แปรรูปสินค้าเกษตร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ผลไม้อบแห้ง” ไม่ได้เป็นเพียงของฝากหรือของกินเล่นอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีบทบาทสำคัญในตลาดสุขภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่พกพาง่าย เก็บได้นาน และยังคงคุณค่าทางโภชนาการ สำหรับเกษตรกร ผลไม้อบแห้งถือเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญในการ ลดความเสี่ยงจากผลผลิตล้นตลาด ยืดอายุผลผลิต และเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้เกรดรอง หากเข้าใจตลาดและวางแผนการผลิตอย่างถูกต้อง ก็สามารถต่อยอดเป็นรายได้ที่มั่นคงได้จริง 1. กล้วยอบแห้ง ตลาดกว้าง ต้นทุนต่ำ ทำง่าย ขายได้ทั้งปี กล้วยเป็นผลไม้ที่ปลูกง่าย มีอยู่แทบทุกภูมิภาค และเป็นหนึ่งในผลไม้อบแห้งที่ตลาดต้องการสูงที่สุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม จุดเด่นด้านโภชนาการ แนวทางแปรรูปให้ขายได้ โอกาสทางตลาด 2. มะม่วงอบแห้ง สินค้าขายดีตลาดท่องเที่ยว และตลาดส่งออก มะม่วงอบแห้งเป็นผลไม้อบแห้งที่ผู้บริโภครู้จักดี โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว และตลาดต่างประเทศที่นิยมรสเปรี้ยวอมหวาน จุดเด่นด้านโภชนาการ แนวทางแปรรูปให้ตรงใจตลาด โอกาสทางตลาด 3. สับปะรดอบแห้ง ผลไม้แปรรูปท
ฝนมาแล้ว ดูแลสุขภาพให้ร่างกายอบอุ่น อย่าลืมกินผักใบเขียวทุกๆวันอย่างน้อยวันละ400กรัม เพื่อสร้างภูมิต้านทานได้แบบง่ายๆเลย หากไม่ใครมีเวลา แนะนำสินค้าทางเลือก ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผักชนิดผงกึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ “ เนเชอรัล กรีน ”น่าจะเป็นเจ้าเดียวและเจ้าแรกของไทย ที่ใช้ผักจริง ผลไม้จริง หลายชนิดรวมกัน ออกมาแสนอร่อย.ทานแล้วสดชื่นตั้งแต่แก้วแรก จุดเริ่มต้น คุณวาสนา เดชศักดิ์กุลนันท์ เจ้าของบริษัทไทยวาสนาดี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จ.ระยอง เล่าถึงที่มาของสินค้าว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพเป็นพยาบาล ช่วงนั้นลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม. 3 แม่อยากให้ลูกผอม จึงซื้อยาลดความอ้วนจากสารสกัดถั่วขาว ที่วางขายในร้านขายยาชื่อดัง มาให้ลูกชายกินเพียงเม็ดเดียว หวิดเอาชีวิตไม่รอด ลูกชายป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เพราะยาดังกล่าวมีสารที่บล๊อกเอนไซม์อะไมเลสไม่ให้ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล ทำให้ลูกชายแพ้อาหารทุกชนิด แพ้ถั่ว แพ้แป้งทุกชนิด และแพ้อาหารทะเล แพ้เคมี แพ้เครื่องปรุงทุกชนิด รักษาอาการป่วยด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน จ่ายค่ายาสัปดาห์ละ 2 พันบาท เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็มแต่อาการป่วยไม่ดี
รายงานข่าว โดย คุณกาญจนา จินตกานนท์/ตราด “ขนมจีน” อาหารแสนธรรมดานิยมบริโภคกันทั่วประเทศ ใครจะนึกว่าจะต้องมีแบรนด์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและทำให้สร้างตลาดได้กว้างขึ้น ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด คุณศักดินัย นุ่มหนู อดีต ส.ส. จังหวัดตราด 2 สมัย ผู้พัฒนาธุรกิจขนมจีนมาเกือบ 30 ปี ก่อนจะเข้ามาสู่นักการเมือง เชื่อว่าขนมจีนเป็นอาหารของชุมชน อาหารวัฒนธรรม ตลาดผู้บริโภคยังคงเปิดกว้าง และต้องการบริโภคของที่มีความสะอาด ปลอดภัยนอกเหนือจากความอร่อย จากธุรกิจการจำหน่ายแป้งหมักขนมจีนจากโรงงานแป้งที่มีคุณภาพ บริษัท พ.ศ.ช. ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พัฒนามาสู่โรงงานขนมจีนเล็กๆ และสร้างแบรนด์ ”ขนมจีนนุ่มหนู” แบรนด์ขนมจีนท้องถิ่นของจังหวัดตราดเป็นที่รู้จักและเติบโตขึ้น เชื่อมโยงสู่ธุรกิจโรงงานผลิตเส้นขนมจีน พัฒนาสู่โรงงานที่ใช้เครื่องจักรทันสมัย ”โรงขนมจีนนุ่มหนู” ที่ได้มาตรฐานสากล มาใช้ในการผลิตเส้นขนมจีนเป็นแห่งแรกในจังหวัดตราด เพื่อยกระดับขนมจีนสินค้าพรีเมียม “สะอาด และปลอดภัย” ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งในจังหวัดตราดและใกล้เคียงในภาคตะวันออก ประสบการณ์+โอกาส…จากธุรกิจขายส่งแป้ง สู่โรงงานผลิตเส้นขนมจีน “แบรนด์
