เทคนิคเกษตร
กรมวิชาการเกษตร ส่งแพ็กเกจเครื่องจักรกลแก้ปัญหาเผาใบอ้อย โชว์ศักยภาพรถตัดอ้อยสดชนิดตัดเป็นลำ เครื่องสางใบอ้อยและมีดสางใบ เครื่องสับใบอ้อยระหว่างแถวอ้อยตอ และเครื่องสับใบและกลบเศษซากอ้อย แก้ปัญหาให้ชาวไร่อ้อยได้ครบวงจร ชี้การเผาทำดินเสื่อม สูญเสียปริมาณและคุณภาพอ้อย เกิดมลพิษทางอากาศ แถมเจอหนอนกอรุมระบาดมากขึ้น การเผาใบและเศษซากอ้อยยังคงเป็นปัญหาสำคัญของการผลิตอ้อยและน้ำตาลของไทย ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเสื่อมคุณภาพของดิน โดยการเผาใบและเศษซากอ้อยของเกษตรกรมีอยู่ด้วยกัน 3 ลักษณะ คือ การเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยว และ ก่อนการเตรียมดินปลูกอ้อย สาหตุหลักของการเผาใบและเศษซากอ้อยมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวและเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตัดอ้อย ประกอบกับคนงานตัดอ้อยได้ค่าแรงตัดอ้อยมากขึ้น เนื่องจากตัดอ้อยไฟไหม้ได้มากกว่าตัดอ้อยสดที่ต้องเสียเวลาลิดใบออก แต่การตัดอ้อยไฟไหม้นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนัก ผลผลิตและคุณภาพความหวานแล้ว ยังทำลายอินทรียวัตถุที่ควรกลับคืนสู่ดินลดลงถึง 10% และการไม่ม
ข้าว ถือเป็นอีกหนึ่งการทำเกษตรกรรมที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั่วภูมิภาคเน้นบริโภคข้าวในทุกมื้อ จึงทำให้การทำนาเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เปรียบได้กับเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะในแต่ละปีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถทำผลผลิตส่งออกยังตลาดต่างประเทศได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิของไทยขึ้นชื่อในเรื่องของความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ปัจจุบันวงการข้าวไทยมีการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง กรมการข้าวจึงได้มีแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงและวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกให้มีคุณภาพอยู่เสมอ จึงทำให้ชาวนาไทยมีแหล่งผลิตพันธุ์ข้าวปลูกที่ดี ช่วยให้มีผลผลิตที่ดีได้มาตรฐาน จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ 500 ไร่ ได้ขับเคลื่อนและพัฒนาการปลูกข้าวของชุมชน จนสามารถเข้าร่วมโครงการศูนย์ข้าวชุมชนเมื่อปี 2555 ซึ่งในกลุ่มมีการจัดโครงการนาแปลงใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันเพื่อผลิตข้าวคุณภาพ และสามารถทำการตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยทำให้มีอำนาจในการต่อรองสำหรับการจำหน่ายได้เป็นอย่างดี จากการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งนี้เอง ทำให้ภายในกลุ่ม
เขื่อนสิรินธร ตั้งอยู่ในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างกั้นแม่น้ำลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ที่บริเวณแก่งแซน้อย โดยเริ่มสร้างในปี 2511 แล้วเสร็จในปี 2514 ตัวเขื่อนมีความสูง 42 เมตร ยาว 940 เมตร สันเขื่อนกว้าง 7.5 เมตร อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ประมาณ 288 ตารางกิโลเมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,966.5 ล้านลูกบาศก์เมตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขนานนาม เขื่อนว่า “สิรินธร” เขื่อนนี้ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้ส่งมอบเขื่อนสิรินธรให้อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนสิรินธรติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้ 3 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 12,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 36,000 กิโลวัตต์ นอกจากจะใช้ประโยชน์ในเรื่องของการผลิตไฟฟ้าแล้ว เขื่อนสิรินธรยังเป็นแหล่งประมงและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ
กรมหม่อนไหม พัฒนาชาผลหม่อน ฟรุตทีของไทย ให้คุณประโยชน์สูง กรมหม่อนไหม พัฒนาผลิตภัณฑ์ชาชงจากใบหม่อนผสมผลหม่อน เพิ่มคุณประโยชน์ทั้งช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดได้ไม่ยาก นายอภัย สุทธิ์สังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ผลิตภัณฑ์จากชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพและบริโภคพืชสมุนไพรและผลไม้ที่มีประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเครื่องดื่มสมุนไพรจากใบหม่อนเป็นที่ยอมรับว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ปรับลดความดันโลหิตให้อยู่ในสภาพสมดุล และยังมีแคลเซียมในโพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี1 และบี2 และวิตามินซีสูงกว่าในใบชาทั่วไป นอกจากนี้ ยังพบสารแกมมาอะมิโนบูติริคแอซิด (GABA) ซึ่งช่วยปรับระดับความดันโลหิตและลดการอักเสบในสมอง และพบสารดิออกซิโนจิริมัยซิน (DNJ) ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ทีมวิจัยจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีน
ผลิตภัณฑ์ “น้ำผึ้งอินทผลัม” สินค้าเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าสร้างอาชีพเด่นที่สตูล คุณร่าเหม ยังหาด อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 14 ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล อีกหนึ่งเกษตรกรนักสู้ล้มแล้วลุกใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยอาชีพเลี้ยงผึ้งโพรง พร้อมแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งอินทผลัมเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี คุณร่าเหม บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงผึ้งว่า เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลฉลุง มีอาชีพหลักคือ การทำสวนยางพารา แต่ปัจจุบันผลผลิตยางพารามีราคาที่ตกต่ำมาก ส่งผลให้เกษตรกรมีความสนใจในการสร้างอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ตนเองก็เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจึงมีแนวคิดที่อยากจะหาอาชีพเสริม แต่ก็นับเป็นสิ่งที่ยากมากกับการที่จะเริ่มต้นลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทำอะไรก็ขาดทุน จนสุดท้ายได้มาค้นพบกับการเลี้ยงผึ้ง เพราะส่วนตัวมีแนวคิดที่ว่าการเลี้ยงผึ้งถือเป็นอาชีพที่เหมาะสมสำหรับเศรษฐกิจตอนนี้ เนื่องจากเป็นอาชีพที่ใช้เงินลงทุนต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง ไม่ต้องดูแลมาก ไม่มีค่าอาหาร จึงคิดว่าอาชีพเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพเสริมที่เหมาะกับเศรษฐกิ
เกลียดใครเข้ากระดูกดำ เป็นไปได้ แต่..ไม่มีใครเกลียด “ไก่กระดูกดำ” ชื่อวิทยาศาสตร์ Justicia gendarussa Burm. f. ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE ชื่อสามัญ Justicia vulgaris Nees ชื่ออื่นๆ กระดูกดำ กะลาดำ (จันทบุรี) ปองดำ แสนทะแมน (ตราด) เฉียงพร้า (สุราษฎร์ธานี) เกี๋ยงผา เฉียงพร้ามอญ บัวลาดำ (เหนือ) เฉียงพร้าบ้าน ผีมอญ สำมะงาจีน สันพร้ามอญ (กลาง) กรอกระโต๊ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เคยได้ยินคำว่า “เจ็บปวดเข้ากระดูกดำ” ถ้าเป็น “เชิงกายภาพ” ก็คงปวดสุดทน เจ็บเกินประมาณ แต่ถ้าเป็นอารมณ์ปวดทางใจ ไม่ทราบว่าจะใช้อะไรชี้วัด เพราะเคยได้ยินบทเพลงชื่อ “เจ็บเข้ากระดูกดำ” ตอนหนึ่งกล่าวว่า “ที่ถลำหัวใจไม่เคยปราม เจ็บเข้ากระดูกดำ อย่าตอกย้ำ ฉันเองยอมจากไป” แหม.! เจ็บแค่ไหนก็ไม่รู้ และก็เคยฟังเพลงที่ คุณลินจง บุนนากรินทร์ ขับร้องไว้ว่า “เกลียดชายแสนกลคนชั่วเช่นคุณ หลอกให้หญิงอย่างฉันมารักคุณ มาเป็นทาสคุณจนสิ้น…ต้องมีหนี้สินท่วมกาย เกลียดเข้ากระดูก…เกลียดที่ถูกโลกีย์ลวงร้าย ทำลายฉันตายทั้งหายใจ” ถ้าอย่างนี้แล้วใครจะตอบได้ไหม จะเลือกปวดกายหรือเจ็บใจ “ไก่” ขอแทนตัวเองว่า ไก่นะคะ เพราะมีปัญหาว่าชื่อที่เรียกกันตีความสับส
เปียงหลวง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ติดชายแดนพม่า ในอดีตมีด่านช่องหลักแต่ง เป็นด่านชั่วคราวที่เปิดการค้าขายชายแดนที่คึกคัก แต่ต้องปิดถาวรเมื่อปี 2545 ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีนยูนนานและไทยใหญ่ โดยชาวจีนยูนนานนั้นได้อพยพเข้ามาในสมัยนายพลเจียงไคเช็ค ส่วนชาวไทยใหญ่ได้เข้ามาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงจัดทัพทหารอันเกรียงไกร 100,000 นาย มุ่งไปยึดเมืองนายกลับคืนจากพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2147 ซึ่งนักรบชาวไทยใหญ่ได้ร่วมทัพจับศึกในครั้งนั้นด้วย และในปัจจุบันทั้งคนไทยเชื้อสายจีนยูนนานและไทยใหญ่ ยังคงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์อยู่อย่างมั่นคง การทำใบเหนี่ยง หรือใบชา ของชาวไทยใหญ่ ชาวไทยใหญ่เรียกขานใบชาว่า ใบเหนี่ยง เป็นชาอัสสัมดั้งเดิมที่ปลูกต่อกันมาตั้งแต่อดีต ชาวบ้านนิยมเก็บยอดใบชาตั้งแต่รุ่งเช้า จากนั้นจะนำใบชามาคั่ว โดยใช้กระทะตั้งบนเตาไฟที่ใช้ “หลัว” หรือ “ไม้ฟืน” เป็นเชื้อเพลิง ใส่น้ำลงในกระทะประมาณ 1 ถ้วยแกง แล้วนำใบชาลงคั่ว โดยจะคนพลิกใบชาตลอดเวลาการคั่ว จนกระทั่งใบชาเป็นสีเขียวปนเห
