เทคนิคเกษตร
ทุกวันนี้ ชาวไทยภูเขาที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล ที่การคมนาคมไม่สะดวก ก็มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาผ่านช่องทาง “ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และการทำงานด้วยความเสียสละ ของ คุณครูอาสา กศน. หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ครูดอย” ที่ตั้งใจทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนและชาวบ้านที่ด้อยโอกาสให้สามารถอ่านออกเขียนได้ โดยพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนและชุมชน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้อื่นได้ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง (ศศช.) ปี 2523 กรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ในสมัยนั้น ได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) ขึ้น โดยส่งครูอาสาสมัคร กศน. หรือ ครูดอย จำนวน 1-2 คน ไปทำงานอยู่กับชาวเขาในชุมชนต่างๆ เพื่อสร้างพลเมืองที่ดีของชาติ ครูอาสาจะทำหน้าที่ให้บริการการศึกษาและพัฒนาชุมชนแก่ผู้ใหญ่ในเวลากลางคืน และสอนเด็กตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6 ในตอนกลางวัน โครงการ ศศช. ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นที่ประทับใจของคนไทยและต่า
พฤกษาธันวา พรพา มาสถิต ด้วยผูกมิตร คริสต์มาส สีแดงเขียว มีสีเหลือง ดาวเรือง ไม่ดายเดียว เป็นเพื่อนเกี่ยว พุทธรักษา มาด้วยใจ ดอกหรือใบ ใคร่รู้ ดูสวยนัก มาดประจักษ์ สีสัน นั้นสดใส เขียวแดงบาน นั้นหรือ คือยอดใบ ก่อนปีใหม่ “Christmas Eve” กลีบกระจาย เรื่องสีสด ดุจดาว พราวท้องฟ้า ซ้อนกลีบท้า แสงตะวัน อันเฉิดฉาย สีดอกเหลือง เรืองแสงจันทร์ พรรณราย ดาวหลบหาย อาย “ดาวเรือง” ชำเลืองมอง พุทธศร ดุจบิดร มาป้องปก เทิดยอยก เป็นพฤกษา มาสนอง ต้นดอกใบ ในกอ ขอคุ้มครอง บุญประคอง พรพิสุทธิ์ พุทธรักษา ขึ้นต้นบทกลอน อ้างอิงพฤกษาซึ่งเราคงจะชินตาคุ้นหู ประจำเดือนธันวาคมของทุกปี โดยมีสัญลักษณ์ เอกลักษณ์ของแต่ละชนิดดอก ให้ความรู้สึกความหมายที่เป็นมงคล และความชื่นบานช่วงปลายปี ตามแต่ความนิยมความเชื่อแต่ละกลุ่มชน ถ้าเอ่ยคำว่า “คริสต์มาส” (Christmas) อาจจะมีความหมายแตกต่างกันตามแต่ที่มาของความคิด หรือจุดหมายที่ประสงค์จะสื่อสารเรื่องอะไร แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงวันคริสต์มาส ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกๆ ปี เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู นอกจากนี้ ยังหมายถึงเกาะคริสต์มาส ดินแดนนอกชายฝั่งของออสเตรเลีย ด้วงคริสต์
ชุมชนบ้านแหลม ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรสัตว์น้ำหลากหลาย หอยตลับหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หอยปะ เป็นหอยประจำถิ่นมีอยู่จำนวนมาก แต่การนำมาใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ ที่จะสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าจากสิ่งที่มี จึงนำไปสู่การแปรรูปหอยตลับให้มีมูลค่ามากขึ้น ทั้งนี้ หอยตลับ หรือ หอยปะ มีเปลือกค่อนข้างหนา มีเนื้อน้อย มีให้เก็บทุกฤดูกาล มีการจับหอยตลับได้ในปริมาณที่มากกว่าแหล่งอื่นในลุ่มน้ำปะเหลียน โดยการจำหน่ายในรูปหอยตลับสด แปรรูปผลิตภัณฑ์หอยในรูปของหอยตลับดอง หอยตลับปรุงรส แต่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายตามเทศกาล ตามออเดอร์ที่สั่งของลูกค้า โดยหอยตลับขนาดใหญ่และขนาดกลาง ชาวบ้านจะนิยมขายแบบสด ในราคากิโลกรัมละ 30-50 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ส่วนหอยตลับขนาดเล็กมีเนื้อค่อนข้างน้อย ซึ่งหอยตลับขนาดเล็ก ชั่งทั้งเปลือกมีประมาณ 110-140 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ชาวบ้านจึงนิยมนำมาลวกเอาแต่เนื้อของหอยมาทำกับข้าว และนิยมนำมาแปรรูปเป็นหอยตลับสมุนไพรเก็บไว้รับประทานในครัวเรือน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชมพูนุช โสมาลีย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.
