา 200 บาท ” คุณจันทร์เพ็ญกล่าว

ผักเคล ปลูกดูแลง่าย
ปัจจุบันคุณจันทร์เพ็ญปลูกผักเคล 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์ใบหยิกสีเขียว ( Curly Green Kale )และ พันธุ์ไดโนเสาร์ ( Dinosaur Kale ) โดยทั่วไปผักเคล สามารถปลูกได้ทั้งวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำ ซึ่งคุณจันทร์เพ็ญ ชื่นชอบวิธีการปักชำเป็นหลัก เพราะได้ต้นใหม่ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกับต้นแม่ทุกประการ การปักชำทำได้ง่ายมาก แค่ตัดแขนงจากต้นแม่พันธุ์มาจุ่มน้ำยาเร่งรากนิดนึงก่อนนำไปปักชำในวัสดุเพาะชำ เช่น พีทมอสหรือขุยมะพร้าวก็ได้ แค่ 15 วันก็รากงอกแล้ว ลงมือปักชำ 10 ต้น รอดได้ 5-6 ต้น คุณจันทร์เพ็ญก็พึงพอใจแล้ว
ผักเคลเติบโตดี ในพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ชอบดินชื้นแต่ไม่แฉะ หากเจอดินแฉะจะทำให้รากเน่า รากไม่โต เกาะกันเป็นก้อน หากมีดินปลูกพืชอยู่แล้ว ควรใส่แกลบดำ หรือขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำล้างสารแทนนิน และใส่มูลสัตว์ หรือ จาวปลวก และตระกูลจุลินทรีย์ได้ทุกตัว ในสัดส่วน 1: 1 และเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ช้อนเดียวเล็กๆ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารก่อนนำไปปลูก จากนั้นดูแลให้น้ำเหมือนกับการปลูกผักทั่วไป

หากใช้วัสดุปลูกตามสูตรที่กล่าวมา ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม หากสังเกตพบว่า ยอดผักเคลมีขนาดเล็กลง ใบแตกยอดน้อยลง ช่อใบเล็กลง จึงค่อยใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยมูลใส้เดือนบำรุงตามอาการ โดยทั่วไป ผักเคลสามารถเติบโตแข็งแรง มีอายุยืนข้ามปี ทั้งนี้ช่วงฤดูฝน ควรดูแลใส่ใจเป็นพิเศษเพราะเสี่ยงต่อการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่มักระบาดในช่วงฤดูฝน
“ ฝนคือตัวร้าย เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปลูกผักเคล หากเจอหนอนกัดลำต้นและฝนชำลงไป จะทำให้ลำต้นเปื่อยเน่า กลิ่นเหม็นเหมือนเนื้อสัตว์เน่าเลยเพราะผักเคลเป็นพืชที่มีโปรตีนสูง ช่วงฤดูฝน เจอฝนตกทุกวันทำให้ผักเคลไม่โต เจอปัญหาโรคแมลงรบกวนจนต้องรื้อแปลงลงทุนปลูกใหม่ในสภาพโรงเรือน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลจัดการ โดยทั่วไปผักเคลพันธุ์ไดโน มีใบหนาจึงดูแลง่าย แต่เคลใบหยิก ปรุงยาสารกันแมลงเข้มไปนิดนึง ก็ทำให้ใบเฉาได้ ”


การเก็บเกี่ยวและแปรรูปผงผักเคล
การเก็บเกี่ยวผักเคล คุณจันทร์เพ็ญจะเก็บใบเคลตั้งแต่ใบที่ 5 – 6 – 7 นับจากยอด นำไปทำอาหาร เพราะใบเคลชุดนี้ ใบนุ่มขนาดพอเหมาะสำหรับการบริโภค ส่วนใบที่ต่ำลงมาจากนั้นจะเก็บนำไปแปรรูปเป็นผงเคล ใบเคลที่นำไปอบแห้ง มีรสชาติเหมือนสาหร่ายอบแห้ง ซึ่งขั้นตอนการทำแสนง่าย แค่อบในเตาอบลมร้อนหรือเตาอบความร้อน โรยน้ำมันงานิดนึง ใส่เกลือและธัญพืชจะมีรสชาติมัน เค็มเหมือนกินสาหร่ายอบ ส่วนใบล่างๆ ป้าจะนำมาอบแห้งและบดเป็นผง
หลังการเก็บเกี่ยวจะนำใบตัดแต่งและล้างน้ำทำความสะอาด นำไปผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อน จึงเรียงเข้าเตาอบ ซึ่งใบสด 10 กก. หลังอบแห้งจะมีน้ำหนักเหลือแค่ 1 กก.เท่านั้น หลังจากอบใบแห้งแล้วจะนำมาบดให้ละเอียด เก็บในกระปุกขนาด 100 กรัม ใส่ซิลิก้า ผงกันชื้น จะเก็บได้นาน 1 ปี ผักเคลปลูกได้ทั้งปี ผักเคลเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูหนาว จึงปลูกผักเคลมากถึง 300 ต้น ปลูกและเก็บใบสดนำไปอบแห้งให้ได้มากที่สุด โดยนำใบอบแห้งแพ็คใส่ถุงพสาสติกสีดำ เพื่อรักษาคุณภาพ จากนั้นจึงค่อยนำไปบดเป็นผงในภายหลัง หากไม่ดูแลจัดการแบบนี้ ปล่อยให้ใบอบแห้งโดนแสง จะทำให้สีใบอ่อนลง

