เทคนิคเกษตร
เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และเกาะภูเก็ต ถือว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” เนื่องจากเป็นพื้นที่เกาะที่มีทรัพยากรทางทะเลอันงดงามตามธรรมชาติ ประกอบไปด้วยหาดทรายลักษณะต่างๆ เช่น หาดราไวย์ หาดสุรินทร์ หาดแหลมกา หาดกมลา หาดในยาง หาดป่าตอง หาดกะรน หาดยะนุ้ย หาดกะตะ เป็นต้น ทั้งยังมีอ่าวกะรน อ่าวฉลอง อ่าวกะตะ อ่าวสน อ่าวกะตะน้อย รวมไปถึงแหลมพรหมเทพ อันเป็นพื้นที่ที่ดวงตะวันจะเลื่อนลับปลายขอบฟ้าจรดโค้งทะเลบริเวณสถานที่แห่งนี้โดยเฉพาะบริเวณเกาะลันตามีอีกหลายหาด เช่น หาดคลองนิน หาดคลองดาว หาดโละบารา หาดพระแอะ หาดคอกวาง หาดคลองโขง เป็นต้น ที่สำคัญบนพื้นที่หาดราไวย์และเกาะลันตา มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอันเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมสามชนเผ่า ได้แก่ มอแกน (มอเก็น) มอแกลน และอุรักลาโว้ย ซึ่งต่างยังดำรงวิถีชีวิต และรักษาวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 200 ปี หรือราวๆ 7 รุ่น โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีว่า เป็นผู้บุกเบิกพื้นที่ตั้งถิ่นที่อยู่อาศัย มีการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ที่มีการตรวจสอบอายุการฝังว่า เป็นระยะเวลานานนับร้อยปี ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มมอเก็น หรือมอแกน ยังแบ่งออกเป็นอีกส
ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน มีลักษณะคล้ายหญ้าและมีใบสูงยาวส่งกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนำมาใช้ประกอบอาหาร ปรุงแต่งกลิ่นในอาหาร และทำเครื่องดื่มแล้ว ตะไคร้ยังถูกนำไปใช้ในหลากสาขา เช่น อุตสาหกรรมสบู่ เครื่องสำอาง การบำบัดด้วยกลิ่น หรือการสกัดเป็นยารักษา โดยมีความเชื่อว่าสารเคมีในตะไคร้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อาจสามารถช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียกับยีสต์ได้ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดและลดไข้ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในระหว่างมีประจำเดือน และเป็นส่วนผสมในสารที่ช่วยไล่ยุงได้ เป็นต้น แม้จะเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการบริโภคและประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เกี่ยวกับประสิทธิผลของตะไคร้แท้จริงแล้วยังคงมีอย่างจำกัด และไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเชิงการแพทย์ โดยบางงานวิจัยก็ได้ตรวจสอบสมมติฐานถึงผลของตะไคร้ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ ดังนี้ ระงับกลิ่นปากที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กลิ่นปากเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ การไม่รักษาสุขอนามัยภายในช่องปาก การติด
เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ลวดลายสีสันที่งดงามบนผืนผ้าช่วยเสริมบุคลิกภาพผู้สวมใส่ให้ดูสวยและสง่างาม เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกตัดเย็บจากผืนผ้าหลายชนิด สำหรับผ้ามัดหมี่เป็นงานทำมือที่มีการอนุรักษ์สืบต่อกันมา เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีผู้นิยมใช้อย่างแพร่หลายพร้อมกับเลือกนำไปเป็นของฝากของขวัญในวันเทศกาลหรือวันปีใหม่ และด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ส่งถึงมือผู้ใช้จึงเป็นก้าวที่ส่งผลให้เกษตรไทยมั่นคง คุณประทีป อยู่สุข เกษตรอำเภอบ้านหมี่ เล่าให้ฟังว่า ชาวไทยพวนหรือชาวพวนเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สปป.