เทคนิคเกษตร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเลี้ยงจิ้งหรีดเชิงพาณิชย์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพราะจิ้งหรีดเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือก แต่ “มูลจิ้งหรีด” ยังกลายเป็นอีกหนึ่งวัสดุอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจในวงการเกษตร เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงดิน บำรุงพืช ให้พืชงอกงามอีกด้วย ปุ๋ยมูลจิ้งหรีด เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่อุดมด้วยธาตุอาหารหลัก NPK (ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม) และธาตุอาหารรองต่างๆ รวมถึงอินทรียวัตถุสูง ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ใบเขียว รากแข็งแรง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีปริมาณธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยคอกทั่วไป และสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผสมดินปลูก , ทำน้ำหมัก หรือโรยหน้าดิน มูลจิ้งหรีดเหมาะกับปลูกพืชชนิดใด 1. ผักสวนครัวและผักกินใบ เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาด กวางตุ้ง โหระพา กะเพรา 2. ไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง กล้วย มะนาว ทุเรียน (ใช้ในปริมาณเหมาะสม) 3. ไม้ดอก ไม้ประดับ ช่วยให้ต้นแข็งแรง แตกใบใหม่ดี และดินมีความสมบูรณ์มากขึ้น จากผลการศึกษาพบว่า มูลจิ้งหรีดมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่ามูลไก่ในหลายด้าน เช่น มีไนโตรเจนประมาณ 2.3-2.6%, ฟอสฟอรัสประมาณ 1.6-2.0% และโพแทสเซียม
ความปลอดภัยของผู้บริโภค ขึ้นอยู่กับเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำแห่งความปลอดภัย เกษตรกรจะต้องมีจรรยาบรรณในการใช้สารเคมี จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้อย่างเคร่งครัด คือปฏิบัติตามฉลากที่ติดไว้บนภาชนะบรรจุ เมื่อพ่นสารไปแล้วจะต้องทิ้งช่วงระยะเวลาก่อนการเก็บเกี่ยวตามที่แนะนำในฉลาก ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในอันดับแรก ผศ.ขยัน สุวรรณ ภาควิชาอารักขาพืช อดีตหัวหน้าโครงการคลินิกพืช มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้คำแนะนำกับเกษตรกรก่อนจะตัดสินใจพ่นสารกําจัดแมลงว่า ขอให้มีการสํารวจตรวจสอบก่อนว่ามีแมลงอะไรมาก น้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ยังคงใช้ วิธีเดิมๆ คือพ่นสารเคมีตามตารางที่กําหนดไว้ เช่น ทุก 2-3 วัน หรือทุกๆ 5-7 วัน ทั้งๆ ที่ไม่มีความจําเป็นต้องทําอย่างนั้นเลย เพราะไม่มีแมลงหรือมีก็ไม่มากพอที่จะทําความเสีย หายได้มากมาย สําหรับแมลงตัวเล็กๆ เกษตรกรควรมีอุปกรณ์ช่วยคือ แว่นขยายแบบมือถือ (hand lends) สําหรับเอาไว้สํารวจดูแมลงตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ยไฟ การใช้สารกําจัดแมลงของเกษตรกรใน ปัจจุบันนับว่าน่าเป็นห่วงมากกว่าเดิม เพราะจากกระแสของการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการฉีดพ่นสารกําจัดแมลงนั้น กลายเป็นดาบสองคม เพร
เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี(Neonothopanus nambi (Speg.) R.H. Petersen & Krisai) ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย โดยศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์และคณะ เมื่อปี 2544 ในเขตพื้นที่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โคกภูตากา อำเภอเวียงเกา จังหวัดขอนแก่น ลักษณะคล้ายเห็ดนางรมแต่เป็นเห็ดพิษ ในสภาพตอนกลางวัน ก้านดอกและครีบมีสีขาว แต่เมื่อในสภาพกลางคืน หรือที่ไม่มีแสงดอกเห็ดจะเปล่งแสงสีเขียวอมเหลือง กลไกการทำลายศัตรูพืช สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ที่มีผลต่อการตายของตัวอ่อนระยะที่ 2 (J2) ของไส้เดือนฝอยรากปม ซึ่งเป็นระยะสำคัญที่ทำให้พืชเป็นโรครากปม คือ สารออริซิน เอ (aurisin A) ซึ่งสารนี้มีผลต่อระบบประสาทของไส้เดือนฝอยทำให้ไส้เดือนฝอยไม่สามารถเคลื่อนที่และ ตายในที่สุด นอกจากนี้ในเส้นใยของเห็ดเรืองแสงยังมีสาร ออกฤทธิ์อื่น ๆ เช่น nambinones A-D, 1-epi-nambinone และ aurisin K เป็นต้น ซึ่งมีผลในการยับยั้งการฟักไข่ และฆ่าตัวอ่อนของไส้เดือนฝอยรากปมได้อีกด้วย การผลิตหัวเชื้อและก้อนเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ก
การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานส่งผลให้ โครงสร้างดินเสียหาย ดินแน่นทึบ ขาดออกซิเจน และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่า โคนเน่า และโรคเหี่ยว ชีวภัณฑ์ (Bioproducts) หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการบำบัดและฟื้นฟูดิน รวมถึงการควบคุมโรคพืช นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ก่อนใช้ชีวภัณฑ์ ควรเร่งระบายน้ำที่ขังออกจากแปลงปลูกให้เร็วที่สุด กำจัดเศษซากพืชและขยะ แล้ววิเคราะห์ดิน เนื่องจากหลังน้ำท่วมขังดินมักเป็นกรด จึงอาจต้องใช้ปูนขาวประมาณ 200-500 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อฆ่าเชื้อโรคเบื้องต้น ประกอบกับเมื่อดินเริ่มหมาดให้ไถพรวนระบายอากาศเพิ่มออกซิเจน ตากดินอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อทำลายเชื้อโรคและไข่แมลง ใส่ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, หรือพืชสด (เช่น ถั่วพร้า) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ เมื่อปรับปรุงดินและสภาพแวดล้อมกลับสู่สภาวะปกติแล้ว ให้ใช้ชีวภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา ช่วยควบคุมและทำลายเชื้
เมื่อสวนมะพร้าวประสบภาวะน้ำท่วม การฟื้นฟูอย่างเป็นระบบถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้ต้นกลับมาให้ผลผลิตที่สมบูรณ์ได้ตามเดิม กรมส่งเสริมการเกษตรได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ครอบคลุม 5 ด้าน ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้เพื่อกู้ชีพสวนได้ทันที 1️⃣ การจัดการพื้นที่ การระบายน้ำที่ขังออกจากพื้นที่ปลูกมะพร้าวเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด 2️⃣ การปรับปรุงดินและบำรุงดิน หลังน้ำท่วม ดินอาจขาดความสมบูรณ์และมีปัญหาเรื่องความเป็นกรด-ด่าง การปรับปรุงดินจะช่วยให้ต้นมะพร้าวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 3️⃣ การบำรุงต้นและการใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยควรทำอย่างต่อเนื่องตามระยะการเจริญเติบโต เพื่อให้ต้นมะพร้าวได้รับธาตุอาหารที่เหมาะสม 4️⃣ การป้องกันกำจัดศัตรูพืช หลังน้ำท่วม ความชื้นและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคและแมลงได้ 5️⃣ การให้น้ำ เมื่อจัดการฟื้นฟูส่วนต่างๆ เสร็จแล้ว การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ต้นมะพร้าวกลับมาเจริญเติบโตได้ดี หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ใกล้บ้านท่าน ที่มา กรมส่งเสริมการเกษตร
ชื่อนี้ “สุชล สุขเกษม” ใครๆ ก็น่าจะคุ้น ถ้าก้าวเข้ามาในพื้นที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะคุณสุชลเป็นคนรุ่นเก่าที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ เรียนจบเพียงประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วยพ่อแม่ทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีอยู่ กระทั่งปี 2532 เดินทางไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย ตลอด 8 ปีที่ทำงาน คุณสุชลคิดเก็บเงินเพื่อนำมาสร้างบ้านและทำเกษตรแบบพอเพียง ในพื้นที่ที่พ่อและแม่ให้ไว้ เมื่อกลับมาก็ลงทุนทำการเกษตร ตามที่เห็นว่าชาวบ้านใกล้เคียงทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่โชคไม่ได้เข้าข้าง เมื่อทำแล้วต้องเป็นหนี้ เพราะไม่เคยได้จับงานเกษตรมาก่อน ความฝันของการปลูกบ้านและทำเกษตรบนที่ดินที่แม่ให้ไว้ต้องเริ่มใหม่ ไม่นาน ด้วยความตั้งใจใฝ่รู้ คุณสุชลสมัครเข้าอบรมการทำการเกษตรทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ได้เรียนรู้หลายสิ่ง นำมาประกอบกันและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง สวนเดิมที่พ่อและแม่ยกให้เป็นร่องสวน และปลูกมะพร้าว อาชีพเดิมที่ชาวบางคนทีส่วนใหญ่ทำกัน การต่อยอดที่ทำได้ตอนนั้นคือ การทำน้ำตาลมะพร้าว แต่สิ่งที่คุณสุชลเรียนรู้มาสอนให้ทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน คุณสุช
หลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็นหลุมลึกๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่น่าลองทำคือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช อาจจะทำหลายๆหลุม ขนาดที่กำลังพอแรง คือขนาดกว้าง 80-100 เซนติเมตร จะทำวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ระยะห่างระหว่างหลุม 4×4 เมตร ถ้ามีพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ 100 หลุม หรือถ้าไม่มีที่เป็นผืนก็สร้างหลุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา มุมบ้าน หลังครัว ขอบบ่อน้ำ ริมทางเดิน ได้หมด หลุมพอเพียง เป็นวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุม เริ่มจากเตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กำหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นปลูกไม้ในหลุมนี้ ลงได้ถึง 4-5 ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดน้ำ ปลูกซ้ำ และเกื้อต่อการกำจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูลกันเอง ต้นไม้ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น 5 ประเภท 1. ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บน้ำ เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด เป็นพี่เลี้ยงให้พืชที่ไม่ชอบแดดจัดมาก ได้กล
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากรายจังหวัดชัยนาท เป็นหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จ ของการเกษตรแบบแปลงใหญ่ที่เกษตรกรรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็ง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ สามารถยกระดับสินค้าต่อยอดสู่โครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย พร้อมเปิดช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สอดรับกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จุดเริ่มต้น เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ได้เริ่มต้นเลี้ยงปลากรายเมื่อปี2558 แต่เดิมจำหน่ายผลผลิตให้พ่อค้าคนกลาง ทำให้ถูกกดราคา และไม่มีอำนาจการต่อรอง สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดชัยนาท ได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต และการถ่ายทอดความรู้ด้านการเลี้ยง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ต่อมาเข้าสู่โครงการ แปลงใหญ่ “ปลากราย จ.ชัยนาท”เมื่อปี 2563 แปลงใหญ่
. เก็บเมล็ดพันธุ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่าง หนึ่งในการเพาะปลูก เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีดิน และน้ำ แต่ถ้าต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกรอบ เราก็หนี ไม่พ้นการพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา เมื่อมีการ เพาะปลูกพืชผักเป็นจำนวนมาก เมล็ดพันธุ์ที่ต้องใช้ ก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย จะดีกว่าไหมถ้าเรา สามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์เองและเก็บเมล็ด พันธุ์ปลูกได้ในฤดูปลูกต่อๆ ไปได้การเก็บเมล็ด พันธุ์ที่จะนำเสนอในวันนี้ มี 2 ลักษณะคือ การเก็บ เมล็ดพันธุ์ แบบแห้ง และ การเก็บเมล็ดพันธุ์ แบบเปียก . เมล็ดพันธุ์แบบแห้ง ส่วนใหญ่มักจะอยู่ ในฝัก เช่น ถั่ว กระเจี๊ยบ ข้าวโพด และดอกไม้ ทั่วไป ให้นำฝักมามัดรวมกันและนำไปตากแดด ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นแกะเมล็ดออกจากฝัก ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ติดอยู่กับช่อดอกจำนวนมาก เช่น คะน้า ผักสลัด ผักกาด ให้นำช่อดอกตีเพื่อให้เมล็ด ร่วงออกมาจากช่อ ทำความสะอาดโดยการใช้ลม เป่าหรือใช้แรงงานคนในการคัดเมล็ดเพื่อแยก สิ่งเจือปนออกจากเมล็ดพันธุ์ จากนั้นนำมาใส่ ตะกร้าพึ่งลม และคอยเกลี่ยเมล็ดเพื่อให้แห้ง หากเมล็ดไม่แห้ง เมื่อเก็บรักษาจะทำให้เกิดความชื้นและความร้อนขึ้น ทำให้เมล็ดเสื่อมสภาพ อย่างรวดเร็วเกิดเชื้อราเข้าทำลาย .
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปี เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา เนื่องจาก ร.ต.สุรชัย บุญคง วัย 68 ปี มีผลงานโดดเด่นด้านการปลูกแฝกและเกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงประกาศยกย่อง ร.ต.สุรชัย บุญคง ในฐานะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ.2568 สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงโดยจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในวันศุกร์ที่ 9พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทำเกษตรหลังเกษียณ หลังลาออกจากข้าราชการทหาร ร.ต.สุรชัย บุญคง ผันตัวมาทำเกษตรโดยปลูกมันสำปะหลังและมะม่วง บนเนื้อที่ 26 ไร่ แต่รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายแถมมีปัญหาด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก จึงเปลี่ยนมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกปุ๋ยพืชสดเช่น ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า และปอเทือง
