แปรรูปสินค้าเกษตร
มะปี๊ด หรือ ส้มจี๊ด พืชครัวประจำท้องถิ่นของจันทบุรี มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และมีความเปรี้ยวไม่แพ้มะนาว ชาวจันท์จึงมักนำ “มะปี๊ด” มาใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารแทนการใช้มะนาว เนื่องจากหาทานได้ง่าย หลายบ้านปลูกเป็นพืชข้างครัว ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้คนเมืองจันท์ไม่น้อย คุณวรพชร วงษ์เจริญ หรือ คุณนุ่ม อยู่ที่บ้านโป่งแรด ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ลูกหลานเกษตรกร ผู้ปั้นแบรนด์ แรบบิท จันท์ (Rabbit Chan) ดัน “มะปี๊ด” พืชประจำถิ่นของคนเมืองจันท์ สู่พืชเศรษฐกิจรองจากมังคุดและทุเรียน โดยปีที่ผ่านมาสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะปี๊ด กว่า 4 ล้านบาท ซึ่งภายในปี 66 นี้ ตั้งเป้าทำรายได้ต้องไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท เตรียมเดินหน้าส่งออกตลาดต่างประเทศ คุณนุ่ม เล่าประวัติของมะปี๊ดให้ฟังว่า มะปี๊ด ถือเป็นพืชคู่ครัวเมืองจันท์มาไม่ต่ำกว่า 150 ปี มีปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ โดยส่วนใหญ่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจะปลูกมังคุดและทุเรียนเป็นพืชหลัก ส่วนมะปี๊ดมีปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปลูกเอาไว้เป็นพืชข้างครัวสำหรับนำมาทำกับข้าว แทนการใช้ม
ภาคใต้เป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าเกษตรหลายชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะมังคุด เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการส่งออกและสร้างรายได้ให้ประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ผลผลิตมังคุดของภาคใต้ในฤดูจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม คิดเป็นร้อยละ 79 และมังคุดนอกฤดูอีกร้อยละ 21 ทั้งนี้ มังคุดของภาคใต้ พบปลูกมากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ให้ผล 93,567 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 42 ของเนื้อที่ให้ผลมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด สร้างมูลค่าให้จังหวัดปีละ 1,217 ล้านบาท สถานการณ์การผลิตและตลาดมังคุดของภาคใต้ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายผลผลิตมังคุดในรูปแบบผลสดแบบคัดเกรด คละขนาด และตกเกรด ซึ่งผลผลิตแบบตกเกรดมาจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ ผลผลิตเน่าเสียง่าย สุกเร็ว สภาพอากาศที่แปรปรวน ผลผลิตเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยวและขนส่ง ส่งผลให้เกิดของเหลือทิ้งที่เป็นวัสดุเกษตร (Agricultural Waste) จำนวนมากตามไปด้วย ซึ่งผลมังคุดประกอบด้วยเปลือกแข็งประมาณร้อยละ 17 เปลือกอ่อนร้อยละ 48 เนื้อมังคุดร้อยละ 30 ขั้วร้อยละ 4 และส่วนที่เกิดการสูญเสียร้อยละ 1 ในแต่ละปีคาดว่ามีวัสดุเหลือทิ้งจากมังคุด ร้อยละ 65 ของ
ปัจจุบันการเลือกซื้อผักของผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เรื่อง “สด” หรือ “ราคา” เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา กระบวนการปลูก และความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะผักออร์แกนิคที่หลายคนเลือกนำมาปรุงอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว แต่สำหรับคนเมืองที่ไม่ได้มีเวลาเดินตลาด หรืออยากรู้ว่าผักที่ซื้อมีที่มาจากไหน ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาช่วยเชื่อมต่อระหว่าง “ฟาร์ม” กับ “ผู้บริโภค” โดยตรง ทำให้สามารถเลือกซื้อผักจากเกษตรกรและฟาร์มต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพียงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็รอรับผักสดถึงบ้าน วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จัก 3 แพลตฟอร์มที่น่าสนใจ สำหรับคนที่กำลังมองหาผักออร์แกนิคและผักปลอดภัยจากแหล่งผลิต จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย 1. Happy Grocers Happy Grocers เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับเกษตรกรและผู้ผลิตอาหาร โดยรวบรวมผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากฟาร์มหลายแห่งมาไว้ในช่องทางเดียว จุดเด่นคือผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย โดยแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาและมาตรฐานของผู้ผลิต ทำให้ผู้ซื้อมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าการซื้อผักทั่วไป ร
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตากเริ่มปลูกโกโก้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอำเภอพบพระมีพื้นที่ปลูกโกโก้มากที่สุดโดยนิยมปลูกแซมกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากโกโก้ในรูปแบบต่างๆ เช่น นำใบมาทำจานลดภาวะโลกร้อน เมล็ดนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนฝักนำมาย้อมผ้า หรือแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือหมักทำปุ๋ย แต่เปลือกโก้โก้ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่เปลือกโกโก้มีสารอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ราย มีพื้นที่ปลูกโกโก้กว่า 500 ไร่ มีผลผลิต 7,000-8,000 กิโลกรัมต่อเดือน โดยส่งเสริมการปลูกให้สมาชิกปลูกโกโก้สายพันธุ์ IM.1 (ไอเอ็ม.1) ซึ่งเป็นผลงานพัฒนาคัดเลือกพันธุ์โดย รศ.ดร.สัณห์ ละอองศรี จุดเด่นของโกโก้สายพันธุ์คือ ปลูกง่าย ทนแล้ง ทนแมลง เมล็ดโกโก้มีขนาดใหญ่ มีกลิ่นหอม ความเปรี้ยวต่ำ และให้ผลผลิตสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนออร์แกนิก ได้รับซื้อผลโกโก้จากสมาชิกเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้หลากหลายรูปแบบ เช่น ผงโกโก้ โกโก้ นิสบ์ โกโก้แห้ง