ลาว โดยเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านพวน ตำบลหินปัก และทำนาเป็นอาชีพหลักเพื่อผลิตข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนและขาย พร้อมกับทำอาชีพเสริมด้วยการทอผ้ามัดหมี่ใช้ในครัวเรือนหรือเป็นของให้กับผู้มาเยือน ผ้ามัดหมี่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ลูกหลานชาวไทยพวน ได้สืบทอดศิลปวัฒนธรรมมาจากปู่ย่าตายาย เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสู่การพัฒนาที่ได้ผืนผ้าที่มีลวดลายสีสันงดงามตามแบบฉบับชาวไทยพวน การทอผ้ามัดหมี่ของชาวไทยพวนมีมานานแล้ว แต่เป็นไปในแบบที่ต่างคนต่างทำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สำนักงานเกษ
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด ถนนเพชรเกษม ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง นายชาย คงแก้ว สหกรณ์จังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะข้าราชการสหกรณ์จังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด สมาชิกสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด นักเรียนโรงเรียนวัดจอมไตร กว่า 150 คน ร่วมทำกิจกรรมเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือ ครั้งที่ 5 โดยใช้แกะ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้าวของทางภาคใต้ เป็นการอนุรักษ์การทำนาแบบดั้งเดิมของชาวปักษ์ใต้ บนพื้นที่จำนวน 28 ไร่ มีข้าวพันธุ์พื้นเมือง คือ ข้าวพันธุ์เล็บนกและพันธุ์เข็มทอง โดยตั้งเป้าการเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งนี้ จำนวน 7 ตัน ซึ่งจะนำไปสีเป็นข้าวขาวและข้าวกล้องปลอดสารพิษ และยังมีวางจำหน่ายให้แก่สมาชิกสหกรณ์และผู้บริโภคทั่วไปอีกด้วย โดยจะวางจำหน่ายที่ร้านสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด นายชาย คงแก้ว สหกรณ์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า กิจกรรมเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือ เป็นการเก็บเกี่ยวข้าวตามวิถีดั้งเดิมของชาวปักษ์ใต้ ซึ่งเราใช้แกะในการเก็บข้าว โดยเก็บเกี่ยวข้าวจากแปลงส่วนหนึ่งของนาแปลงใหญ่ ซึ่งเป็นของสมาชิกการเกษตรนาโยงทั้งหมด ที่ร่วมกันเป็นเจ้าของ และยังเป็นแปลงที่อนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้น
เดิมชาวลื้อ หรือไทลื้อ มีถิ่นฐานที่อยู่บริเวณ เมืองลื้อหลวง จีนเรียกว่า “ลือแจง” ต่อมาได้เคลื่อนย้ายลงมาอยู่ บริเวณเมืองหนองแส หรือที่เรียกว่า คุนหมิงในปัจจุบัน แล้วย้ายลงมาสู่ลุ่มน้ำน้ำโขง สิบสองปันนาปัจจุบัน ประมาณศตวรรษที่ 12 จึงเกิดมีวีรบุรุษชาวไทลื้อชื่อ เจ้าเจื๋องหาญ ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ในสิบสองปันนา ปัจจุบันตั้งเป็นอาณาจักรแจ่ลื้อ (เซอลี่) ชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพ หรือถูกกวาดต้อนออกจากเมืองเหล่านี้เมื่อประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยปีที่ผ่านมา แล้วลงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศตอนล่าง เช่น พม่า, ลาว และไทย ส่วนในต่างประเทศนั้น มีการกระจายตัวกันเกือบทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ในรัฐฉาน ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม (เมืองแถน และ เมืองเดียนเบียนฟู ก็มีการบันทึกไว้ว่ามีชาวไทลื้อ อยู่ที่นั่นด้วย) ในชุมชนไทลื้อมีการปลูกเครือหมาน้อยเพื่อทำวุ้นเครือหมาน้อย โดยชาวไทลื้อเรียกว่า แองแทะ เพื่อนำไปทำเป็นอาหารหวานและอาหารคาว มีสรรพคุณเป็นยาเย็น แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ส่วนคนไทยเลยยังใช้น้ำคั้นจากรากและใบของเครือหมาน้อยใส่ในแกงหน่อไม้แทนใบย่านาง ปัจจุบัน กลุ่
