เทคนิคเกษตร
หากใครมีโอกาสเข้าร่วมชมประเพณีชาวมอญ มักเห็นการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญที่นิยมห่มสไบ ทั้งชายและหญิง หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมสไบมอญจึงนิยมปักลวดลายทั้งผืนในเมื่อใช้งานเพียงด้านเดียว เหตุผลสำคัญที่ต้องปักลวดลายทั้งผืนนั้น เนื่องจากผ้าสไบต้องใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน แม่ฝ่ายหญิงจะคลี่ผ้าสไบห่มไหล่ในขั้นตอนรับขันหมาก จึงเป็นเหตุผลของการปักสไบลวดลายทั้งผืน เพราะเมื่อคลี่ออกจะเห็นลวดลายที่สวยงามนั่นเอง ชาวมอญยกย่อง “สไบ” เป็นของสูง นิยมใช้สไบในงานพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ และใช้สไบแสดงอัตลักษณ์ร่วมของชาวมอญทั้งชายและหญิง เมื่อเห็นคนมอญพาดสไบรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากชุมชนไหนๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนมอญเหมือนกัน นับเป็นพี่น้องกัน ผู้หญิงมอญจะขาดสไบเสียมิได้ โดยมีคำนายโบราณ “แม่งเจน” ที่กล่าวถึงเหตุแห่งการถ่มสลายของชาติมอญ 1 ใน 10 ประการ นั่นคือ “หญิงมอญจะละทิ้งสไบ” สะท้อนความสำคัญสไบต่อการมีอยู่ของชาติมอญมาแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน หากใครไปวัดแล้วไม่นำสไบติดตัวไป จะรู้สึกอับอาย รูปแบบการคล้องผ้า สไบมอญ สาวมอญนิยมคล้องสไบ 2 รูปแบบ คือ 1. นำคล้องสไบให้ชายของผ้าทั้งสองห้อยมาด้านหน้า ในเทศ
ผลไม้ไทยๆ ได้รับการยอมรับจากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ในเรื่องของรสชาติและสรรพคุณ ปัจจุบัน ผลไม้ไทยจึงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีการส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ผลเสียของการขยายตลาดผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศก็คือ คนไทยได้กินผลไม้ในคุณภาพที่ด้อยลง ทั้งความสวย สด สมบูรณ์ของผลไม้ เพราะของดีถูกตีตราส่งออกหมด ยิ่งผลไม้นอกฤดูกาลก็ยิ่งหายาก แถมมีราคาแพงอีกด้วย เช่น ทุเรียน มังคุด นั้น แพงกว่าผลไม้จากต่างประเทศที่มีการส่งเข้ามาในประเทศซะอีก ผลไม้ไทยนอกจากจะถูกส่งไปต่างประเทศแล้ว ผลไม้ไทยบางชนิดยังถูกส่งเข้าโรงงานแปรรูปอาหารอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปเป็นน้ำผลไม้อีกด้วย ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า ตลาดน้ำผลไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว มีทั้งน้ำผลไม้ในรูปขวด กระป๋อง กล่องดีบุก รูปลักษณ์ของแพ็กเกจก็น่าสนใจ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะแข่งขันกันเรื่องรสชาติและความเข้มข้นของน้ำผลไม้ เพราะส่วนมากน้ำผลไม้เหล่านั้นมักจะผสมน้ำตาลหรือกรดบางอย่าง เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ บางยี่ห้อก็ระบุว่าเป็นน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ 40 เปอร์เซ็
เชื่อว่าหลายคนหากได้ยินชื่อของสมุนไพรชนิดนี้แล้ว คงชะงัก ตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะ คำว่า “ป่าเฮ่ว” ในภาษาเหนือ หมายถึง “ป่าช้า” คนภาคกลาง จึงเรียกว่า “ป่าช้าหมอง” หรือบางคนอาจรู้จักในชื่อ“ขันทองพยาบาท” ส่วนคนจีนเรียกว่า “หนานเฉาเหว่ย” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าSuregada multiflorum (A.Juss.) Baill. อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae “ป่าช้าหมอง” ชื่อนี้มีที่มา ว่ากันว่าป่าช้าหมองเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ภูมิปัญญามาช้านาน ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จนไม่มีใครต้องเสียชีวิต