คุณอร่าม ทรงสวยรูป อดีตช่างภาพมืออาชีพ ผันตัวเองมาเป็นชาวนาอินทรีย์ ในชื่อ “ออฟฟิศชาวนา” ในอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจและถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมาตลอด จากวันที่ลาออกจากงานประจำ สู่อาชีพเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย ล้มลุกคลุกคลานลองผิดลองถูกมาตลอด ในวันนี้ คุณอร่าม คือตัวอย่าง “เกษตรกรวัยเก๋า” ไม่ใช่แค่ปลูกพืชเป็น แต่ทำเกษตรอย่างมีความสุข สุขภาพไม่พัง และสร้างเงินได้ เพราะเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับวัย คือ “ผักเคล” ที่ปลูกง่าย ให้ผลเร็ว วางแผนจัดการฟาร์มที่เบาแรงแต่ได้ผลผลิตคุ้มค่าและตอบโจทย์ตลาด ทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ถอดบทเรียนทำเกษตรหลังเกษียณ คุณอร่าม ทรงสวยรูป เกิดในครอบครัวชาวนาจังหวัดสุรินทร์ หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนตลอดระยะเวลา 20 ปี คุณอร่ามอยากลาออกมาทำเกษตร แต่ พ่อแม่ไม่อยากให้เป็นชาวนาทำเกษตรมันเหนื่อย หลังคุณอร่ามทำงานส่งลูกเรียนจบและมีงานทำ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำเกษตรที่โคราช ปิดพ่อแม่ไม่ให้รู้กลัวแกช้ำใจ เวลากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ที่จังหวัดสุรินทร์ก็บอกว่า ผมกลับออฟฟิศนะ แต่ความจริงมันคือ ออฟฟิศชาวนา ปัจจุบันคุณอร่ามเป็นประธ
เทคนิคเกษตร
“ไส้เดือน” เปรียบเสมือนเพื่อนในไร่ ที่ทำหน้าที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ต่อระบบนิเวศ สร้างอินทรียสาร และมีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น โดยการเคลื่อนที่ชอนไชในดินทำให้ดินร่วนซุย เกิดช่องว่าง และเพิ่มปริมาณออกซิเจน ทำให้การระบายน้ำและอากาศไปสู่ดินได้ดีขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวม ไส้เดือน 4 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในไทย ไปดูว่าแต่ละสายพันธุ์เหมาะสำหรับแบบไหน และข้อดีข้อเสียคืออะไรไปดูกันเลย✨ 🪱สายพันธุ์ แอฟริกัน ไนท์ ครอเลอร์ (African Night Crawler) หรือ AF ✨เป็นไส้เดือนขนาดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงปนเทา สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว มีความสามารถในการย่อยสลายขยะในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีจากธรรมชาติ ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดิน เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ เหมาะเป็นอาหารสัตว์และเป็นเหยื่อสำหรับตกปลา 👍🏻ข้อดี กินเก่ง โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง ขยายพันธุ์เร็ว ลูกดก ตัวโต เหมาะในการนำไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารโปรตีน เช่น อาหารกบ หรือนก 👎🏻ข้อเสีย หากผู้เลี้ยงฝึกให้กินแต่โปรตีน หรืออาหารดีๆ ไส้เดือนพันธุ์นี้มักไม่กินขยะ ตัวมัก