ก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2561 สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ได้ร่วมจัดงาน แม่โจ้ 85 ปี จุดประสงค์เพื่อให้บรรดาศิษย์เก่าที่เรียนจบไปแล้ว และบรรดานักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ รำลึกถึงสมัยยังเล่าเรียนกันมา เพื่อเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ให้หวนคิดถึงอดีต ความลำบาก สนุก และความยากเย็น กว่าจะผ่านการเรียนและการงานที่สมกับคำร่ำลือถึงว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ที่ลูกแม่โจ้จงจดจำไว้จนวันตาย ว่างั้นเถอะ เพื่อให้สมกับเป็นสถาบันเกษตรที่เก่าแก่ งานที่สมาคมศิษย์เก่าจัดประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ยังมีการโชว์วิสัยทัศน์ให้บรรดาศิษย์เก่าและปัจจุบัน จัดภูมิทัศน์หลากหลายความสวยงาม สื่อจากกรุงเทพฯ ไปทำข่าว กล่าวกันว่า ถ้าจัดในกรุงเทพฯ คิดว่าผู้คนคงล้นหลามเข้ามาชมมากมาย เพราะแม่โจ้มีฝีมือในการประกวดจัดสวนนานาชนิด คว้ารางวัลมามากมาย แม้แต่งานลอยกระทงที่ผูกขาดรางวัลชนะเลิศติดต่อกันถึงปัจจุบัน ต้องให้เครดิตแม่โจ้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของสังคม นอกเหนือจากงานผลิตผลและผลิตภัณฑ์มาโชว์ในงานอีกมากมาย ล้วนเป็นฝีมือบรรดานักศึกษาทั้งสิ้น ใครไปเที่ยวงานแม่โจ้ที่ผ่านมา วันที่ 8-16 ธันวาคม 2561 นั้น รับรองไม่ผิดหวัง แม่โจ้ เป็นสถาบันการเกษตรที่เก่าแก
ผมจำได้ว่า ตอนเด็กๆ พวกเราเพื่อนๆ ร่วมชั้นที่มีเชื้อจีนจะมีของกินซึ่งดัดแปลงจาก “ของไหว้” วันตรุษจีนคล้ายๆ กันทุกปี จะหมูรวนเค็มก็ดี ไก่คั่วซีอิ๊วก็ดี เป็ดคั่วเกลือก็มาก หากเป็นของกินเล่น ก็มักเป็นขนมเข่งที่แล่ชิ้นแบนๆ ตากแดดจนแห้ง เวลากินก็ย่าง จี่ หรือทอดให้พองกรอบ เพราะไม่มีบ้านไหนสามารถจัดการของไหว้มหาศาลได้หมดภายในมื้อสองมื้อแน่ บางบ้านก็แปรสภาพเนื้อสัตว์ กระดูกโครงไก่โครงเป็ดเป็นต้มจับฉ่ายผักรวม นับว่าเข้าท่าดีเชียวครับ ปีนี้ผมพลอยได้ของกินจากเพื่อนบ้านเป็นไก่นึ่งชิ้นโตๆ ปกติแล้ว ที่บ้านผมไม่ค่อยกินไก่ฟาร์มกัน จึงได้อุ่นไก่ชามนั้นอยู่สองสามครั้ง จนเนื้อเริ่มแน่นแข็ง มีน้ำไก่ออกมาหล่อเลี้ยงชิ้นไก่เสียชุ่มทีเดียว ครั้นหวนทบทวนสำรับสมัยเด็ก นอกจากรู้สึกว่าไก่คั่วมันธรรมดาไปหน่อยแล้ว ก็ดูเหมือนจะเหลือทางเลือกไม่มากนักแล้วล่ะครับ สำหรับไก่อุ่นหลายมื้อแบบนี้ เลยคิดว่า เอามาทำเป็น “น้ำพริกผัดไก่” ดีกว่า อัน “น้ำพริกผัด” กับ “น้ำพริกเผา” นั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยแยกแยะไว้ให้ชัดเจนแล้วในข้อเขียนเรื่องน้ำพริกของท่าน ว่า น้ำพริก “ผัด” นั้นคือเอาเครื่องเคราเกือบทั้งหมดไปทอดในน้ำมัน แถมพ
ในช่วงเวลานี้ (วันที่ 9-12 มกราคม ของปีนั้น) ได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ ไปดูหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม ประทับใจในวิถีชีวิตของพี่น้องชาวบ้านที่มีอัตลักษณ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน ได้เห็นแม่น้ำมูลที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ความทรงจำที่ประทับใจ ไฉนจะลืมเลือนได้ ตอนเช้า วันที่ลมหนาวพัดมาเอื่อยของปีนั้น บนริมฝั่งลำน้ำมูล ชายหนุ่มคนนั้นเดินทอดน่องชื่นชมวิวทิวทัศน์ตรงหน้า