เทคนิคเกษตร
ปลากะพงตัวขนาด 10 กิโล นอนอยู่บนถาดน้ำแข็ง ยังมีกุ้งแชบ๊วยขนาดเท่าฝ่ามือ ปูทะเล กั้ง รวมทั้งอาหารทะเลแปรรูป เช่น ปลากุเลาเค็ม กุ้งแห้ง กะปิ ฯลฯ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของผลผลิตจากทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ที่เกิดจากการทำประมงพื้นบ้านแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการทำงานอนุรักษ์ท้องทะเล ทำให้สามารถส่งผลิตภัณฑ์จากทะเลที่สดใหม่ได้คุณภาพ และปลอดสารเคมีมาให้กับผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้อหากันในราคาที่เป็นธรรม กำลังพูดถึง “โครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์” โดยมูลนิธิสายใยแผ่นดิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 กระทั่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักอย่างคึกคักในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ ที่ก้าวเข้ามาเป็นแฟนเอฟซี ออเดอร์สินค้าผ่านทางออนไลน์ เพราะติดใจในคุณภาพ และมั่นใจในความเป็นสินค้าอินทรีย์ที่สดใหม่ ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้นำเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล เล่าให้ฟังว่า โครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์เริ่มเมื่อปี 2556 วัตถุประสงค์คือ ต้องการโปรโมตตัวตนของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งมีวิถีที่อนุรักษ์ ใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และทำงานหนักมากในการที่จะดูแลชายฝั่
ผมเพิ่งลองทำกับข้าวของแนมจานหนึ่ง พบว่าเข้าท่าดี จะเอามากินแนมกับผัดกับแกงอื่นๆ ในสำรับก็ได้ หรืออยากกินเอาอิ่มเฉพาะแต่กับตัวมันเองเลยก็ไม่เลว แถมทำจากของพื้นฐานในครัว ด้วยขั้นตอนที่ง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรเลยด้วย “ไข่ดาวปลาเค็ม” นี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่ามีไข่ดาวเป็นหลัก ปลาเค็มเป็นรอง ส่วนรสชาติอื่นๆ เราปรุงคล้ายๆ ยำปลาเค็มนั่นเอง คือมีหอมแดงซอยกับพริกขี้หนูสวนหั่น ไว้ตัดเค็มและแก้เลี่ยนน้ำมัน มีของเปรี้ยวอีกสักอย่างมาชูให้รสแหลมชวนกินขึ้น ชั่วแต่ว่าคราวนี้ผมลองจับยำปลาเค็มมารวมกับไข่ดาวทอดกรอบๆ ที่ปกติเป็นของขาดสำรับไม่ได้สำหรับหลายๆ คนเท่านั้นเอง ก่อนอื่น ต้องมีปลาเค็มก่อนนะครับ ใช้ชนิดที่เราชอบ ผมเองชอบกินปลาอินทรีเค็ม ก็ทอดแล้วยีเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ตอกไข่เป็ดหรือไข่ไก่ใส่ถ้วย ตักเนื้อปลาเค็มโรยลงไปตรงไข่ขาว แล้วค่อยๆ เอาหางช้อนคุ้ยๆ กวนๆ ให้ปลาเค็มเข้าไปรวมกับไข่ขาว แต่อย่าให้ไข่แดงแตกเสียล่ะ ตั้งกระทะน้ำมันหมู ใส่ขมิ้นหั่นสักแว่นหนึ่ง เจียวพอให้น้ำมันออกสีเหลือง ไข่ดาวของเราจะได้สีสวยดีครับ พอตักเอาชิ้นขมิ้นออกแล้ว ค่อยๆ เทไข่ลงไปดาวจนเหลืองกรอบดีทั้งสองด้าน ช้อนขึ้นใส่จานไว้ ตอนน
ชีวิตเราชาวบ้าน การถนอมอาหารเป็นเรื่องสำคัญ พืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ เมื่อเราได้มาคราวละมากๆ เราต้องถนอมเอาไว้กินนานๆ ถ้าเป็นวิธีการทางสังคม อาจให้บ้านอื่นไป หลังแจกจ่ายไปแล้วไม่นาน บ้านไหนมีอะไรมาก บ้านนั้นก็จะนำมาให้เราตอบแทนเอง แต่ถ้าเป็นวิธีการรักษาอาหารไว้โดยไม่ให้เน่าเสีย เราชาวบ้านใช้วิธีหมักดอง การหมักดองแต่ละคราวขึ้นอยู่กับวัสดุที่ดอง เช่น ถ้าเราดองผักเสี้ยน เราชาวบ้านอาจใช้กะละมังใบเล็กๆ ก็ได้ ใส่ยอดผักเสี้ยนลงไป ข้าวสุกไปนิด เติมเกลือไปอีกหน่อย ปล่อยไว้ไม่นาน เราก็นำยอดผักเสี้ยนมาม้วนจิ้มพริกได้ ยิ่งถ้าดองเห็ดด้วยแล้ว พักเดียวเราก็นำมาต้มกินนกับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างทันอกทันใจ พูดถึงเห็ด บรรดาเห็ดที่กินอร่อยที่สุดคงไม่พ้นเห็ดโคน แถวๆ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ช่วงฤดูกาลเห็ดโคนขึ้น เราชาวบ้านออกหากันอย่างสนุกสนาน สมัยผู้เขียนเด็กๆ ยังพอมีป่าให้เข้าไปหา พอเติบโตขึ้นป่าหายหมด เราชาวบ้านจึงต้องเข้าไปหาในไร่อ้อย หรือไม่ก็ตามจอมปลวกในทุ่งนาแทน เรื่องการหมักดอง ถ้าเป็นของที่ต้องใช้เวลานานๆ แถมยังต้องการเก็บไว้กินข้ามฤดูกาล เราชาวบ้านก็มี “ไหหมักดอง” ไว้รองรับ ไหหมักดองไม่ได้เหมือนกัน
ผมเคยไปเวียดนาม แถบฮานอย-ซาปา เมื่อหลายปีก่อน และพบด้วยความประหลาดใจว่า ตามตรอกซอกเล็กซอยน้อยหน้าบ้าน ข้างบ้าน หรือริมทางสาธารณะ ไม่ว่าจะในเมืองขนาดย่อม หรือเมืองใหญ่ที่แออัดด้วยตึกรามบ้านช่องของคนเวียดนั้น มีแปลงผัก กระถางดินเผาปลูกผักสวนครัวไว้เป็นหย่อมๆ ทั่วไปหมดเลย เรียกว่าเขาใช้พื้นที่ว่างอันมีจำกัดนั้นทำเกษตรในเมืองเพื่อยังชีพเสริมได้คุ้มค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ ลักษณะทำนองนี้พบในเมืองขนาดเดียวกันของไทยบ้างเหมือนกันครับ แต่น้อยกว่ามากๆ ผมเองเกิดไม่ทันช่วงที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ กำลังเติบโต เลยเดาไม่ถูกว่า แต่ก่อนคนไทยเคยทำแบบนี้หรือเปล่า แล้วถ้าเคย มาเลิกทำไปตอนไหน เพราะเหตุใด จะว่ามีผักซื้อจากตลาดกินเพียงพอแล้ว ก็ไม่น่าใช่ ราคาผักแพงที่ยังบ่นอุบอิบกันมานานจนถึงทุกเมื่อเชื่อวันนี้ แสดงว่าเรายังไม่เพียงพอเรื่องผักแน่ๆ เพราะปกติเรากินผักผลไม้กันไม่มากเท่าไรหรือ อันนี้คงจะจริง ตัวเลขมาตรฐานของผักผลไม้ที่คนควรกินในปริมาณไม่ต่ำกว่า 400 กรัม ต่อวัน หรือ 44 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารทั้งหมดที่กินแต่ละวันนั้น คนในเมืองใหญ่ เช่นกรุงเทพฯ กินกันอยู่ที่ปริมาณเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่ถ้านี่เ
ข้าวยำเป็นอาหารพื้นบ้านของปักษ์ใต้ที่นิยมบริโภคกันมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการพัฒนาข้าวยำเป็นข้าวยำม้วนซูชิ ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้กับกรรมวิธีการทำซูชิ รูปแบบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลานหมู่ที่ 15 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ได้คิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นอาหารสุขภาพที่ทานได้สะดวก และเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการสนับสนุนด้านกรรมวิธีจากวิทยาลัยเทคโนโลยีวชิราโปลีสงขลา และได้รับสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ตามแผนปฏิบัติการเดินหน้าสงขลา เดินหน้าประเทศไทย 2560 การทำข้าวยำม้วน ใช้สาหร่ายเป็นแผ่นห่อเช่นเดียวกับซูชิญี่ปุ่น จากนั้นใช้ข้าวที่หุงผสมกับข้าวเหนียววางลงบนสาหร่ายเกลี่ยให้บาง ๆ วางพืชผัก สมุนไพรในท้องถิ่นและเครื่องปรุงอื่นๆ ตามลำดับ ก่อนจะม้วนให้เป็นแท่งกลมๆ และตัดเป็นชิ้น แล้วราดน้ำบูดู นางแจ้ว ดำสุวรรณ ประธานกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลาน บอกถึงจุดเด่นของข้าวยำซูชิว่า เป็นอาหารสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับคนทุกวัย พกพาสะดวก ตอบสน