ทำให้ป่าช้าต้องหงอยเหงานั่นเอง ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของป่าช้าหมอง เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 3-7 เมตร ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม เกลี้ยงและเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ สีเขียวอ่อนหรือเหลืองมีกลิ่นหอม ผลทรงกลม ใน 1 ผล แบ่งออกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 1 เมล็ด เมื่อแก่ผลจะแตกตามรอยประสานระหว่างแต่ละพู ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีเหลือง ป่าช้าหมอง ขึ้นได้ทั่วไป เป็นสมุนไพรในกลุ่ม ดีปลากั้ง ดีปลาช่อน แต่มีสารออกฤทธิ์ทางยาสูงกว่า ในตำรายาล้านนา ใช้สำหรับช่วยรักษาโรคเรื้อรังหายยาก ส่วนข้อมูลทางโภชนาการ ช่วยบรรเ
ถ้าจะพูดถึงการนำสมุนไพรมารักษาเบาหวาน ก็ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “สมุนไพร” และ “แนวคิดของแพทย์แผนไทย” ในการรักษาโรคเบาหวาน หากจะอธิบายกลไกการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยแนวคิดแพทย์แผนไทย อาจทำให้เราเข้าใจหลักการรักษาโรคเบาหวานได้ง่ายขึ้น จุดเริ่มต้นคือการบริโภคอาหารที่ให้พลังงานเกินความต้องการของร่างกายทำให้ตับอ่อนต้องเร่งผลิตอินซูลินมากขึ้น เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับสู่ระดับปกติ แต่ถ้าให้ร่างกายทำงานหนักเป็นเวลานาน (กินอาหารหวานจะได้รับพลังงานจากการกินอาหารเกินความต้องการของร่างกาย) ตับอ่อนก็จะเสื่อมลง ไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดได้ เราก็จะมีอาการจากน้ำตาลในเลือดสูง (น้ำกำเริบ) มีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ร่างกายอาจขาดน้ำรุนแรงจนช็อคและหมดสติได้ ในขณะเดียวกัน น้ำตาลที่สูงอยู่ตลอดเวลาก็จะไปทำให้หลอดเลือดแดงทั่วร่างกายเสีย การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่ดี (ลมพัดทั่วร่างกายไม่สะดวก) เราก็จะเกิดโรคไต ตาบอด เส้นเลือดอุดตันเป็นอัมพาต เป็นโรคหัวใจ หรือถูกตัดขา เป็นต้น (ที่มา : รายงานการรวบรวมองค์ความรู้ แนวคิดทฤษฎี วิธีการวินิจฉัย และแนวทางการรักษาโรคเบาหวานตามศาส
เมื่อสมัยก่อน การใช้สมุนไพรเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตประจำวัน พืชสมุนไพรหลายชนิดที่หมอยาเก่าเขาใช้ประโยชน์ บำบัดรักษา บำรุงร่างกาย โดยนำมาปรุงแต่งแปลงเปลี่ยน ต้ม หมักแช่ เผา ผสมเครื่องยา และใช้เป็นพืชประกอบอาหาร และอีกหลายประโยชน์ จากป่าสู่ชุมชน เพื่อง่ายต่อการใช้ประโยชน์ สมุนไพรบางอย่างหายากมาก ต้องเดินป่าเป็นวันเป็นคืน ถึงจะหาพบเจอ แต่หมอยาชาวบ้านเขารู้จักและรู้แหล่งที่มี สมุนไพรหลายอย่างมีอยู่ใกล้ตัว เคยมีคนเก่าเล่าให้ฟังว่า พืชต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น เด็ดถอนมาเคี้ยวกินได้หมด เพียงแต่ยังไม่มีการตรวจสอบทางเคมี ว่ามีฤทธิ์ทางยาอย่างไรบ้าง อ้อยดำ เป็นอ้อยชนิดหนึ่ง เชื่อว่ามีกำเนิดในป่าของไทยเรานี่แหละ ก็เหมือนกับต้นอ้อ ต้นแขมที่มีอยู่แถวริมห้วยหนองในป่าในเขา ลำต้นเหมือนกับอ้อยทั่วไป แต่เล็กและแข็ง เอามากัดเคี้ยวกินลำบากมาก เปลือกแข็งและรสขม มีน้ำน้อย ไม่ค่อยหวาน จึงเป็นที่มาของการนำเอามาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลายอย่าง โดยเฉพาะโรคยอดนิยม “เบาหวาน” กล่าวถึงเรื่องอ้อย เรารู้จักกันมานาน มีปลูกกันอยู่ทั่วไป อ้อยเป็นพืชตระกูลหญ้า อ้อยแต่ละสายพันธุ์ ล้วนแต่มีลักษณ
