เทคนิคเกษตร
เชื่อหรือไม่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าปลูกข้าวมากที่สุดในโลก แต่คนไทยกิน ”ข้าว” น้อยที่สุดในโลก เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนบริโภคข้าวเฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อปี พม่าเป็นประเทศบริโภคข้าวสูงสุดในอาเซียนและในโลก ตามด้วย ลาว เวียดนาม เขมร บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ในช่วง 10 ปีก่อนคนไทยเคยกินข้าวเฉลี่ย 190 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แต่ตอนนี้คนไทยกินข้าวน้อยลงแค่ 106 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเท่านั้น อัตราการบริโภคข้าวของคนไทย มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คนไทยรุ่นใหม่หันมาบริโภคฟาสต์ฟูดมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกินข้าวเพราะกลัวอ้วน หลายคนอาจได้ฟังข่าว นางแบบชื่อดังคนหนึ่งป่วยหนักเพราะไม่ได้กินข้าวหรือแป้งเลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรดจากการใช้ไขมันเป็นแหล่งของพลังงานมากเกินไป เกิดความไม่สมดุลทั่วร่างกาย เพราะคาร์โบไฮเดรต มีความสำคัญมากต่อร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะในส่วนสมองและเม็ดเลือดแดง ต้องการพลังงานสำคัญ คือ น้ำตาลกลูโคส ที่มาจากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ขออ้างอิงผลวิจัยของ ผศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ แห่งสถาบันโภชนาการมหิ
อำเภอบางกระทุ่ม ได้รับการยกย่องว่า เป็นแหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีรสหวาน กลิ่นหอม นุ่ม อร่อยระดับแนวหน้าของประเทศ แถมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ “ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ” ของท้องถิ่นแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกมาจนถึงปัจจุบัน สืบสานตำนานกล้วยตาก คุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู เธอเล่าว่า ครอบครัวคุณอ้อสืบทอดกิจการกล้วยตากจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 84 ปีแล้ว ปัจจุบัน คุณอ้อ นับเป็นทายาทรุ่น 2 ที่สืบทอดกิจการกล้วยตากจากบรรพบุรุษ เมื่อปี 2474 นางโป๊ว ผู้เป็นย่าของกำนันประภาส(คุณพ่อของคุณอ้อ) ได้นำหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องจำนวน 2 หน่อ มาจากเมือง แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงทรา เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของกล้วยพันธุ์นี้ ระยะแรก ตั้งใจปลูกขายเพื่อขายกล้วยหวี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยขายส่งผลกล้วยให้กับพ่อค้าที่มาทางเรือ จากจังหวัดต่างๆ พ่อค้ารับซื้อเฉพาะกล้วยหวีงามๆ เพราะขายได้ราคาดี แต่กล้วยตีนเต่า หวีเล็ก ปลายเครือมักขายไม่ได้ ย่าโป๊วจึงนำกล้วยที่เหลือจากการขายไปเลี้ยงปลา แ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ได้บูรณาการในการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และภาคเอกชนช่วยกันสานต่อนโยบายพลังประชารัฐ พัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมการเกษตร ผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยสู่ภาคปฏิบัติอย่างแท้จริง คุณสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กล่าวว่า สวก. มุ่งสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและระบบวิจัย ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและนโยบายของรัฐบาล สนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศ โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ผู้บริหาร สวก. และคณาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวรที่ผ่านมา สวก. ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยกับมหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาโครงการวิจัยที่มีศักยภาพสูง ร่วมกับภาค เอกชนที่สนใจ ขณะนี้มีผลงานวิจัยที่พร้อมถ่ายทอดสู่ผู้ใช้ประโยชน์ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดใบกฤษณา เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
น้ำพริก อาหารไทยประเภทเครื่องจิ้ม นิยมกินคู่กับผักสด คำว่า…น้ำพริก อ่านออกเสียงว่า น้ำ – พิก เป็นเครื่องปรุงประเภทหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลักของน้ำพริก คือ พริก เกลือ หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ฯลฯ ซึ่งน้ำพริกแต่ละสูตรอาจมีความแตกต่างกันออกไปตามวิธีการทำ และเครื่องปรุงที่ใช้ในการปรุงน้ำพริกนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม น้ำพริกในแต่ละท้องถิ่น ยังมีความคล้ายคลึงกันอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยเรานั่นเอง! ความเป็นมาของน้ำพริก น้ำพริก เป็นอาหารไทยมีมานานมาก ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา คำว่า น้ำพริก มีความหมายว่า การปรุงอาหารด้วยสมุนไพร หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมแรง ไม่ว่าจะเป็น พริก กระเทียม หัวหอม กะปิ น้ำตาล มะนาว มะกรูด ขิง ข่า ตะไคร้ โดยการนำส่วนผสมมาตำรวมกัน แล้วกินคู่กับข้าวสวย ข้าวเหนียวนึ่ง และผักสด ผักต้ม ผักลวก เป็นต้น ในบางครั้งส่วนผสมของน้ำพริกก็จะเติมเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่หาได้ตามท้องถิ่น หรือสัตว์น้ำลงไปด้วย ดังนั้น น้ำพริกจึงมีส่วนผสมจากปลา กุ้ง เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาโดยการนำเนื้อสัตว์ต่างๆ มาปรุงอาหารเพิ่มเติม แต่น้ำพริกก็ยังได้รับความนิยมมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสำคัญขอ
ชุมชนคลองลุ ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ เป็นเกาะเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้านและรับจ้าง เอกลักษณ์และความโดดเด่นของท้องถิ่นแห่งนี้ก็คือ ภูมิปัญญาและวิถีชีวิต ผูกพันสอดคล้องระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้านในการ “สักหอย” (ชาวบ้านจะใช้ไม้แหลมกลมๆ ยาวพอมือ เดินแทงลงบนพื้นทราย การแทงลักษณะนี้ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า“สักหอย”) มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่รักสันติ และเรียบง่ายการเดินทางท่องเที่ยว หาไม่ยากและไม่ไกลอย่างที่คิด “ คุณประดิษฐ์ จันทร์ทอง “ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนแห่งนี้ เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า คลองลุโฮมสเตย์ เกิดขึ้นได้ หลังจากชาวบ้านได้รับโอกาสเล่าเรียนกับ กศน. ต่อมา กศน.อำเภอเมืองกระบี่ ได้พาชาวบ้านในชุมชนไปศึกษาดูงานกิจการโฮมสเตย์ที่ บ้านบ่อเจ็ดลูก อ.ละงู ชาวบ้านก็เห็นว่า พื้นที่ดังกล่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับชุมชนของพวกเรา จึงเกิดความคิดที่จะผลักดันให้ชุมชนของเรา เปิดกิจก