จะดีแค่ไหน ถ้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เราใช้กันทุกวัน จะไม่ไปจบที่หลุมฝังกลบ หรือลอยอยู่ในทะเล แต่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบรางวัลนักคิดสิ่งประดิษฐ์รุ่นใหม่ ประจำปี 2562 แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม” แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ และคณะ แห่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้ผลงานจากนักวิจัยเป็นที่รู้จัก และได้รับการต่อยอดในภาคธุรกิจ และนำไปสู่การปรับใช้ในวงกว้างเพื่อแก้ปัญหาขยะมูลฝอยในประเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้น NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม เริ่มจากความสนใจที่จะพัฒนาพลาสติกเพื่อการเกษตรที่สามารถย่อยสลายได้ 100% และไม่มีสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม ดังนั้น NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม จึงถูกพัฒนาขึ้นจาก แนวคิดเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยที่ผลิตจากไบโอคอมโพสิตฟิล์มของพอลิแลคติกแอซิดหรือ พีแอลเอ ผสมก
เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนฤดูกาลทีไร โรคที่คนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาเป็นประจำคือ “โรคหวัด” หลายคนนิยมไปซื้อวิตามินรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายให้มีภูมิต้านทานโรคในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลแบบนี้กันมากขึ้น วิตามินเม็ดรับประทานสะดวกก็จริง แต่สำหรับใครที่อาจมีงบประมาณไม่เพียงพอ หันมารับประทานผลไม้บางชนิด ก็สามารถช่วยต้านหวัดได้ไม่แพ้อาหารเสริม ผลไม้ที่ว่านี้ ได้แก่ มะข้ามป้อม (Star gooseberry) มะขามป้อม เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะยม โดยทั่วไปแล้วจะเจริญเติบโตดีในเอเชียเขตร้อน เป็นพืชที่เหมาะสำหรับภูมิอากาศในประเทศไทย มีผลกลม เนื้อหนา สีเขียว รสชาติฝาด ขม เปรี้ยว และอมหวาน ซึ่งมะขามป้อมนั้นเป็นผลไม้ที่เลื่องชื่อในด้านการมีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดี มะขามป้อม อุดมไปด้วยวิตามินซี โดยมีข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า ในมะขามป้อมสด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ถึง 276 มิลลิกรัม หากนำผลมะขามป้อมไปคั้นน้ำ จะมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้นถึง 20 เท่า มะขามป้อมดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยลดอาการเจ็บคอ ทำให้เสมหะละลาย แก้หวัด ช่วยลดไข้ เป็นยาโบราณที่มีการใช้มานานแล้ว โดยการนำมะขามป้อมไป
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนการพัฒนาและมอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้นแก่ผลงาน “แจกันหัตถศิลป์ลายทอง” งานศิลปหัตถกรรมที่รวบรวมทุกอัตลักษณ์นครศรีธรรมราช ทั้งงานแจกันกลึงไม้ งานสลักดุน งานฉลุ รวมไว้ในแจกันใบเดียว ใช้ประดับตกแต่งให้เป็นได้ทั้งลำโพง โคมไฟ และแจกัน นายสมชาย น้อยทับทิม สาขาศิลปหัตถกรรมรูปพรรณเครื่องถมและเครื่องประดับ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช แนะนำ “แจกันหัตถศิลป์ลายทอง” งานศิลปหัตถกรรมที่ได้ร่วมพัฒนากับนักศึกษาและอาจารย์สาขาต่างๆ ของวิทยาลัย และเป็นผลงานที่รวบรวมทุกอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับทุนส่วนหนึ่งจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อีกทั้งยังได้รับรางวัล การประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน I-New Gen Award 2020 ระดับอาชีวศึกษา กลุ่มการท่องเที่ยว ในงานวันนักประดิษฐ์ 2563 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดยังได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ ผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ด้วย นายสมชาย พร้อมด้วย นางสมศรี สุวรรณวงศ์ สาขาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในท