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมคุยกับน้องชายคนหนึ่งที่เป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยในภาคใต้ ตัวเขาเองพื้นเพเป็นคนนครศรีธรรมราช พอผมคุยถึงเรื่องว่า ผมเพิ่งไปกินขนมจีนแป้งสดของทางกลุ่มอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในงาน “รวมพลคนเล่นเส้นขนมจีน” เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนร่วมจัดขึ้นที่วัดยางแดง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วรู้สึกว่าขนมจีนของปักษ์ใต้มีเอกลักษณ์ดี ทั้งยังทำเส้นได้เหนียวอย่างไม่น่าเชื่อ กินกับน้ำยากะทิ แกงไตปลา ก็เข้ากัน เขาฟังแล้วเลยระลึกชาติขึ้นมา บอกผมว่า แต่ก่อน แถวบ้านเขาที่ใต้มีโรงขนมจีนเยอะมาก ทำแป้งหมักเป็นหลัก เดี๋ยวนี้หายไป ทำกันแต่เส้นแป้งสด แถมรสชาติน้ำยาที่เคยเผ็ดจัดจ้านก็กลับกลายเป็นรสกลางๆ ไปเกือบหมดแล้ว เลยกินขนมจีนไม่อร่อยเหมือนสมัยเด็กๆ ผมคิดว่า อารมณ์ “อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม” โดยเฉพาะเรื่องกินนี้ มีเหตุเป็นไปได้ทั้งเพราะลิ้นเราเสื่อมสภาพตามอายุ หรือถูกทำลายการรับรู้รสไปโดยเครื่องปรุงรส ผงปรุงกลิ่นต่างๆ นานา และยังเป็นไปได้ด้วยว่า ความเปลี่ยนแปลงของอาหาร ทั้งวัตถุดิบ เครื่องปรุง วิธีปรุงนั้น ได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นะครับ ดังที่เหตุผลในการจัดงานเวทีแลกเปล
ข้าวเม่า มีลักษณะเฉพาะตัวที่มีความหอม มีสีเขียวธรรมชาติของเมล็ดข้าว คุณค่าทางอาหารคล้ายกับข้าวกล้อง เป็นข้าวที่ยังไม่สีเอารำออก จึงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ครบถ้วน เป็นอาหารพื้นบ้าน ชนิดที่สามารถนำมาผสมนมสด รับประทานเช่นเดียวกับอาหารเช้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีกลิ่นหอมรสชาติอร่อย และคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินบี ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ส่งผลดีต่อสุขภาพทำให้สุขภาพจิตดี มีความตื่นตัว มีสมาธิสูง ช่วยปรับระดับกลูโคสและสารอาหารรองในสมอง ช่วยให้ระบบการทำงานของสมองดี ก่อนที่ขนมโบราณชิ้นนี้จะถูกลืม ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่คงสืบทอดภูมิปัญญานี้ไว้เรื่อยมา หนึ่งในนั้นคือ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยไม้ซอด” อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ที่ยังคงผลิตข้าวเม่าอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่การแปรรูปจากข้าวเมนูนี้ยังคงอยู่ บ้านห้วยไม้ซอด เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางท้องทุ่งในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ที่ขึ้นชื่อในการผลิต”ข้าวเม่า”มานาน เรียกได้ว่าเป็นชุมชนผลิตข้าวเม่ารายใหญ่แห่งดินแดนอีสาน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยไม้ซอด ตั้งอยู่เลขที่ 57 หมู