เจียด ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า น. ภาชนะชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องขุนนางโบราณ สำหรับใส่ของ เช่น ผ้า มักทำด้วยเงิน เครื่องขุนนางมี เจียด ประกอบยศตั้งแต่เมื่อใด เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา ปรากฏเกิดแล้วแน่นอน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์ราชวงศ์สุวรรณภูมิ ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.1991 – 2031 ในรัชกาลของพระองค์ เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองด้านการเมือง การปกครอง บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข หลักฐานว่ามีเจียดใช้ อยู่ในทำเนียบศักดินาของขุนนาง บรรดาศักดิ์ข้าราชการสมัยพระบรมไตรโลกนาถมี เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน และทนาย คำว่าเจียดปรากฏอยู่ชัดเจนว่า “ขุนนางศักดินาหมื่น กินเมืองกินเจียดเงินถมยาดำรองตะลุ่ม” หน้าตาของเจียดมองไปก็คล้ายๆ พานแต่มีฝาปิด ขนาดของเจียดใหญ่กว่าพาน เนื่องจากเจียดผลิตขึ้นมาเพื่อใส่ข้าวของจำพวกผ้า ผ้าใส่เจียดนั้นไม่ใช่ผ้าธรรมดา แต่เป็นผ้าพระราชทาน หรือไม่ก็ผ้าชั้นดี เพื่อแสดงให้เห็นฐานะของผู้ครอบครอง ขุนนางต้องศักดินาหมื่นถึงจะได้รับพระราชทานเจียด จึงกล่าวได้ว่าเจียดเป็นของขุนนางชั้
คำขวัญประจำหมู่บ้านป่าก่อพัฒนา ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย คือ “ปลาเผาลือชื่อ ยึดถือคุณธรรม นำประชาธิปไตย งามวิไลสิ่งแวดล้อม” คำขวัญประโยคแรกที่ว่า ปลาเผาลือชื่อนั้น มาจากในอำเภอพาน มีการเลี้ยงปลากันมาก โดยเฉพาะ ปลานิล ส่วนใหญ่ปลาที่เลี้ยงจะจับและส่งขายทั่วภาคเหนือ คุณหวัด ติวรรณะ จึงรวบรวมกลุ่มขึ้น จัดตั้งเป็นกลุ่มเสริมสร้างธุรกิจประชาคมบ้านป่าก่อพัฒนา เพื่อแปรรูปปลาสดเป็นอาหาร เพิ่มมูลค่า โดยตั้งเป็นร้านอาหารอยู่ เลขที่ 217 หมู่ที่ 22 ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย สังเกตรูปปลานิลตัวโตอยู่หน้าร้าน นอกจากนี้ ยังรวมกลุ่มเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล แปรรูปสัตว์น้ำ (OTOP) อีกด้วย คุณหวัด รับหน้าที่เป็นประธานกลุ่มซึ่งมีคณะกรรมการ 15 คน ร้านอยู่ตรงข้ามวัดศรีทรายมูล หรือหากเดินทางขึ้นไปจังหวัดเชียงรายตามถนนสายพหลโยธิน จะอยู่ทางขวามือ เนื่องจากเป็นถนน 4 เลน หากท่านขับรถยนต์ไปจะต้องกลับรถล่องมาทางจังหวัดพะเยา หรือตัวอำเภอพานอีกครั้ง เมนูอาหารที่ขึ้นชื่อ หนีไม่พ้นปลานิลเผา ซึ่งจะพอกตัวปลาด้วยเกลือป่นแล้วนำไปเผา หลายคนจะสงสัยว่า ทำอย่างนั้นปลาจะไม่เค็มหรือ ขอรับรองแทนกลุ