มองแม่น้ำมูลที่ไหลล่อง บนผิวน้ำมีหมอกขาวลอยอยู่จางๆ เหนือผิวน้ำ สะพานทอดข้ามลำน้ำมูล มองไปจากฝั่งตรงข้ามวัดโพธิ์ (วัดโพธิ์พฤกษาราม) ดูเด่นเป็นสง่า สะพานนี้ทอดสู่ถนนสามารถนำพาไปจังหวัดร้อยเอ็ด หากเลี้ยวขวา ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไปอำเภอชุมพลบุรี ทะลุไปถึงอำเภอสตึก ของจังหวัดบุรีรัมย์ ถ้าหากจะไปในลานสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ หรือที่เรียกกันว่า สวนรัก ในเขตอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ต้นไม้ ทั้งไม้ใบ และไม้ดอกขึ้นเขียวไสว ต้นรักออกดอกสีม่วง เกิดจากการปลูกหรือลมพัดพาเกสรจากแดนไหน ถึงชูช่องามจับใจเช่นนั้น มองออกไปไกลๆ สุดตา เรือลำเล็กๆ สองสามลำ เจ้าของเรือคงออกหาปลาเพื่อทำเป็นอาหารและ
หนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่าง “ถ่านแมคคาเดเมีย” เป็นนวัตกรรมภายใต้โครงการพัฒนาดอยตุงในพระราชดำริของสมเด็จย่า ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจและรักษ์สิ่งแวดล้อม “ถ่านแมคคาเดเมีย” นี้ ได้รับการพัฒนาโดย ศ.ดร.จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้โครงการพัฒนาดอยตุง ในหัวข้อการพัฒนาขยะจากกระบวนการผลิตถั่วแมคคาเดเมียเพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2549 ถ่านแมคคาเดเมีย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งดูดกลิ่น ดูดสารพิษ เร่งให้ข้าวหรืออาหารสุกเร็วขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิว และยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้ การนำผงถ่านที่สามารถแผ่รังสีอินฟราเรดแบบไกล (Far Infrared) และบดบังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้มาผสมกับเส้นใยเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอ สำหรับเครื่องแต่งกายนี้สามารถช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของผู้สวมใส่ได้ดี และยังสามารถพัฒนาให้สร้างประโยชน์ทางการแพทย์ได้หลายประการ ด้วยเทคนิคเฉพาะที่สามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานของผงถ่านได้
ประเทศไทย กำลังก้าวข้ามการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก พัฒนาสู่การเกษตรยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีการบริหารจัดการแบบ Smart Farming รวมทั้งนวัตกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย เข้ามาช่วยพัฒนาการผลิตให้มีต้นทุนต่ำลงและได้ผลผลิตคุณภาพดีจำนวนมากขึ้น สอดคล้องกับโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป เครื่องทำความสะอาดใบกะเพรา “เครื่องทำความสะอาดใบกะเพรา” เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทยที่ช่วยแก้ปัญหาภาคการเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจได้อย่างน่าสนใจ เครื่องทำความสะอาดใบกะเพรา เป็นผลงานของ น.ส. พนิดา พวงบุบผา และ น.ส. ประภาภรณ์ ธรรมชาติ สาขาการบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานครสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เกิดจากนักศึกษาลงพื้นที่สำรวจการทำงานของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกะเพราเพื่อการส่งออก ในพื้นที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พบว่า มีปัญหาในการคัดสิ่งแปลกปลอม และใบที่ไม่ได้มาตรฐานออก และไม่ได้สวมแบบชุดยูนิฟอร์มที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ทำให้เส้นผมและสิ่งต่างๆ ตกลงไป และทำให้เกิดความล่าช้าในกา