ในช่วงภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ควรต้องระวังสุขภาพกันสักหน่อย เพราะทั้งหวัด ทั้งไข้ และไหนจะโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดอีก อุบัติเหตุจากยวดยานก็เยอะ ก็คงต้องระมัดระวังกันนะค่ะ ทำร่างกายให้อบอุ่นไว้ หากไม่สบายแล้วจะเสียทั้งเวลาและเสียงานหมด หากท่านรู้สึกอึดอัด คัดจมูก หรือเป็นหวัด ก็ลองใช้ยาแก้หวัดแบบโบราณดู อาจได้ผลดีก็ได้ แถมไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด บวบงู มีลักษณะกลม ยาว ปลายแหลมและบิด สีผลเขียวลายขาว มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียอาคเนย์และจีน นิยมปลูกทั่วไปโดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ วิธีไล่หวัดแบบโบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่ ท่านบอกว่า เอาหัวหอมหรือหอมแดง มาปอกสัก 4-5 หัว ทุบให้พอแตก แล้วเอาน้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นเอาหัวหอมใส่แล้วยกลง ให้เอาผ้าขาวม้าหรือผ้าขนหนูเช็ดตัวก็ได้ คลุมหัวแล้วก้มหน้าไปที่หัวหอมที่เราทำไว้ทันที ระวังอย่าเอาหน้าไปใกล้มาก เพราะไอน้ำที่ยังร้อนอยู่จะลวกหน้าเอา สูดเอากลิ่นหัวหอมเข้าช้าๆ ลึกๆ เรื่อยๆ จนหมดกลิ่น หรือจนน้ำนั้นเย็น จะทำให้ท่านโล่งจมูก อาหารโบราณอีกอย่างหนึ่งตอนหน้าฝนที่ทำง่ายๆ และอร่อยด้วย และรับรองว่าหาคนเคยกินยาก จะเป็นขนมหวานก็ไม่เชิง กินกับข้าวก็อร่อย กินเปล่าๆ ก็อร่อย
เรื่องประจำเดือนเป็นเรื่องที่กวนใจผู้หญิงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ประจำเดือนมาน้อย มามาก บางคนไม่มาเลยหรืออยู่ๆ ก็หายไป แต่บางก็คนอาจจะมาประจำในรูปแบบที่ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร เช่น สีคล้ำ เป็นลิ่มเป็นก้อน ซึ่งลักษณะเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงสุขภาพของผู้หญิง วันนี้จะเริ่มต้นที่ปัญหาประจำเดือนมาน้อยกันก่อนนะคะ สาเหตุในทางการแพทย์แผนไทย เกิดจากธาตุไฟและธาตุลมพิการในช่วงมีประจำเดือน โดยต้นเหตุมาจากการกระทบกับความเย็น เช่น การเป็นหวัด การได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างแรง การรับประทานอาหาร พืชผักผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น รสเปรี้ยว รสฝาด รวมไปถึงการไม่ได้รับอาหารที่เพียงพอ และการขาดธาตุเหล็ก ในการสร้างเนื้อเยื่อผนังมดลูก อาการที่มักพบได้คือ มีอาการตัวบวม เย็นตามแขนขา รู้สึกหนาวข้างใน บางรายมีอาการปวดเมื่อย เซื่องซึมปวดหัว และภาวะท้องอืด หัวใจอาจจะเต้นช้า เล็บซีด ความดันต่ำ อ่อนเพลีย และมึนงง สิ่งที่ควรงดในกลุ่มคนที่มีอาการประจำเดือนมาน้อย ควรงดอาหารที่มีฤทธิ์เย็น รสฝาด หวาน และงดการดื่มเครื่องดื่มเย็น การอยู่ในที่อากาศเย็นหรือห้องแอร์เป็นเวลานาน การอาบน้ำเย็น โดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ สำหรับการปฏ
ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การซื้อขายออนไลน์ในสินค้าทุกอย่างกำลังมีการขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ เพราะระบบขนส่งที่มีการพัฒนาไปตามความต้องการของลูกค้า จึงทำให้สินค้าที่ขนส่งเวลานี้ใช้ระยะเวลาไม่นาน และสินค้าแทบไม่เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรที่มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากในเรื่องของความเสียหาย แต่กลับได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและมีความปลอดภัยส่งตรงถึงมือลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ซึ่งการทำตลาดออฟไลน์ในช่วงนี้ก็เป็นปัญหาอย่างมาก เพราะในหลายพื้นที่ยังไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออกมาขายยังจุดขายต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยหยุดและลดการกระจายตัวของเชื้อโควิด-19 จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีการปรับตัวมากขึ้น เน้นมาทำสินค้าเพื่อให้สามารถขายออนไลน์ ทำให้มีรายได้อย่างไม่สะดุด โดยพ่อค้าปลาทูสดอย่าง คุณสมทรง เฮงประถม อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีการปรับตัวในการทำปลาทูสดขายตลาดนัดต่างๆ มาปรับเปลี่ยนเป็นปลาทูสดเค็มที่สามารถทำการตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คุณสมทรง เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเป็นพ่อค้าปลาทูอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี 2527 ต่อมาได้ย้ายก
ปัจจุบัน ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ ใกล้ตัวมากมาย สมุนไพรไทยถือเป็นทางเลือกที่คนทั่วไปนิยมใช้ดูแลสุขภาพในเบื้องต้น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้จัดทำคู่มือ 10 พืชสมุนไพรประจำบ้าน เพื่อใช้ดูแลสุขภาพ ได้แก่ กะเพราแดง ขิง ตะไคร้ ช้าพลู บัวบก ฟ้าทะลายโจร มะกรูด มะระขี้นก ว่านหางจระเข้ และสะระแหน่ สมุนไพรดังกล่าวสามารถหาซื้อได้จากท้องตลาดทั่วไปและสามารถปลูกได้เองที่บ้าน สำหรับสมุนไพรทั้ง 10 ชนิด มีประโยชน์และสรรพคุณใกล้เคียงและแตกต่างกันออกไป ได้แก่ กะเพราแดง มีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอเหมาะสำหรับเด็ก ขิง มีรสเผ็ดร้อนหวาน สรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม แน่นจุกเสียด ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน จากอาการเมารถ เมาเรือ ตะไคร้ มีรสปร่า กลิ่นหอม มีสรรพคุณขับลมในลำไส้ เจริญอาหาร ขับปัสสาวะ ช้าพลู มีรสเผ็ดเล็กน้อย สรรพคุณ ช่วยเจริญอาหาร ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ บัวบก สรรพคุณตามตำรายาไทยใช้บัวบกแก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน ใช้เป็นยาภายนอกรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็ว เป็นยาบำรุงและยาอายุวัฒนะ ช่วยเสริมสร้างความจำ ข้อมูลจากการศึกษาวิ
“ชา” เป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งในอันดับต้นๆ ของจังหวัดเชียงราย สวนชาดอยตุง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผลิตชาได้อย่างมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในอันดับต้นๆ ของจังหวัดเช่นกัน เพราะสวนชาดอยตุง มี คุณสุนันต์ทา แซ่บู้ ชายผู้ซึ่งเริ่มต้นปลูกชาจากความไม่รู้ แต่สั่งสมประสบการณ์ด้วยตนเอง จนสามารถรวมกลุ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนชาดอยตุง สหกรณ์สวนชาดอยตุง เพื่อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรชาวเขาในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงไว้ด้วยกัน ทั้งยังสามารถควบคุมการผลิตให้ชาที่ผลิตออกมาจำหน่าย เป็นชาปลอดสารพิษ ตั้งเป้าหลักของการปลูกชาให้เป็นชาอินทรีย์ สวนชาดอยตุง มีแหล่งกำเนิดที่หมู่บ้านปางพระราชทานในเขตโครงการพัฒนาดอยตุง เป็นพื้นที่ป่าเปิดใหม่ จึงสามารถดำเนินการปลูกชาในระบบอินทรีย์ได้ การรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ปลูกชาในพื้นที่ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในปี 2545 มีเพียงไม่กี่ราย จากกลุ่มอิสระ ที่มีผู้นำหมู่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นผู้รวบรวมผลผลิตชาของสมาชิก ช่วงนั้นกลุ่มมีสมาชิกเพียงไม่กี่ราย โดยกลุ่มได้ดำเนินการเพาะปลูกชาบนพื้นที่เขตป่าสงวนฯ ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช
