เทคนิคเกษตร
เมล่อน ผลไม้หวานฉ่ำที่ใครหลายๆ คนหลงรัก ไม่ว่าจะกินสดหรือแปรรูปก็อร่อยแถมมีราคาดีจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจยอดนิยม แต่รู้หรือไม่ว่าการปลูกเมล่อนนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด! บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้ เทคนิคการปลูกเมล่อนแบบง่ายๆ ที่แม้แต่มือใหม่ก็สามารถทำได้ พร้อมเคล็ดลับดูแลตั้งแต่ต้นกล้าจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต จะปลูกไว้กินเองในครอบครัวหรือปลูกขายสร้างรายได้เสริม รับรองว่าปังแน่นอน มาเริ่มต้นปลูกเมล่อนไปพร้อมกันเลย คุณสำราญ หน่อนาคำ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับด้านเกษตรเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเปิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตรอย่างครบวงจร “พอมาเปิดร้าน เริ่มมีเงินทุนมากขึ้น เราก็เริ่มขยายพื้นที่บริเวณที่อยู่ใกล้ร้านเรา เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ หรือแม้แต่เมล่อนที่คนมองว่าปลูกยาก เราก็มาแนะนำบอกสอนด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำเองที่บ้านได้ ซึ่งเราจะเน้นให้ตรงคอนเซ็ปต์ที่ว่า การเกษตรไม่ได้กินเฉพาะทางปากเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสุขทั้งทางสายตาและสมองด้วย จึงทำให้จิตใจมีความสุข ซึ่งที่น
ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกติกาการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการปรับรูปแบบการผลิตให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะ “ปาล์มน้ำมัน” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ การนำองค์ความรู้ทางวิชาการและเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วยชี้ให้เห็นว่า การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรได้จริง นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของภาคเกษตรไทยที่ต้องเร่งปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกสินค้าพืชเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน)” โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตปาล์มน้ำมัน เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์ส
ใครจะคิดว่า “มะยม” ผลไม้ลูกเล็กที่หลายคนอาจมองข้าม จะมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการแก้หวัดและเสริมภูมิคุ้มกัน มะยมไม่เพียงแต่มีรสชาติเปรี้ยวสดชื่น แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย หน้าบ้านใครหลายๆ คน อาจจะต้องมีปลูกมะยมกันบ้าง เวลามะยมออกผลทีเรียกได้ว่าดกจนกินแทบไม่ทัน จะเอามาจิ้มพริกเกลือ หรือทำยำมะยมรสเด็ดเอาไว้กินแก้ง่วง ใส่เครื่องให้ครบรสเผ็ด เค็ม หวาน ให้เข้ากับรสเปรี้ยวของมะยม แค่พูดก็น้ำลายสอแล้ว คุณค่าทางโภชนาการของมะยม มะยมเป็นแหล่งวิตามินซีที่สูงมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหวัด นอกจากนี้ มะยมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย อีกทั้งยังมีแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟื้นฟูพลังงานในร่างกาย มะยมกับการแก้หวัด การบริโภคมะยมสามารถช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ดี เพราะวิตามินซีในมะยมช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ น้ำมะยมคั้นสดยังช่วยลดอาการเจ็บคอ และเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่รู้ส
ขยะโฟม หรือโพลีสไตรีน (Polystyrene) เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยากต่อการย่อยสลาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว ด้วยคุณสมบัติน้ำหนักเบาแต่ทนทาน ทำให้โฟมถูกใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการบรรจุภัณฑ์อย่างแพร่หลาย แต่เมื่อหมดอายุการใช้งาน โฟมกลับกลายเป็นขยะที่สร้างมลพิษสะสมในสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนขยะโฟมให้มีคุณค่า ด้วยแนวคิด Upcycling Upcycling คือ กระบวนการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบที่มีคุณค่ามากขึ้น และหนึ่งในแนวทางที่กำลังได้รับความสนใจคือการนำขยะโฟมมาแปรรูปเป็นวัสดุมวลเบา เช่น กระถางต้นไม้ บล็อกก่อสร้าง และแผ่นฉนวนกันความร้อน วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะที่ยากต่อการย่อยสลาย แต่ยังช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่มาและแนวคิดของสิ่งประดิษฐ์ จากทีมนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว ด.ช.วุฒิชัย จันทร์ส่งแสง ด.ช.ศุภสัณห์ ละเอียด และอาจารย์ที่ปรึกษา 2 ท่านด้วยกัน ได้แก่ นายบุญส่ง ทวีทรัพย์ และนางสาวสุภาพร คำแหง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยลดปัญหาขยะโฟม โดยนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตกระถางปูน นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดมลพิษจากขยะโฟม แต่ยัง
ในบ่ายของวันที่อากาศแจ่มใส สามเพื่อนเกลอกำลังนั่งทายปัญหาที่แสนจะประเทืองปัญญากันอยู่… อัครเดช: นี่ๆ พวกเธอคิดว่าอะไรแพงที่สุดในโลก พรประภา: อืมมม…ก็น่าจะเป็นเพชรละมั้ง? สมเกียรติ: ปฏิสสาร… อัครเดชและพรประภา: …?… อัครเดช: แหะๆๆ สงสัยจะไกลตัวเกินไป…เอ่อ งั้นถ้าเป็นของที่กินได้ล่ะ อะไรแพงที่สุดในโลก? พรประภา: ก็ต้องนี้เลย…ไข่ปลาคาเวียร์ เห็ดทรัฟเฟิล ไม่ก็เนื้อมัตสึซากะ… สมเกียรติ: หญ้าฝรั่น… อัครเดชและพรประภาหันควับไปมองหน้าสมเกียรติทันที สมเกียรติหัวเราะฮึ พลางส่งสายตาที่ตีความหมายได้ว่า “อ่อนหัด มีความตั้งใจ แต่ก็ยังอ่อนหัด” แล้วเดินจากไปท่ามกลางความมึนงงของสหายที่เหลือทั้งสอง พลันเกิดภาวะสุญญากาศไปชั่วขณะหนึ่ง…ทำไมสมเกียรติจึงกล่าวเช่นนั้นกันนะ?? เรื่องปฏิสสารน่ะช่างมันก่อน (เพราะถ้าจะให้อธิบายละก็ยาวแน่ๆ) แต่เจ้าหญ้าฝรั่นนี่มันคืออะไร…และไหนๆ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาแล้ว งั้นตามเรามาดูข้อมูลของหญ้าฝรั่นกันเลยดีกว่า… “หญ้าฝรั่น” ชื่อนี้คนทั่วไปอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าเป็นผู้ที่อยู่ในวงการอาหารหรือสมุนไพรละก็เป็นต้องร้องอ๋อกันทุกคน เพราะเจ้าหญ้าท
บัวบกเป็นพืชผักล้มลุกที่ปลูกง่าย มีชีวิตยืนยาวหลายฤดูกาล ชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีแสงแดดรำไรและมีความชื้นแฉะ เช่น ตามขอบคันนา ริมสระ ริมคลองน้ำ โดยเถาบัวบกจะเลื้อยไปตามผิวดิน เรียกว่า ไหล สามารถใช้นำไปปักชำ ขยายพันธุ์ปลูกต่ออายุได้ไปหลายฤดู บัวบักสามารถแพร่พันธุ์ได้ตลอดปี เจริญเติบโตได้เร็วมาก มักพบแพร่หลายในช่วงฤดูฝน ในช่วงฤดูแล้งจะปรับตัวให้ใบเล็กลง ก้านสั้นลง แต่มีความแข็งแกร่ง ออกใบยอดเป็นกระจุกที่ข้อ ซึ่งก็ลำต้นจริงของพืชชนิดนี้ เป็นทั้งจุดกำเนิดไหล ใบ ราก ดอก ทุกส่วนของบัวบกมีคุณประโยชน์แก่มนุษย์เราทั้งสิ้น บัวบก เป็นยาเย็น รสขมเฝื่อน เนื่องจาก บัวบกเป็นยาเย็นจัด หากกินมากอาจทำให้ท้องอืดท้องร่วง หัวใจสั่น ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะได้ เคล็ดการกินบัวบกอย่างง่ายๆ และได้ผลดี คือเอาบัวบกทั้งต้น ทั้งราก มาจิ้มน้ำพริกกิน วันละหนึ่งกำมือ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวในร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้อีกโขแล้ว ส่วนวิธีปรุงบัวบกนั้น มี 2 วิธี คือ คั้นน้ำบัวสด เป็นวิธีทำน้ำบัวบกเป็นเครื่องดื่ม คือ นำบัวบกสดมา 1 กำมือ ตำให้แหลกละเอียด แล้วเติมน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากัน กรองกากออก
อุปสรรคสำคัญของการปลูกทุเรียนคือ โรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุด สามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของต้นทุเรียน สร้างความเสียหายอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตลดลง และอาจทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียนอย่างถูกวิธี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร ได้ศึกษาวิจัยวิธีป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าและฟื้นฟูสภาพต้นทุเรียนที่เป็นโรคในพื้นที่ภาคตะวันออกนี้ทำให้ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นประเภทพัฒนางานวิจัยในปี 2566 โดยได้จัดทำแปลงต้นแบบถ่ายทอดขยายผลเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนด้วยวิธีผสมผสานที่นำมาปรับใช้ในพื้นที่ปลูกทุเรียนในภาคตะวันออก ประกอบด้วย การวิเคราะห์พื้นที่ ดูการเขตกรรม ตัดแต่งทรงพุ่มไม่ให้แน่นทึบ แดดส่องลงถึงพื้นดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค ขุดร่องระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังโคนต้น เก็บดินวิเคราะห์ธาตุอาหารเพื่อส่งเสริมให้พืชแข็งแรง กรณีดินเป็นกรด แนะนำปรับด้วยปูนขาว ฟื้นฟูระบบรากกรณีรากเน่าและเน่าคอดินโดยการราดด้วยสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนีย
แม้จะมีการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ยังคงสร้างภาระ ความว้าวุ่นให้กับแลนด์ลอร์ด เศรษฐีที่ดิน หลังรัฐบาลหมดโปรโมชัน ลดอัตราการจัดเก็บเพื่อบรรเทาภาระ เดินหน้าเก็บในอัตรา 100% รวมถึงปี 2569 ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่ประเภท “ที่ดินรกร้างว่างเปล่า” ในกรณีเจ้าของที่ดินปล่อยร้างเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งตั้งแต่ปีที่4 จะเก็บเพิ่มในอัตรา 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 3% สำหรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีอัตราเพดานอยู่ที่ 1.2% – มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3% – มูลค่า 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4% – มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5% – มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6% – มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7% จากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยังคงเห็นเจ้าของที่ดินนำที่ดินปรับสภาพเป็นเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าเกณฑ์ “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้เสียในอัตราที่ถูกลง – มูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01%– มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%– มูลค่า 100-500 ล้านบาท อัตรา
“โกโก้” พืชเศรษฐกิจเขตร้อน ที่มักปรากฏตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ของหวาน หรือแม้แต่สินค้าอุปโภคก็สามารถพบเจอส่วนผสมของโกโก้ได้ทั้งสิ้น โดยของแปรรูปที่ทำจากโกโก้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้นนมหวานแสนอร่อยอย่าง “ช็อกโกแลต” อันเป็นที่โปรดปรานของใครหลายต่อหลายคน ซึ่งโดยมากเรามักจะคิดว่าช็อกโกแลตต้องมาจากต่างประเทศเท่านั้นจึงจะเป็นโกโก้ที่ดี แต่แท้จริงแล้ว โกโก้ที่มาจากประเทศไทยเองก็มีดีไม่แพ้โกโก้จากประเทศอื่นๆ เลย และไม่ว่าใครก็สามารถปลูกโกโก้ในพื้นที่ของตัวเองได้ ! วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูวิธีและขั้นตอนการปลูกโกโก้อย่างง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น การปลูกโกโก้ สำหรับผู้ปลูกโกโก้เบื้องต้น จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าในประเทศไทยมีพันธุ์โกโก้ที่ปลูกเพื่อแปรรูปอยู่ 3 ชนิด คือ พันธุ์ชุมพร พันธุ์ IM1 และพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้ผ่านการตอน ติดตา ทาบกิ่ง และการเพาะเมล็ด โดยแบ่งลักษณะการปลูกออกเป็น 2 แบบ ดังนี้ 1. การปลูกแบบพืชเชิงเดี่ยว สำหรับการปลูกโกโก้ในลักษณะของพืชเชิงเดี่ยว ควรปลูกในระยะห่าง 3×3 หรือ 3×4 เมตร และหากเลือกป
ทุกวันนี้เมืองไทยกำลังเผชิญปัญหาดินเสื่อมโทรม จากปัญหาดินเค็ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทั้งนี้ สามารถแบ่งประเภทดินเค็มได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของพื้นที่ที่พบ คือ 1. ดินเค็มชายทะเล 2. ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินเค็มชายทะเล เกิดจากตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาตกทับถมในทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ลำคลองแถบชายฝั่งทะเล เมื่อมาตกทับถมกันนานเข้าก็จะกินบริเวณกว้างขวางจนเกิดเป็นหาดเลน และเมื่อมีตะกอนดินทับถมมากขึ้นก็จะค่อยๆ พัฒนาเป็นแผ่นดิน มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม เนื้อดิน เป็นดินเหนียวซึ่งมีลักษณะเป็นเลน มีสีเทา หรือสีน้ำเงินปนเทา การระบายน้ำเลว ดินเค็มชายทะเล ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชทั่วๆ ไปได้ เพราะดินมีความเค็มสูงมาก มีพืชธรรมชาติบางชนิดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถขึ้นได้ดีในดินพวกนี้ ได้แก่ แสม โกงกาง ลำพู ตะบูน ประสัก รวมเรียกว่า ป่าชายเลน ปรือ ป่าโกงกาง ดินเค็มชายทะเลนี้พบอยู่ตามชายฝั่งทะเลของภาคใต้ และภาคตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ดินเค็มชายทะเล สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ดินเค็มโซเดียม และดินเค็มกรด ซึ่งจะกลายเป็นดินเปรี้ยวจัด หากดินนี
