Featured เกษตรรอบด้าน

เปิดคุณประโยชน์ “ไข่ผำ” ซูเปอร์ฟู้ดโปรตีนสูง งานวิจัยชี้อาจช่วยดูแลสมอง คุมน้ำตาล ต่อยอดอาหารสุขภาพ

จากพืชน้ำพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมนำมาประกอบอาหารในท้องถิ่น วันนี้ “ไข่ผำ” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบอาหารแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่นอยู่ในพืชน้ำขนาดจิ๋ว ทั้งโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม “ซูเปอร์ฟู้ด” (Superfood) หรืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

แต่ความน่าสนใจของไข่ผำไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชเท่านั้น เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยที่ศึกษาถึงประโยชน์ของไข่ผำต่อสุขภาพ ทั้งด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการเป็นส่วนประกอบของรูปแบบการรับประทานอาหารที่อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองตามวัย

ขณะเดียวกัน ไข่ผำยังเป็นพืชน้ำที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลาย จึงกลายเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพและโปรตีนจากพืชมากขึ้น

รู้จัก “ไข่ผำ” พืชน้ำขนาดจิ๋ว อุดมด้วยโปรตีนและสารอาหาร

ไข่ผำ หรือที่บางพื้นที่เรียกว่า ไข่น้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wolffia globosa เป็นพืชน้ำจืดขนาดเล็กมาก มีลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวละเอียดลอยอยู่บนผิวน้ำ พบได้ในหลายประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการนำไข่ผำมาประกอบอาหารพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน

"Advertiser"

แม้จะเป็นพืชที่มีขนาดเล็ก แต่ไข่ผำกลับมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ โดยเฉพาะโปรตีนจากพืช ซึ่งมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด อีกทั้งยังมีใยอาหาร ธาตุเหล็ก สังกะสี และสารประกอบโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในพืชหลายชนิด

นอกจากนี้ ไข่ผำบางสายพันธุ์ยังมีวิตามินและสารอาหารอื่นๆ เช่น โฟเลต วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินเค รวมถึงสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ โดยปริมาณสารอาหารอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ สภาพแวดล้อม และกระบวนการเพาะเลี้ยง

ปัจจุบัน หลายประเทศเริ่มให้ความสนใจกับการนำไข่ผำมาพัฒนาเป็นวัตถุดิบอาหารสมัยใหม่ โดยเฉพาะประเทศอิสราเอล ซึ่งมีการเพาะเลี้ยงไข่ผำสายพันธุ์ที่เรียกว่า Mankai เพื่อใช้เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชและส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ

จุดเด่นของไข่ผำคือสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาวและอาหารแปรรูป อีกทั้งยังสามารถนำไปอบแห้งหรือแปรรูปเป็นผง เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม สมูทตี้ ซุป ขนมปัง เบเกอรี่ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการเสริมโปรตีนจากพืชได้อีกด้วย

ไข่ผำโปรตีนสูงแค่ไหน เทียบกับแหล่งโปรตีนชนิดอื่น

เมื่อพูดถึงอาหารที่มีโปรตีนสูง หลายคนอาจนึกถึงเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ หรืออาหารทะเลเป็นอันดับแรก แต่ปัจจุบันแหล่งโปรตีนจากพืชเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น และไข่ผำก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ถูกนำมาศึกษาอย่างต่อเนื่อง

หากเปรียบเทียบปริมาณโปรตีนในอาหารทั่วไปต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะพบว่า อกไก่ย่างมีโปรตีนประมาณ 31 กรัม เนื้อวัวบดปรุงสุกประมาณ 27 กรัม เนื้อหมูสันในปรุงสุกประมาณ 27 กรัม ปลาทูน่าปรุงสุกประมาณ 29 กรัม ปลาแซลมอนปรุงสุกประมาณ 22 กรัม กุ้งปรุงสุกประมาณ 24 กรัม ส่วนไข่ไก่ต้มมีโปรตีนประมาณ 12.6 กรัม

สำหรับไข่ผำ ปริมาณโปรตีนจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างไข่ผำสดกับไข่ผำผง เนื่องจากไข่ผำสดมีน้ำเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนสูง ขณะที่ไข่ผำผงผ่านกระบวนการลดความชื้น ทำให้สารอาหารรวมถึงโปรตีนมีความเข้มข้นมากขึ้นเมื่อเทียบในน้ำหนักที่เท่ากัน