ตลาดเคล ยังไม่ตัน
คุณจันทร์เพ็ญ อยากให้คนไทยปลูกเป็นพืชผักประจำบ้านเพื่อเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ สักบ้านละ 10 – 20 ต้น หากคิดจะปลูกจำนวนมาก ต้องวัดใจตัวเองก่อนว่าเราดูแลเขาไหวไหม เพราะมูลค่าต้นพันธุ์สูงพอสมควร ต้นกล้าขนาด 10 – 20 ซม. ตกต้นละ 20 – 30 บาทแล้ว หากเพาะเมล็ดหรือปักชำเอง ก็จะประหยัดต้นทุนได้
“ เมื่อเหลือจากการบริโภค สามารถนำผักเคลอบแห้งแปรรูปเป็นผงเคลได้ โดยใช้ตู้อบความร้อนธรรมดาในบ้านหรือเครื่องบดกาแฟตัวเล็กๆ ราคาไม่กี่ร้อยบาท แปรรูปผงเคลแบบโฮมเมดได้สบาย ผงเคลขายดี จนผลิตไม่พอขาย ตลาดผงผักเคลยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพ และตลาดสัตว์เลี้ยง ยอดขายไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200 กระปุก สร้างรายได้กว่าเดือนละ 50,000 บาท ”
คุณจันทร์เพ็ญมีโอกาสเปิดผงเคลในตลาดสัตว์เลี้ยงด้วยความบังเอิญ เนื่องจากลูกชายของเธอ สั่งซื้อผงเคลจากต่างประเทศ กระปุกละ 800 บาทมาใช้เลี้ยงลูกสุนัข เธอบอกลูกว่า ผงเคลแม่ก็ทำได้ ตั้งแต่นั้น ลูกชายก็หันมาใช้ผงเคลของเธอ
“ ลูกชายนำผลิตภัณฑ์ผงเคลไปโพสต์ขายบนตลาดออนไลน์ ในกลุ่มคนรักสุขภาพและตลาดสัตว์เลี้ยง ผงเคลสำหรับสัตวเลี้ยงเป็นอีกเกรดหนึ่ง ราคาถูกลงกว่าของคนเพราะไม่ได้เอาก้านใบออก ผงเคลน้ำหนัก 100กรัมขายราคา 100 บาท ผลิตภัณฑ์ผงเคลขายดีมาก เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้เลี้ยงน้องหมาและน้องแมวจนผลิตไม่พอขาย ผงเคลสำหรับตลาดสัตว์เลี้ยงยังมีช่องว่างอยู่เยอะ เพราะคนเลี้ยงสัตว์ไม่คิดเยอะหรอกว่าสินค้าถูกหรือแพง ขอแค่สินค้าดีต่อสุขภาพของลูกเขา ก็ตัดสินใจซื้อแล้ว ซื้อง่ายกว่าของคนที่ต้องดูอย่างละเอียดว่า มีอย. หรือเปล่า ”

ทุกวันนี้ คุณจันทร์เพ็ญเน้นเจาะตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยใช้ช่องทาง TikTok “ ป้าจิ๊กผักเคล ” ซึ่งการไลฟ์สดขายสินค้าครั้งแรก เธอยอมรับว่า เขินมาก กลัวมาก พูดแบบตะกุกตะกัก แต่เอาจริงๆ แล้ว มันก็สนุกนะ ทุกวันนี้ เธอกำลังสอนสามี “ อร่าม ทรงสวยรูป ” ได้เรียนรู้การขายผ่านทางสื่อโซเชียล เพราะวิธีนี้ซื้อขายง่าย ฐานลูกค้ากว้าง ที่สำคัญ ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ขายของเหมือนในอดีต
หากใครสนใจกิจการฟาร์มผักเคล แวะเยี่ยมชมได้ที่ วิสาหกิจชุมชนออฟฟิศชาวนาคนกระโทก บ้านเลขที่ 258 หมู่ 9 บ้านโนนสะอาด ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา โทร.081-911-2607 หรือติดตามได้ทางช่อง TikTok “ ป้าจิ๊กผักเคล ”
เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568
