เทคนิคเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรใช้แหนแดงร่วมกับปุ๋ยเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทั้งปุ๋ยและพืชอาหารสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี ถึงแม้ว่าราคาปุ๋ยเคมีในปัจจุบันจะปรับลดลงแล้ว แต่กรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ปรับปรุงค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม รวมทั้งการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน (ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ) พร้อมถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ทำหน้าที่เป็นต้นแบบและกลไกการขยายผลสู่ชุมชนรอบข้าง โดยอีกหนึ่งแนวทางที่มีประโยชน์และเป็นที่นิยมของเกษตรกรคือ การผลิตและใช้แหนแดง แหนแดง เป็นเฟิร์นลอยน้ำชนิดหนึ่งมีขนาดเล็ก เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนธรรมชาติ โดยกระบวนการตรึงไนโตรเจนของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง ทำให้แหนแดงมีประโยชน์ในด้านเป็นปุ๋ยชีวภาพทดแทนหรือลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้ เนื่องจากแหนแดงมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ สูงถึง 4.6 % ซึ่งสูงก
หน้าร้อนทีไร หลายคนที่ปลูกผักต้องเจอปัญหา ดินแห้ง ใบไหม้ ผักเหี่ยวเฉา หรือบางครั้งก็โดนแมลงศัตรูพืชเล่นงานจนหมดแปลง อากาศร้อนจัดทำให้น้ำระเหยเร็ว ดินแข็งตัว และรากพืชดูดซึมสารอาหารได้ยากขึ้น แต่รู้ไหมว่า ถ้ารู้วิธีรับมือก็สามารถปลูกผักหน้าร้อนให้รอดและได้ผลผลิตดีเหมือนเดิม สภาพอากาศถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเพาะปลูกพืชผัก และก็เป็นสิ่งที่ยากในการควบคุม แต่เกษตรกรสามารถเตรียมตัวได้ดีโดยการศึกษาสภาพพื้นที่ที่ปลูกและทำความเข้าใจกับพืชผักที่เลือกปลูก เช่น พันธุ์ วิธีการปลูก การจัดการโรคและแมลง รวมไปถึงการดูแลหลังเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ผลผลิตเสียหาย ดังนั้น เกษตรกรควรศึกษาข้อมูลของพืชที่ปลูกให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปลูกพืชอะไรและทำไมต้องปลูก รวมถึงวิธีดูแลที่เหมาะสม เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 10 เคล็ดลับเด็ด ที่จะช่วยให้แปลงผักของคุณอยู่รอดปลอดภัยตลอดหน้าร้อนกันเลย จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย 1. เลือกปลูกผักที่ทนร้อน ไม่ใช่ผักทุกชนิดจะทนแดดจัดได้ดี เลือกปลูกพืชที่เหมาะกับฤดู ก็ลดความเสี่ยงไปได้เยอะ พืชเหล่านี้ทนร้อนดี ไม่เหี่ยวง่าย และให้ผลผลิตดีแม้อากาศจะแห้งแล้ง
หลายๆ ผลงานศิลป์มักซ่อนเรื่องราวหรือสตอรี่ไว้ในงาน บางชิ้นมีคอนเซ็ปต์ที่ทำให้เราทึ่งจนต้องหยุดคิด และบอกเลยว่ากว่าจะออกมาเป็นผลงานแต่ละชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย! วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาคุณไปรู้จักกับบุคคลที่ทำให้เราหลงรักคอนเซ็ปต์ศิลปะของเขา คุณเดียว-ฐานันดร ศรีเพ็ญ เจ้าของเพจ OTTO Farm Studio ผู้เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้จากโคราชให้กลายเป็นงานศิลป์ที่มีมูลค่า เริ่มต้นจากศูนย์แบบไม่มีทั้งทุนและประสบการณ์ด้านศิลปะ ผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน แต่ด้วยความหลงใหลและไม่ยอมแพ้ เขาศึกษา ลองผิดลองถูก และรับฟังความรู้จากคนรอบข้าง จนสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและไม่เหมือนใครออกมาได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของคุณเดียวในการทำงานศิลป์มาจากความฝัน แต่ไม่มีทุน เขาเล่าว่า “ตอนนั้นทำสตูดิโอไปพร้อมกับงานประจำ ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านขายอะไหล่รถยนต์ ผมก็เลยขอแผ่นไม้ที่ใช้ใส่อะไหล่มาแทนเฟรมผ้าใบ เพราะไม่มีเงินซื้อเฟรม หลังจากนั้นก็เริ่มมองหาของใกล้ตัว อย่างเศษเครื่องปั้นดินเผา อะไหล่เก่าๆ หรือพาเลทจากร้านเฟอร์นิเจอร์ แล้วค่อยๆ ต่อยอดสร้างงานจากสิ่งเหล่านี้ทีละนิด สีสันเหล่านี้มาจากไหนกันนะ? ที่เห็นหลากหลายสีสันแบบนี
แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชหรือแปลงพยากรณ์ศัตรูพืช เป็นหนึ่งในวิธีการอารักขาพืชหรือการบริหารจัดการศัตรูพืช ที่กรมส่งเสริมการเกษตร นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจติดตาม และเฝ้าระวังศัตรูพืช เพื่อสามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดการระบาดของศัตรูพืช และเตือนภัยแก่เกษตรกรได้ทันท่วงที นำไปสู่การเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วย พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกผักและผลไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่ง เช่น วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มีการใช้แปลงพยากรณ์ศัตรูพืช ในการป้องกันศัตรูพืชและแจ้งเตือนภัยสถานการณ์ศัตรูพืชให้กับสมาชิกกลุ่มได้ทราบ จึงได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที ว่าที่ร้อยโท ธีรภัทร ศรีคงอยู่ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ทางสำนักงานเกษตรอำเภอวังน้ำเขียวได้เข้ามาส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองบงพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำ ให้ความรู้การ
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านวันนี้ จะพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต “กลิ่นของไส้เดือน” ที่ไม่ได้มีแค่กลิ่นดินชื้นอย่างที่คิด ไส้เดือนชนิดนี้มีชื่อว่า Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้า ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Perionyx excavatus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จุดเด่นของมันไม่ใช่แค่สีลำตัวที่ออกโทนม่วงน้ำเงินสวยงามเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากไส้เดือนทั่วไป โดยปกติแล้ว เมื่อพูดถึงไส้เดือน ภาพจำของเรามักมาพร้อมกับกลิ่นดินหรือความอับชื้น แต่รู้หรือไม่ว่า มีไส้เดือนสายพันธุ์หนึ่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว “คล้ายดอกไม้” อย่างน่าประหลาดใจ ไส้เดือน “ไม่ได้มีกลิ่นตลอดเวลา” แต่จะส่งกลิ่นออกมาในบางสถานการณ์เท่านั้น โดยเฉพาะเวลาที่มัน ถูกรบกวนหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย จะอยู่ในกลุ่ม “ขนาดกลาง” ไม่เล็กจิ๋วและไม่ใหญ่เท่าไส้เดือนดินบางชนิด โดยลักษณะขนาดทั่วไปคือ Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้าจะส่งกลิ่นอย่างไรบ้าง ? Blue Worm หรือ ไส้เดือนสีฟ้า ตัวมันเองจะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแรงๆ หากมีกลิ่นแรงหรือเหม็นมาก มักไม่ไ