มีสตูเนื้อแบบหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในโลกอาหารสากล ในชื่อว่า “กูลาช” (Goulash) คำอธิบายของคุณ Guzzie Ang คนครัวไทยมีชื่อผู้หนึ่งบอกว่า มันเป็นอาหารสัญชาติฮังกาเรียน มาจากคำว่าGulys หมายถึง คนที่เลี้ยงปศุสัตว์เร่ร่อนไปตามทุ่ง พวกเขาทำอาหารกินง่ายๆ โดยเอาเนื้อวัว หมู ไก่งวง มาปรุงรส เคี่ยว ตากแดดจนแห้ง เมื่อจะกินก็เอาออกมาผัดน้ำมัน เติมน้ำและผักหญ้าตามแต่ที่หาได้ ผมคิดว่า กูลาชก็เหมือนอาหารส่วนใหญ่ในโลกสมัยใหม่ ที่ถึงจะสืบค้นประวัติเป็นมาได้จนรู้ชัดว่า แรกทำขึ้นมาที่ไหน เมื่อไหร่ โดยสภาวะแวดล้อมเช่นใด ทว่า ก็ย่อมจะถูกปรับให้ง่ายขึ้น ถูกลิ้นคนในแต่ละพื้นถิ่นที่มันแพร่ไปถึงมากขึ้น ทั้งนี้ ก็เพื่อความคงอยู่ต่อไปของตัวมันนั่นเอง กูลาชจึงมีผู้อธิบายถึงที่มาที่ไปต่อไปอีกต่างๆ นานา ผมเองเคยไปกินอาหารในร้านอิสราเอล ก็มีเมนูกูลาชเนื้อวัวให้เลือกกินด้วย ซึ่งแน่นอนว่า มีความคล้ายคลึงกับกูลาชทั่วๆ ไปที่เรารู้จัก คือเป็นสตูเนื้อที่เข้ามะเขือเทศ เน้นความสำคัญของ พริกแห้งปาปริก้า (Paprika) และอาจมีเครื่องเทศหลายอย่าง พอหลับตานึกถึงอะไรแบบนี้ คนที่เคยทำกับข้าวกับปลามาบ้าง ก็ย่อมเดาได้ว่า มันต้องอร่อยแ
คนไทยแท้ในแผ่นดินไทย หาได้ยาก ภาคใต้อยู่ติดประเทศมาเลเซีย มีคนไทยเชื้อสายมลายู ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็เป็นลูกผสมลาว ส่วนที่ติดเขมรก็เป็นไทยเชื้อสายเขมร ภาคเหนือตอนบนก็เป็นคนเชื้อสายล้านนาแต่ก่อนเก่า สำหรับในภาคกลางก็ผสมปนเปกันหลากหลายโดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเล สรุปแล้วไม่รู้ว่าคนไทยแท้อยู่ที่ไหน คนทางภาคใต้เป็นไทยเชื้อสายมลายูและคนไทยเชื้อสายจีนอยู่มาก โดยเฉพาะชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาทำเหมืองแร่ดีบุก ส่วนหนึ่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรง ส่วนหนึ่งมากจากเกาะปีนังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดิมเกาะนี้เป็นของประเทศไทย ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ได้อพยพมาแต่งงานกับชาวพื้นเมืองเชื้อสายมลายู ลูกหลายคนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “บาบ๋ายาหยา” ส่วนหนึ่งได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่เกาะภูเก็ตก่อนหน้านี้ และอีกส่วนหนึ่งอพยพเมื่อเกาะปีนังกลายเป็นของประเทศมาเลเซีย วัฒนธรรมการกินขนมกับกาแฟในตอนเช้าเป็นเรื่องราวของชาวใต้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ทุกเช้าจะเห็นชาวบ้านทั้งหนุ่มแก่นั่งจิบกาแฟหรือโกปี๊ในร้านกาแฟซึ่งเปิดบริการแทบทุกหัวระแหง ชาวใต้กินกาแฟกับขนมแทนอาหารเช้า ขนมบนโต๊ะกาแฟจึงค่อนข้างหลา