สาหร่ายพวงองุ่นผักมหัศจรรย์ที่มีพลังช่วยฟื้นฟูร่างกาย กินง่าย ให้สัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวเล่นสนุกทุกคำมีวิตามินกระจายจัดเต็ม “สาหร่ายพวงองุ่น” มีถิ่นกำเนิดจากชายฝั่งทะเลในแถบอินโด-แปซิฟิก เป็นหนึ่งในสาหร่ายที่ทานได้ และได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งเลยสาหร่ายพวงองุ่นเขามีคุณค่าทางอาหารสูง! ซึ่งสาหร่ายพวงองุ่นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติส่วนใหญ่มักจะพบตามบริเวณโขดหิน และพื้นทรายใต้ทะเล แน่นอนว่าในปัจจุบันหลังจากสาหร่ายพวงองุ่นกลายเป็นที่นิยม บวกกับมีผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นพืชเศรษฐกิจมีการเพาะเลี้ยงและมีการวิจัยต่างๆ เพื่อขายในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ สำหรับวงการเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ สาหร่ายพวงองุ่นถูกเพาะขายครั้งแรกในประเทศฟิลิปปินส์ ตามมาด้วยประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ถูกจัดอันดับเป็นต้นๆ ที่มีผู้บริโภคนิยมทานสาหร่ายพวงองุ่น เห็นชัดได้จากปัจจุบันการเพาะเลี้ยงเริ่มกระจายไปยังประเทศอื่นๆ อีกเช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเวียดนาม ประเทศไต้หวัน ประเทศจีน และประเทศไทย ที่มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ซึ่งนิยมบริโภคกันมากในภาคใต้และภาคตะวันออก คนในพื้นที่บาง
ท่ามกลางสวนมะพร้าวเขียวชอุ่มของจังหวัดราชบุรี หากใครได้แวะมาเยือน “Gardener House” อาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวนเกษตรเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเจ้าของสวน มากกว่าจะเป็นเพียงแหล่งผลิตผลไม้ธรรมดา ที่นี่คือสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ของ คุณโจ–ธราพงษ์ วงศ์วัฒนากิจ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของสวนเกษตรที่ออกแบบทุกอย่างด้วยแนวคิด “ปลอดภัยกับคนกิน ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และแทบไม่เหลือขยะ” ที่เปิดให้ผู้คนได้มาสัมผัสทั้งวิถีเกษตรและบรรยากาศการพักผ่อนแบบสบายใจ เรื่องราวของสวนแห่งนี้ เริ่มต้นจากการตัดสินใจเล็กๆ ของคนทำงานเมืองที่อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น คุณโจ เล่าว่า หลังแต่งงานและใช้ชีวิตทำงานมาระยะหนึ่ง งานที่ทำอยู่กลับยิ่งพาห่างจากบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มมองหาอาชีพสักอย่างที่สามารถทำงานอยู่บ้านได้ และยังดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กัน ใช้เวลาคิดอยู่ราว 2 ปี สุดท้ายจึงเลือกเส้นทาง “เกษตรกร” แม้จะเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และไม่มีพื้นฐานด้านเกษตรเลยก็ตาม “ถ้าจะเลือกอาชีพที่ทำที่บ้าน อยู่ต่างจังหวัด และดูแลครอบครัวได้ เกษตรกรคือหนึ่งในตัวเลือกที่ชัดที่สุด”
กรมวิชาการเกษตร โดย ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรทำหน้าที่วิจัยและพัฒนามะพร้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ผ่านการจัดการอบรม สัมมนา ดูงาน และจัดเสวนาเป็นระยะ ๆ และทำหน้าที่ผลิตต้นกล้ามะพร้าวพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูง และตกผลเร็ว ส่งเสริมให้เกษตรกร และผู้ประกอบการปลูกมะพร้าวพันธุ์ดีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมชุมพร 2 มียอดสั่งจองมากที่สุด มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมชุมพร 2 (มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x พันธุ์ไทยต้นสูง) เป็นพันธุ์มะพร้าวที่เกษตรกรให้ความสนใจและมียอดสั่งจองมากที่สุด เนื่องจากมีลักษณะเด่นคือ มีอายุตกผลเร็ว ผลผลิตสูง ผลขนาดกลางถึงใหญ่ เปอร์เซ็นต์น้ำมันค่อนข้างสูงประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับพันธุ์สวีลูกผสม 1 ที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ามะพร้าวใหญ่ที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันการผลิตต้นกล้ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากการอนุบาลต้นกล้าต้องใช้เวลานานถึง 5 เดือน หากสามารถลดระยะเวลาการอนุบาลต้นกล้าให้สั้นลงได้ จะสามารถผลิตต้นกล้าให้เกษตรกรได้เร็วขึ้