อาหารเช้าในภาวะเร่งด่วนของหลายๆ คนอาจแค่กาแฟสักถ้วย ขนมปังสักชิ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้สักแก้ว ซึ่งสำหรับปาท่องโก๋นั้นเป็นอาหารที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานเป็นอาหารว่างตอนเช้ามาช้านาน แทบจะเรียกว่าอยู่คู่กับวิถีของว่างยามเช้าที่ทั้งสะดวก อร่อยและหาซื้อได้ง่ายของคนไทยเลยทีเดียว และเพราะความนิยมปาท่องโก๋ที่ไม่เคยลดลง และได้กลายเป็นอีกหนึ่งวิถีการกินไปแล้ว ทำให้ในบางร้านที่มีลูกค้ามากๆ ก็ไม่สามารถผลิตปาท่องโก๋ได้ทันกับความต้องการของลูกค้า เนื่องจากช่วงเวลาการขายปาท่องโก๋โดยปกติจะทำกันสดๆ ในช่วงเช้า และช่วงเย็น ซึ่งขั้นตอนที่อาจทำให้เสียเวลาก็คือ ขั้นตอนกันปั้นแป้งปาท่องโก๋เป็นชิ้นก่อนนำไปทอดในน้ำมันร้อน ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้นักศึกษากลุ่มหนึ่ง เกิดแนวความคิด ประดิษฐ์เครื่องขึ้นรูปปาท่องโก๋ขึ้น โดยอาศัยความรู้ทางด้านวิศวกรรม ที่ได้เรียนมา โดย นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ในการสร้างเครื่องขึ้นรูปปาท่องโก๋แบบกึ่งอัตโนมัติขึ้นนั้นพวกตน มุ่งเน้นเพื่อหาวิธีการขึ้นรูปปาท่องโก๋ เพื่อเป็นต้นแบบในกา
เมื่ออดีตที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบทางสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาน้ำจืดขาดแคลน น้ำเค็ม น้ำเสีย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรรม ในหลายพื้นที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ ถึงปลูกได้ก็ให้ผลผลิตน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนของพระองค์ จึงมีพระราชดำริจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเน้นแก้ปัญหาน้ำ พื้นที่ทำการเกษตร พัฒนาสิ่งแวดล้อม คมนาคม การสื่อสาร สวัสดิการ และส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกินให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์สร้างอาชีพใหม่ที่ก่อให้เกิดเป็นรายได้ให้กับครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นมากมาย และหนึ่งในอาชีพที่เกิดขึ้นในชุมชน คือ การต่อยอดน้ำวัตถุดิบที่ในชุมชนมาแปรรูปเป็นสินค้าจำหน่ายสร้างรายได้เสริม ในพื้นที่บ้านท่าเตียน ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร มีหลากหลายอาชีพที่เกิดขึ้นมาหลังจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพร
เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ขุยมะพร้าว ซังข้าวโพด เศษปุ๋ยคอก และเศษวัสดุอื่นๆ ทางการเกษตรที่หลงเหลือจากการใช้ประโยชน์ ส่วนมากมักถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นขยะ เน่าเหม็นที่ไร้มูลค่า อีกทั้งยังสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมดังนั้น หากมีการนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า คงจะดีไม่น้อย ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ช่วยกันคิดค้น เครื่องอัดขุยมะพร้าวด้วยระบบอัตโนมัติขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีเศษวัสดุเหลือใช้ ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า โดยผลงานดังกล่าวมี อาจารย์ชัยรัตน์ หงส์ทอง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยเจ้าของผลงานว่า เครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบ PLC จุดประสงค์ที่คิดสร้างเพราะต้องการสร้างมูลค่าเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากการเกษตร และลดขยะที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติเครื่องนี้ จะขัดเศษขุยมะพร้าวใช้เป็นรูปทรงกระบอก เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้ทำเป็นแ