กรรไกรเรามีหลายชนิด ลองร่ายเรียงออกมา จะพบว่ามีกรรไกรตัดเล็บ กรรไกรตัดผม กรรไกรตัดกระดาษ กรรไกรคีบหมาก กรรไกรตัดผ้า กรรไกรตัดสายไฟ และกรรไกรตัดกิ่งไม้ เป็นต้น แต่ละชนิดใช้งานต่างกันไป แม้บางชนิดจะใช้ร่วมกันได้ แต่ในแง่ของความสะดวก รวดเร็ว และความเหมาะสมนั้น อาจจะไม่เกิดผลดีนัก อย่างเอากรรไกรตัดกระดาษไปตัดกิ่งไม้เล็กๆ แม้จะตัดได้ แต่กรรไกรก็จะเสียหาย ถ้าทำอย่างไม่ระมัดระวังอาจจะบิ่น ร่อย หัก และเสียหายได้ กรรไกรตัดกิ่งไม้ เราชาวบ้านมีใช้กันมานานแล้ว แม้จะไม่นานขนาดบรรพกาล แต่ก็นานพอที่จะเล่าขานได้ว่า เราใช้คู่กับสวนมายาวไกล การตัดกิ่งไม้ สมัยเก่าก่อน เราชาวบ้านใช้มีด เพียงแค่ลับมีดให้คม เมื่อต้องการตัดกิ่งไม้ก็บรรจงตัดออกไปได้เลย แต่ถ้าเป็นกรณีแต่งกิ่งต้นไม้ปลูกใหม่ กล้าไม้ หรือดอกไม้ที่บอบบาง บางกรณีเราก็ไม่สามารถใช้มีดคมๆ ตัดได้ เพราะจะทำให้ไม้ของเราชอกช้ำ ผลต่อมาก็คือ กล้าไม้ตาย หรือไม่ก็เฉาไปอีกหลายวัน กว่าจะฟื้นขึ้นมาใหม่ การเอามีดไปตัดกิ่งไม้ที่บอบบางเป็นการใช้เครื่องมือผิดประเภท แม้จะไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีอาจทำให้เกิดความเสียหาย ได้ไม่คุ้มเสีย ด้วยเหตุนี้เอง กรรไกรตัดกิ่
“การบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน คือการกำจัดขยะโดยการใช้ขยะเป็นตัวตั้งต้น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นี่คือการใช้ประโยชน์จากขยะและกำจัดขยะ ไปในคราวเดียวกัน” พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ กล่าว พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 (ดูแลความสงบเรียบร้อย 25 จังหวัด) กรุณาอนุมัติให้ คณะทำงาน รายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” เข้าสัมภาษณ์และถ่ายทำรายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” ความยาว 1 ชั่วโมง ตอน การบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) สังกัด กองทัพภาคที่ 1 พลตรี รังษี กล่าวว่า พี่น้องประชาชนทั่วไป อาจจะสงสัยว่า พล. 1 รอ. กองทัพภาคที่ 1 เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นี้ได้อย่างไร ผมขอเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณเชิงเขาทอง ในกำกับดูแ
คนอีสานมักจะเรียกอาหารที่เอาไปหมักหรือดองเพื่อถนอมอาหารให้มีรสเปรี้ยวว่า “ส้ม” เช่น ส้มปลา ส้มหมู ส้มผัก เป็นต้น และจะมีคำต่อท้ายเป็นลักษณะเฉพาะของวัตถุดิบนั้นๆ อาทิ ส้มปลาโจก ส้มผักเสี้ยน ผักดอง เป็นกรรมวิธีแปรรูปอาหารมาแต่โบราณกาล ต้นกำเนิดเริ่มจากชาติไหนนั้นก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน แต่เดาเอาว่าน่าจะมีต้นทางมาจากเมืองจีน เจ้าแห่งภูมิปัญหาทางด้านอาหารแห่งโลกตะวันออก ซึ่งขึ้นชื่อลือชาอย่างยิ่งในการดองผักกาดและหัวผักกาด มีทั้งแบบเค็ม แบบหวาน แบบเปรี้ยว สารพัดรส ส้มผัก ทางภาคอีสานนิยมรับประทานเป็นผักแนมกับป่นปลา ลาบอ่อน ลาบคั่ว ลาบเลือด ก้อยแจ่ว ช่วยเพิ่มรสชาติบรรดาเครื่องเคียงให้จัดจ้านถึงใจมากขึ้น แต่คนทางภาคกลาง ภาคใต้ จะนิยมกินผักดองกับขนมจีนน้ำยา สมัยเด็กๆ ตอนที่เข้าครัวเป็นลูกมือของแม่ จำได้ว่าเราดองผักเสี้ยนกินบ่อยมาก ส่วนผักกุ่มนั้นไม่ค่อยได้เห็น เดาเอาว่าแถวบ้านคงหาผักเสี้ยนกินได้ง่ายกว่าผักกุ่ม นอกจากเกลือแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำผักดองของบ้านเราก็คือ “น้ำซาวข้าว” ซึ่งที่จริงต้องเรียกว่า “น้ำหม่าข้าว” น้ำซาวข้าวชนิดนี้ได้มาจากตอนที่เรา “หม่าข้าวเหนียว” ด้วยการเอาข้าวเหนียวที่จ