ดังนั้น การเปรียบเทียบปริมาณโปรตีนระหว่างไข่ผำกับเนื้อสัตว์จึงจำเป็นต้องพิจารณาว่าเป็นไข่ผำสดหรือไข่ผำแห้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจคลาดเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของไข่ผำไม่ได้อยู่ที่ปริมาณโปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของโปรตีนด้วย โดยมีงานวิจัยเกี่ยวกับไข่ผำสายพันธุ์ Mankai พบว่าเป็นแหล่งกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์

งานวิจัยเผย “ไข่ผำ” อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพสมอง

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ไข่ผำได้รับความสนใจจากนักวิจัย คือความเป็นไปได้ในการนำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการรับประทานอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพสมอง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2565 ได้ศึกษาผลของการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนสีเขียว หรือ Green Mediterranean Diet ซึ่งเป็นรูปแบบการรับประทานอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมลดการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป

ความแตกต่างจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบดั้งเดิม คือมีการเพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล เช่น ชาเขียว วอลนัต และไข่ผำสายพันธุ์ Mankai ซึ่งเป็นพืชที่มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด

การศึกษาดังกล่าวติดตามกลุ่มตัวอย่างที่มีภาวะอ้วนลงพุงหรือไขมันในเลือดผิดปกติเป็นระยะเวลา 18 เดือน โดยเปรียบเทียบผลของการรับประทานอาหารในรูปแบบต่างๆ ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนสีเขียวมีแนวโน้มเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมตามวัยน้อยกว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารตามคำแนะนำเพื่อสุขภาพทั่วไป โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และความจำ

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล อาจมีส่วนช่วยปกป้องสมองจากความเสื่อมตามวัยได้

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าการกินไข่ผำเพียงอย่างเดียวสามารถป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือทำให้ความจำดีขึ้นได้โดยตรง เนื่องจากเป็นการศึกษาผลของรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวมร่วมกับการออกกำลังกาย ซึ่งยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประโยชน์เฉพาะของไข่ผำต่อการทำงานของสมอง

ไข่ผำกับการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจของไข่ผำ คือการเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือใส่ใจระดับน้ำตาลในเลือด

โดยทั่วไป อาหารที่มีโปรตีนและใยอาหารเป็นส่วนประกอบสามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่ม และอาจช่วยให้ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ดีขึ้น แต่การลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพยังจำเป็นต้องอาศัยการควบคุมพลังงานรวมจากอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกายและการปรับพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม

สำหรับไข่ผำ มีงานวิจัยที่ศึกษาการนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อใช้ทดแทนอาหารบางมื้อ โดยเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์นมที่มีพลังงานและสารอาหารหลักใกล้เคียงกัน

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มจากไข่ผำสายพันธุ์ Mankai มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นน้อยกว่า และระดับน้ำตาลกลับเข้าสู่ค่าพื้นฐานได้เร็วกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อีกทั้งยังมีคะแนนความรู้สึกอิ่มสูงกว่าเล็กน้อย

นอกจากนี้ งานวิจัยในปี 2567 ที่ศึกษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 45 คน พบว่า การบริโภคเครื่องดื่มจากไข่ผำ Mankai หลังอาหารเย็นมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสูงสุดหลังมื้ออาหารได้เมื่อเทียบกับการดื่มน้ำเปล่า โดยผลตอบสนองแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ผลการศึกษาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไข่ผำในการพัฒนาเป็นส่วนประกอบของอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพด้านเมตาบอลิซึม หรือกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการรับประทานไข่ผำจะช่วยลดน้ำหนักหรือรักษาโรคเบาหวานได้โดยตรง และไม่ควรใช้ไข่ผำทดแทนยาหรือการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์

จากพืชน้ำพื้นบ้าน สู่การแปรรูปอาหารโปรตีนสูง

เมื่อกระแสการบริโภคอาหารจากพืช หรือ Plant-based Food ได้รับความนิยมมากขึ้น ไข่ผำจึงเริ่มถูกมองในฐานะวัตถุดิบอาหารทางเลือกที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต

ปัจจุบัน ไข่ผำสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตลอดจนอาหารแปรรูปที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ

หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ การแปรรูปไข่ผำเป็นผง เนื่องจากไข่ผำสดมีความชื้นสูงและต้องให้ความสำคัญกับการเก็บรักษา การลดความชื้นจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บ ขนส่ง และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหาร

ไข่ผำผงสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มผง ขนมปัง เส้นพาสต้า เบเกอรี่ หรือผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการอาหารให้ความสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแปรรูปไข่ผำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจำเป็นต้องคำนึงถึงกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ทั้งการควบคุมความสะอาด การลดความชื้น การรักษาคุณค่าทางโภชนาการ และการตรวจสอบความปลอดภัยของวัตถุดิบ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้พื้นที่จำกัด อีกหนึ่งโอกาสของเกษตรกร

ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ ไข่ผำยังมีจุดเด่นด้านการเพาะเลี้ยง เนื่องจากเป็นพืชน้ำที่มีวงจรการเจริญเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไข่ผำบางสายพันธุ์สามารถเพิ่มปริมาณชีวมวลเป็นสองเท่าได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ดินในการเพาะปลูกเหมือนพืชไร่ทั่วไป ทำให้สามารถพัฒนาเป็นระบบการผลิตในบ่อหรือภาชนะเพาะเลี้ยงที่มีการควบคุมคุณภาพน้ำ แสง และธาตุอาหารได้

จุดเด่นดังกล่าวทำให้ไข่ผำมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นวัตถุดิบอาหารทางเลือก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านที่ดิน หรือผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตวัตถุดิบอาหารจากพืชในระบบควบคุม

อย่างไรก็ตาม แม้ไข่ผำจะเป็นพืชที่เติบโตได้รวดเร็ว แต่การเพาะเลี้ยงเพื่อบริโภคจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ เนื่องจากไข่ผำสามารถสัมผัสและสะสมสารบางชนิดจากสภาพแวดล้อมที่เพาะเลี้ยงได้ จึงควรใช้น้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการผลิตอาหาร ไม่ควรใช้น้ำเสียหรือน้ำจากแหล่งที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนโดยไม่มีการตรวจสอบตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ การผลิตไข่ผำในเชิงพาณิชย์ยังต้องคำนึงถึงการควบคุมคุณภาพผลผลิต การเก็บเกี่ยว การทำความสะอาด ตลอดจนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้สามารถส่งต่อเป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างต่อเนื่อง

“ไข่ผำ” พืชอาหารแห่งอนาคต สร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งใกล้ตัว

จากพืชน้ำพื้นบ้านที่เคยเป็นเพียงวัตถุดิบอาหารในท้องถิ่น วันนี้ไข่ผำกำลังได้รับการยกระดับเป็นวัตถุดิบอาหารที่น่าจับตามอง ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ การพัฒนาอาหารโปรตีนจากพืช และแนวโน้มการผลิตอาหารที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ประโยชน์ด้านสุขภาพบางประการยังต้องอาศัยงานวิจัยเพิ่มเติม แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าไข่ผำมีศักยภาพมากกว่าการเป็นผักพื้นบ้านทั่วไป โดยเฉพาะการนำไปพัฒนาเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเพิ่มโปรตีนจากพืชและดูแลสุขภาพ

สำหรับภาคการเกษตร ไข่ผำจึงไม่ใช่เพียงพืชที่สามารถนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นอาหารสดเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่วัตถุดิบแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่มได้อีกหลากหลายรูปแบบ

หากมีการพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ไข่ผำอาจกลายเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้แก่เกษตรกรไทย และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยได้ในอนาคต

แหล่งอ้างอิงงานวิจัย
  1. งานวิจัยด้านสุขภาพสมอง (2565) ศึกษารูปแบบอาหารเมดิเตอร์เรเนียนสีเขียวกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสมองตามวัย The American Journal of Clinical Nutrition PubMed
  2. งานวิจัยด้านโปรตีน (2561) ศึกษาคุณภาพโปรตีนและการดูดซึมกรดอะมิโนจากไข่ผำ Mankai Protein bioavailability of Wolffia globosa duckweed PubMed
  3. งานวิจัยด้านระดับน้ำตาลในเลือด (2562) เปรียบเทียบเครื่องดื่มจากไข่ผำกับเครื่องดื่มโยเกิร์ต Diabetes Care PubMed
  4. งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (2567) ศึกษาผลของไข่ผำต่อระดับน้ำตาลหลังอาหาร Diabetes, Obesity and Metabolism PubMed

Related Posts