มะละกอเป็นผลไม้ที่มีความนิยมสูงในประเทศไทย ด้วยรสชาติหวานฉ่ำและคุณค่าทางโภชนาการที่มากมาย การปลูกมะละกอในปัจจุบันมีเทคนิคต่างๆ ที่สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลไม้ได้ หนึ่งในนั้นคือการ “เสียบยอด” ที่ช่วยให้มะละกอออกดอกเร็วและติดผลได้ดี การปลูกมะละกอ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผลมีรูปทรงสวยงามเป็นทรงกระบอก ตรงตามความต้องการของตลาดและขายได้ราคาดี ต้องปลูกจากต้นมะละกอเพศกะเทย แต่ชาวสวนจะทราบได้อย่างไรว่า มะละกอต้นไหนเป็นต้นตัวผู้ วิธีคัดเลือกเพศแบบดั้งเดิมคือ การปลูกจากเมล็ดเพื่อดูดอก แต่มีข้อเสียคือใช้เวลา 2-3 เดือน ปัจจุบันมีวิธีการคัดเลือกเพศมะละกออีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถผลิตต้นกล้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สามารถผลิตต้นกล้าได้ปริมาณมาก การขยายพันธุ์มะละกอวิธีนี้เรียกว่า “การเสียบยอดมะละกอ” แบบไม่อาศัยเพศ วิธีเสียบยอดมะละกอ ข้อดีของการปลูกมะละกอเสียบยอด นอกจากจะคัดเลือกต้นกล้าที่เป็นต้นกะเทยได้แล้ว ต้นมะละกอยังมีการเจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตเร็วขึ้น โดยร่นระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ประโยชน์ของการเสียบยอด การปลูกมะละกอด้วยวิธีเสียบยอดเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอ
สถานการณ์พลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รวมถึงในภาคการเกษตร ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการทำการเกษตร ทั้งใช้กับเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าในสวน และเครื่องจักรกลต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นช่วงที่ทุเรียนเริ่มออกดอก ติดผล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วง สภาพอากาศแห้งแล้ง ชาวสวนจึงต้องใช้น้ำจากลำธาร หรือบ่อเก็บน้ำของแต่ละสวนที่ติดตั้งระบบเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อรดน้ำต้นทุเรียนที่ปลูกไว้บนภูเขาสูง ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อขาดน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้กับเครื่องสูบน้ำ ส่งผลให้ต้นทุเรียนของเกษตรกรบางรายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จนยืนต้นตาย นอกจากนี้ การที่ทุเรียนได้รับน้ำไม่เพียงพอจะส่งผลต่อผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพอีกด้วย แต่ที่สวนทุเรียนของ เฮียเต๋อ-นายวิสุทธิ์ โชตน์ธนานันต์ เกษตรกรแปลงใหญ่ในตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา หันมาใช้เครื่องสูบน้ำโซลาร์เซลล์ เป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนพลังงานจากน้ำมัน ในภาวะที่ต้องเผชิญกับน้ำมันขาดแคลน หรือมีราคาสูงในขณะนี้ เฮียเต๋อเล่าว่า เนื่องจากสวนทุเรียนของตนเองอยู่บนเขา เมื่อก
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นยุค “ข้าวยากหมากแพง” ที่บีบให้ทุกคนต้องรัดเข็มขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ความมั่นคงทางอาหาร” จึงกลายเป็นทางรอดสำคัญที่หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างคลังอาหารปลอดภัยไว้ในครัวเรือน เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤตนี้ ด้วยการนำเสนอไอเดีย “ปลูกผักสลัดในกล่องโฟม” ทางเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคประหยัด เพราะใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนต่ำ และสามารถเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นแหล่งอาหารสดใหม่ที่เก็บกินได้ทุกวัน โดยข้อดีของการปลูกผักในกล่องโฟมคือ ปลูกและดูแลง่าย ต่างจากการปลูกผักลงดินที่จะต้องมีขั้นตอนการเตรียมดิน หมักดินก่อนปลูก เนื่องจากการปลูกผักไฮโดรโปนิกในกล่องโฟม จะมีการดูแลเพียง 2 ปัจจัยหลักๆ คือ น้ำ และธาตุอาหาร AB เท่านั้น เทคนิคการปลูกผักสลัดในกล่องโฟมต้นทุนต่ำ ผลผลิตคุณภาพ ตลาดต้องการสูง 1. เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ด ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดในกระดาษทิชชู โดยเริ่มจากการนำกระดาษทิชชูมาวางทับซ้อนกัน วางในกล่องพลาสติก จา
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักปลา” เป็นแหล่งสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ดิน บำรุงต้น ช่วยให้ออกดอกเร็ว บำรุงต้นก่อนออกดอกช่วยให้ออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็ว ซึ่งการใส่น้ำหมักปลาลงดินจะช่วยให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ได้ผลผลิตปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพดี ช่วยให้ช่อดอกมีความยาวเพิ่มขึ้นและช่วยในการแตกยอดใหม่ของพืช แต่ถ้าใช้ในอัตราเข้มข้นก็จะทำหน้าที่ปราบศัตรูพืชได้ รวมถึงพืชสามารถใช้กรดอะมิโนในการผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้ วิธีสังเกตว่าจะนำน้ำหมักมาใช้ได้ ระยะที่ 1 สังเกตน้ำหมักจะออกเข้มข้นเป็นฟองใหญ่ไม่แตกง่าย ระยะที่ 2 ฟองจะค่อยๆ เล็กและแตกง่ายจะมีกลิ่นหอม ระยะที่ 3 ฟองจะค่อยๆ เล็กลงมากมีกลิ่นน้ำส้มคล้ายกลิ่นแอลกอฮอล์และฟองจะละเอียดมากขึ้น วิธีใช้ : พ่นทางใบ ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 100-150 ลิตร ปริมาณการพ่น 7-10 วันต่อครั้ง และใช้ราดลงดิน ราดโคน ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 50 ลิตร ปริมาณการใช้อย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้ง หรือ 30-40 วันต่อครั้ง ข้อแนะนำ : กรณีใช้ปลาทะเล ก่อนหมักให้ล้างปลาด
สำหรับคนที่ชอบปลูกผักแต่มีพื้นที่น้อยมามุงกันตรงนี้! เพราะวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน มีสูตรเด็ดการปรุงดินปลูกผักในภาชนะมาแชร์ให้ทุกคนได้ทำตามกันง่ายๆ มีผักให้เก็บกินชัวร์ สูตรปรุงดินสำหรับปลูกผักในกะละมัง 1. เริ่มจากการนำกะละมังมาเจาะรูเพื่อไว้สำหรับระบายน้ำให้ทั่วก้นกะละมัง ด้วยสว่านขนาด 3 หุน จำนวน 8 รู (โดยกะละมังที่นำมาปลูกผักมีขนาดความกว้าง 45 เซนติเมตร สูง 16 เซนติเมตร หาซื้อได้จากร้านขายพลาสติกทั่วไป) 2. การปรุงดินปลูก ประกอบไปด้วย 1. ดิน 2 ส่วน 2. แกลบ 1 ส่วน 3. ขี้วัว หรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน 4. ขุยมะพร้าว 1 ส่วน และ 5. ใบไผ่ 1 ส่วน นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วรดด้วยน้ำหมักจากเศษผัก ผลไม้ หมักทิ้งไว้ 7 วัน โดยให้ใช้ผ้าคลุมปิดไว้เพื่อไม่ให้ดินโดนแสงแดด ช่วยลดอุณหภูมิของส่วนผสมต่างๆ ให้ย่อยสลายได้ดีขึ้น 3. หลังจากหมักดินจนได้ที่ ให้นำดินมาใส่ในกะละมังที่เจาะรูเตรียมไว้ แล้วหยอดเมล็ดผักที่ต้องการลงปลูกได้เลย 4. อัตราการปลูกผักต่อ 1 กะละมัง หากเป็นผักสวนครัว อย่างเช่น ผักกาดขาว คะน้า กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย ต้นหอม สามารถปลูกผักได้ประมาณ 11 หลุม หยอดหลุมละประมาณ 4 เมล็ด หรือดูที่อัตราการงอกของ
