สูตรลับจากฟาร์ม แปรรูปสินค้าเกษตร

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส แจกสูตรน้ำปลาหวานจากพืช เมนู Vegan Food

    

“ถั่วหรั่ง” นับเป็นพืชอัตลักษณ์แห่งคาบสมุทรมลายู ถั่วหรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต 55-72% ไขมันและน้ำมัน 6-7% มีเมทไธโอนีน กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงกว่าถั่วชนิดอื่น และไม่ใช่พืชตัดต่อพันธุกรรม

“…ให้ทำการแปรรูป ผลผลิตที่ได้จากถั่วหรั่ง ถั่วลิสงทำอะไรได้ ถั่วหรั่งก็น่าจะทำได้เช่นกัน…” จากพระราชดำรัส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันอังคารที่ 19 กันยายน 2560

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชครินทร์ จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยถั่วหรั่งซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์แห่งคาบสมุทรมลายู สู่ความยั่งยืนอย่างครบวงจร ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากสนับสนุนการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกถั่วหรั่งในพื้นที่ Social Enterprise วิจัยและพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ถั่วหรั่งในรูปแบบ “น้ำนมจากพืช” พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากกากถั่วหรั่ง เป็นเครื่องปรุงรสจากพืช และผลพลอยได้จากเปลือกถั่วหรั่งเป็นวัสดุปรับปรุงดิน เป็นต้น

น้ำปลาหวานจากซอสถั่วหรั่ง


ล่าสุด ทีมนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์น้ำปลาหวานจากพืช คือ ซอสถั่วหรั่ง ที่ให้ความหวานกลมกล่อม ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ อุดมด้วยโปรตีนจากพืช ตอบโจทย์ผู้ที่ทานวีแกน และผู้ที่แพ้อาหารทะเล

ผลงานนวัตกรรมดังกล่าวได้รวบรวมมนต์เสน่ห์พืชอัตลักษณ์แห่งคาบสมุทรมลายูไว้ในเมนูนี้ถึง 4 ชนิด นอกจากถั่วหรั่งแล้ว ยังมีเห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก สาหร่ายผมนาง และตาลโตนด ซึ่งแต่ละอย่างมีเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัว มีคุณค่าทางอาหารสูง ดีต่อสุขภาพ

“เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก” ซึ่งเป็นพระเอกในวงการอาหาร Plant-based ด้วยมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัมผัสที่เด้งสู้ฟัน โปรตีนสูงถึง 17% มีสารเบต้ากลูแคนที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

สาหร่ายผมนาง อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินบี วิตามินซี ไนอะซิน เบตาแคโรทีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เหล็ก สังกะสี เป็นต้น

ส่วน น้ำตาลโตนด เป็นเครื่องปรุงสำคัญในการประกอบอาหารในระดับครัวเรือน ให้รสชาติหวานและกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลขนิดอื่น อุดมไปด้วยสารอาหาร ประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 และวิตามินซี จากการวิจัยพบว่า มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI) ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

น้ำปลาหวานจากพืช ปรุงจนได้กลิ่นรสของอาหารทะเล จากเห็ดแครงที่มีกลิ่นคาวระดับอ่อน ไม่มีกลิ่นแรงแบบกลิ่นคาวปลา มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ไร้สารก่อแพ้ จากสารฮีสตามินในอาหารทะเล ด้วยความโดดเด่นของนวัตกรรมอาหารดังกล่าว จึงได้รับรางวัลชนะเลิศด้านอาหาร จากเวทีการประกวด “I – New Gen Award 2026” ระดับอาชีวศึกษา ภายในงานวันนักประดิษฐ์ 2569 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  

แจกสูตร น้ำปลาหวานจากพืช

หากใครสนใจเมนูสูตรนี้ ทำตามได้ไม่ยาก เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ ซอสถั่วหรั่ง 1/3 ถ้วย เห็ดผงอบแห้ง 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลโตนด 300 กรัม พริกขี้หนูสวนซอย 1 ช้อนโต๊ะ พริกเขียวจินดาซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1/3 ถ้วย

วิธีทำ

1. ผสมซอสถั่วหรั่ง น้ำตาลโตนด ลงในหม้อคนให้เข้ากัน เปิดไฟกลาง เมื่อเดือดเบาไฟอ่อน เคี่ยว 20-30 นาที หรือจนเกิดสีดำแวววาว ยิ่งเคี่ยวนาน น้ำปลาหวานจากพืชจะยิ่งเหนียว

2. ใส่เห็ดผงอบแห้ง หอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย พริกเขียวจินดาซอย พักให้หายร้อน พร้อมบรรจุ หรือเสิร์ฟกับผลไม้ตามชอบ…ทำกินเป็นอาหารว่างคู่ครัวได้ง่ายๆ แถมมีรสชาติอร่อย หากทำขายเป็นอาชีพ มีโอกาสทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำเช่นกัน    

Related Posts