เทคนิคเกษตร
เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เหลืองหรือสีส้มขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เดิมเสาวรสมีรสชาติเปรี้ยวนำ นิยมนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ไต้หวันนำเสาวรสสีเหลืองมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งมีรสหวานนำเหมาะสำหรับทานผลสด เกษตรกรนำเข้าพันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งจากไต้หวัน เข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน เสาวรสเหลืองน้ำผึ้ง ปลูกง่าย ให้ผลดก ขนาดผล 90-120 กรัม เปลือกไม่หนา เนื้อแน่น เมล็ดกรอบ รสหวานฉ่ำ 17–22 องศาบริกส์ กลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง ตลาดให้การตอบรับดีมากเพราะผลไม้เล็กๆ แต่คุณค่าไม่เล็ก มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา มีใยอาหารมาก ป้องกันท้องผูกและช่วยล้างสารพิษ มีวิตามินสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้นอนหลับสบาย ไร่เสาวรสเขาแผงม้า หากใครสนใจไม้ผลชนิดนี้ สามารถแวะไปเยี่ยมชมของจริง ได้ที่ไร่เสาวรสเขาแผงม้า มีป้ายสัญลักษณ์ ‘น้องกระทิงน้อย’ ติดอยู่ด้านหน้า ไร่แห่งนี้เดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับจุดชมวิวกระท
โนนเขวาโมเดล ผลิตผักปลอดภัยส่งเทสโก้ โลตัส มีรายได้ทุกวันได้อย่างไร นี้คือต้นแบบ บ้านโนนเขวา ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จุดเริ่มต้นคือ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กหนองโง้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2538 เป็นพื้นที่ชีหลง ช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วม แต่ในฤดูแล้งไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ พระองค์จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการทำแก้มลิงและระบบการส่งน้ำ ประตูระบายน้ำเพื่อการจัดการน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและอุปโภคบริโภคของประชาชน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการร่วมกัน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ได้จัดทำข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์พื้นที่รายครัวเรือน คัดเลือกพื้นที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กหนองโง้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผักและข้าวที่สำคัญมาดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2559 ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม แล
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการสรรหาและยกย่อง “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีภูมิปัญญาด้านการเกษตร มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรไทย โดยปีนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้คัดเลือก “นางราตรี บัวพนัส” หมอดินอาสาตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ รับรางวัล “ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง” เพราะมีผลงานเด่น เป็นผู้นำชุมชนขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืนและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ นางราตรีเคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568 ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า “หมอดินราตรี” เริ่มต้นทำเกษตรโดยพึ่งพาสารเคมี แต่ต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านสุขภาพ ศัตรูพืช น้ำท่วม ภัยแล้ง และต้นทุนการผลิตที่สูง จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสู่การทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยน้อมนำหลัก “พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการบริหารจัดการดิน น้ำ และพื้นที่อย่างเป็
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเนื้อที่ปลูกมังคุดเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ เพราะมีภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับปลูกมังคุดเป็นอย่างดี เนื่องจากมีความชื้นสูง และมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ซึ่งอำเภอชะอวดเป็นต้นแบบการผลิตมังคุดในฤดูและนอกฤดู โดยเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ วางระบบการผลิต และการบริหารจัดการแปลงในแนวทางเดียวกัน เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สินค้าได้มาตรฐานการรับรอง GAP นำไปสู่การสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างยั่งยืน ในพื้นที่อำเภอชะอวด เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมังคุดในฤดูช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคม มังคุดนอกฤดูช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม และช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ซึ่งแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนมีการบริหารจัดการโดยการรวมกลุ่มขายมังคุดด้วยวิธีการประมูล ซึ่งราคาประมูลต้องมากกว่าราคาตลาดทั่วไป มังคุดในฤดูส่งจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะส่งไปยังประเทศจีนที่เป็นตลาดรับซื้อหลักโดยผ่านล้งเป็นผู้รวบรวมและคัดเกรดผลผลิต และมังคุดนอกฤดู ส่วนใหญ่จะส่งออกประเทศจีนเป็นหลัก 3 เทคโนโลยียกระดับสวนมังคุด รศ.ดร.กฤษณะเดช เจร