บ้านใครอยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง หรือว่าเคยไปเที่ยวตามห้วยใหญ่น้อยที่ยังมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่บ้าง คงเคยเห็นต้นมะเดื่อริมน้ำกันแล้วแทบทั้งนั้นนะครับ มะเดื่อที่ขึ้นริมน้ำส่วนใหญ่เป็น มะเดื่ออุทุมพร ต้นมันสูงจนแทบมองไม่เห็นยอด ออกลูกตามโคนต้นและกิ่งก้าน แต่บางแห่งก็เป็น มะเดื่อปล้อง ต้นย่อมๆ ผิวลูกดิบมีน้ำมันเหนียวๆ และขนสีขาวเล็กละเอียด นอกจากนี้ก็มี มะเดื่อฉิ่ง ลูกเล็ก ไส้สีม่วงเข้ม มะเดื่อน้ำ ไม้รอเลื้อยต้นเตี้ย ผิวลูกดิบแม้ดูตะปุ่มตะป่ำ แต่แกงกินอร่อยมาก ชวนแกงกะทิมะเดื่อกินกันครับ เริ่มโดยการไปเก็บมะเดื่อต้นที่เราชอบกิน เอาที่ยังดิบอยู่ แต่อย่าให้อ่อนเกินไปนัก เพราะความอร่อยของมะเดื่อส่วนหนึ่งอยู่ที่เนื้อหนึบแน่นของผลใกล้แก่ และเมล็ดเล็กละเอียดๆ เคี้ยวกรุบกรับสนุกดี พอได้มาก็ปลิดขั้ว ล้างน้ำให้หมดยางขาวๆ หากลูกใหญ่นัก ก็ผ่าครึ่ง แช่น้ำเกลือไว้ สีจะได้ไม่ดำครับ และไหนๆ หม้อนี้เราจะยักย้ายไปใช้มะเดื่อแทนมะเขือตามสูตรปกติแล้ว ผมเลยคิดว่า อย่าไปแกงเผ็ด แกงคั่ว หรือแกงเขียวหวานอย่างที่เคยแกงกินกันมาจนเบื่อเลย แกง “เหลือง” หวานกินสักหม้อดีกว่า ผมก็พูดเสียใหญ่โต ความเป็นจริงก็คือ ผมจะใช้เครื่องพร
วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประสบความสำเร็จจากการรวมกลุ่มที่มีประสิทธิภาพเป็น Smart Group และพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานก้าวสู่ Smart Produce เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและได้รับรางวัลชนะเลิศวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2560 ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหรือคนในชุมชนได้รวมตัวกันประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชนและระหว่างชุมชน ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง และวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประสบความสำเร็จในการแปรรูปสมุนไพรโดยใช้องค์ความรู้ ภูมิปัญญา เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าสู่มาตรฐานเครื่องสำอางและสปาสมุนไพร สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั้งในและต่างประเท
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหม-ฝ้าย บ้านบัวงาม ตั้งอยู่เลขที่ 101/1 หมู่ที่ 3 บ้านบัวงาม ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดย คุณอำคา นามปัญญา เป็นผู้ก่อตั้ง พร้อมทั้งรับตำแหน่งประธานกลุ่ม กลุ่มได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ว่าด้วยเรื่องผ้าทอมือจากสีธรรมชาติ การย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ จนสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับสมาชิกทุกคน ต่อมากลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2546 ปัจจุบันนี้มีสมาชิกทั้งหมด 31 คน และได้ดำเนินกิจกรรมทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คุณอำคา ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหม-ฝ้าย บ้านบัวงาม เปิดเผยถึงความเป็นมาของกลุ่มว่า ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทอผ้าที่มีต่อคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้สอยในครัวเรือน ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน และเห็นโอกาสในด้านการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน จึงรวมกลุ่มเพื่อผลิตและจำหน่ายผ้าไหมผ้าฝ้ายจากสีธรรมชาติขึ้น ปรากฏว่าสินค้าของกลุ่มเราขายดีพอสมควร และได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ จากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจะเป็นผลิตภั