หวาย เป็นพืชป่าตระกูลปาล์มที่เป็นเถาเลื้อยและมีหนาม เจริญเติบโตและกระจายพันธุ์ได้ดีในป่าเขตร้อนและกึ่งร้อน ใช้เป็นพืชอาหาร สมุนไพร เฟอร์นิเจอร์ และงานหัตถกรรมต่างๆ สามารถเป็นรายได้เสริมในชุมชนเป็นอย่างดี ปัจจุบันหวายเริ่มหายากและใกล้สูญพันธุ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ศึกษาพัฒนาการปลูกหวายและการแปรรูป เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งอาหารในท้องถิ่น เกษตรกรสามารถปลูกและขยายพันธุ์หวายให้เพียงพอต่อการบริโภคและใช้ประโยชน์ที่เป็นรายได้ของครอบครัว มีการพัฒนาคุณภาพของหวายให้เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ด้านหัตถกรรม หวาย ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความหลากหลายทางพันธุกรรมหวายมากที่สุดในโลก ในประเทศเราพบอยู่ประมาณ 60 ชนิด กระจายอยู่ทั่วทุกภาค มีการเรียกชื่อแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หวายหนามขาว หวายหนามดำ หวายฝาดหรือหวายบุ่น หวายไส้ไก่หรือหวายขม หวายหก หวายน้ำล้อม หวายหม่นหรือหวายหยวก หวายเล็ก หวายติ้วดีดหรือหวายหางหนู หวายหลวง หวายหอม หวายสกลนคร หวายที่นิยมบริโภค คือ หวายพันธุ์หนามขาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและหน่อใหญ่ หวายไส้ไก่นิยมใช้มัดสิ่งของ จากพื้นที่ศึกษาวิจัยที่บ้านป
กลุ่มแม่บ้านคำนางรวย หมู่ที่ 10 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รวมกลุ่มปอกเปลือกมะขามยักษ์ที่มีรสเปรี้ยว เพื่อทำเป็นมะขามแช่อิ่ม เพิ่มรายได้หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูทำนา ซึ่งแม้ปีนี้ ราคาข้าวเปลือกขายได้ราคาสูงกว่าปกติ แต่แม่บ้านกลุ่มนี้ก็อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปถนอมอาหาร เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะขายดีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คุณปิยะรัตน์ ยืนสุข หัวหน้ากลุ่มทำมะขามแช่อิ่ม ภายในยี่ห้อ “คุณยาย” ของบ้านคำนางรวย ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของจังหวัด เล่าว่า มะขามยักษ์ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญใช้ในการผลิต ส่วนหนึ่งได้มาจากในพื้นที่ที่ชาวบ้านรวมตัวปลูกขึ้นมาเอง แต่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า จึงต้องสั่งซื้อมะขามยักษ์เพิ่มมาจากอำเภอน้ำยืน เพราะวันหนึ่ง ต้องทำการผลิตมะขามแช่อิ่มออกวางจำหน่ายทั้งแบบขายปลีกกิโลกรัมละ 150 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 130 บาท ตกวันละเกือบ 100 กิโลกรัม ตามจำนวนคำสั่งซื้อเข้ามาในแต่ละช่วง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนาปลูกข้าวถึงเดือนละกว่า 10,000 บาท ส่วนวิธีการทำให้มะขามแช่อิ่มของกลุ่มแม่บ้านคำนางรวยมีร
