เทคนิคเกษตร
จันทน์เทศ (Nutmeg, Myristica fragrans) เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย ผลจันทน์เทศมีลักษณะคล้ายมะนาวหรือลูกพลัม ผลสุกที่มีขนาดพอๆ กับลูกละมุดจะเปลี่ยนเป็นสีเนื้อจางๆ แล้วปริออก ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้น เนื้อสีน้ำตาลอ่อนของผลจันทน์เทศก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน ถัดจากเนื้อจันทน์เทศที่ปริเป็นร่องลึก เผยให้เห็นใยหุ้มสีแดงเข้มสดใสซึ่งเรียกว่า ดอกจันทน์เทศ (Mace) ดอกจันทน์เทศ จึงไม่ใช่ดอกไม้ แต่เป็นเยื่อหุ้มเปลือกเมล็ด หรือรก ภายในเยื่อหุ้มนี้จะมีเมล็ดจันทน์เทศที่มีเปลือกสีดำเงาวับ เปลือกนี้แข็งแต่เปราะ ภายในเป็นเนื้อเมล็ดจันทน์เทศสีน้ำตาลอ่อนเรียกว่า ลูกจันทน์เทศ (Nutmeg) มีกลิ่นแรง หอมเฉพาะ รสขม ฝาด เปรี้ยว เผ็ดร้อน อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของจังหวัดพังงา คุณจุฑามาศ ส่องแสง หรือ คุณจ๋า เจ้าของสวนส่องแสง ตั้งอยู่ที่ 59/10 หมู่ที่ 7 ตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เกษตรกรรุ่นใหม่ ดีกรีปริญญาโท คณะเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับบ้านเกิดสานต่องานสวนของที่บ้าน พร้อมพัฒนาและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดพังงา ออกสู่สายตาชาวไทยและต่างชาติ คุณจ๋า เล่าให
เก็บตก ผลงานวิจัยเด่นและนวัตกรรมอาชีวศึกษาในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023)” จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในปีนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาร่วมออกบูธ นำเสนอผลงานภายใต้ชื่อ “การพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอเพื่อยกระดับชุมชนสู่ความยั่งยืน” ประกอบด้วยผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาชีวศึกษา จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ผ้าร่วมสมัยลายอัตลักษณ์ประจำถิ่น โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี 2. ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกผัดมัดย้อมสีธรรมชาติสีลูกจาก โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี 3. อุปกรณ์ขับเคลื่อนกระสวยทอผ้ากึ่งอัตโนมัติ โดย วิทยาอาชีวศึกษาสกลนคร 4. DWM เครื่องฟอกย้อมและล้างเส้นด้ายระดับชุมชน โดย วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ การนำเสนอผลงานนิทรรศการในครั้งนี้ มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเกี่ยวกับ “สิ่งทอ” (Textile) ซึ่งถือเป็น Soft Power ที่สำคัญของไทย โดยใช้กระบวนกา
สงขลา “เมนูข้าวสตู” 1 ใน 77 เมนู ทั่วประเทศ ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปีงบประมาณ 2566 “ร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง” ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ที่ได้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ที่สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นที่ 3 รสชาติความอร่อยของข้าวสตูร้านนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้าวสตูเกียดฟั่ง ซึ่งโกลักชาวจีนไหหลำ ที่เดินทางมาทำมาหากินในเมืองสงขลา ได้ถ่ายทอดสูตรทำสตูหมูไก่ เมื่อครั้งที่ตนเองไปเป็นกุ๊กอยู่บนเรือฝรั่ง ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ ซึ่งมีโกยาว เป็นเจ้าของร้านเกียดฟั่งรุ่นที่ 1 ซึ่งได้นำเมนูข้าวสตู มาปรับปรุงดัดแปลงสูตรดั้งเดิมเพื่อให้ถูกปากคนท้องถิ่น จนได้รสชาติสมบูรณ์แบบเข้ากับยุคสมัย จนกลายเป็นที่นิยมชื่นชอบของผู้มาเยือน น้ำซุปสตูจะมีความแตกต่างจากสูตรทั่วๆ ไป (สตูอังกฤษดั้งเดิมใช้เนย) โดยน้ำซุปของร้านเกียดฟั่ง จะเป็นน้ำซุปกระดูกหมูต้มกับเครื่องเทศและผสมกับหางกะทิ จนได้มาซึ่งน้ำซุปเข้มข้นและหอมมัน ภายในซุปยังมีเนื้อหมู เนื้อแดง และเครื่องใน แต่ผู้บริโภคก็สามารถสั่งหมูกรอบใส่ลงไปในซุปได้อีกด้วย บรรยากาศ หน้า
“เครื่องจักสาน” นั้นถือเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวอุษาคเนย์ โดยจะประดิษฐ์แตกต่างกันไปทั้งรูปแบบ และขนาด เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยตามแต่ละท้องถิ่น อ.ดร.ดินาร์ บุญธรรม ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงรากของเครื่องจักสานในภูมิภาคนี้ไว้ว่า คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มประดิษฐ์เครื่องจักสานมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อเริ่มหยุดการเร่ร่อน และตั้งหลักแหล่งที่อยู่อาศัย จึงเริ่มคิดประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องจักสานที่สามารถใช้เป็นภาชนะใส่ของต่างๆ และเครื่องมือทุ่นแรง ที่ทำให้ชีวิตมนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น แม้เราจะไม่พบเครื่องจักสาน ที่เป็นหลักฐานจากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีในประเทศไทย เนื่องจากเครื่องจักสาน ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย แต่ด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า คนในดินแดนที่เป็นประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน รู้จักประดิษฐ์เครื่องจักสานเพื่อใช้งาน ก่อนรู้จักการทำเครื่องปั้นดินเผา โดยสันนิษฐานจากลวดลายของเครื่องปั้นดินเผาว่า มีทำลวดลายให้คล้าย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Zanthoxylum limonella Alston ชื่อวงศ์ Rutaceae (วงศ์ส้ม) ชื่ออื่นๆ หมากมาศ (กรุงเทพฯ) ลูกระมาศ มะแข่น มะข่วน บ่าแข่น หมักช่วง (แม่ฮ่องสอน) กำจัดและกำจัดต้น คะเจ้าเป็นไม้เมืองเหนือที่ฮุ้จักว่าใช้เป็นเครื่องเทศ เผ็ดร้อนคล้ายเม็ดพริกไทยดำ จาวเหนือหลายจังหวัด ทั้งเจียงฮาย แม่ฮ่องสอน น่าน ใช้แทนพริกไทยดำ โดยนำเมล็ดไปคั่วไฟอ่อนๆ พอมีกลิ่นหอมแล้วใส่ในส้มตำปลาร้า และยำจิ้นไก่ แต่ช่วงที่มีคนรู้จักคะเจ้ามากคือ มีคนชื่อ “การุณย์ มะโนใจ” เขียนเรื่องราวของคะเจ้าเผยแพร่ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่าเป็นพืชพรรณดีเมืองพะเยา คือมะแขว่นพันธุ์ใหม่ และมะแขว่นพันธุ์พื้นเมือง ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง แม้ว่าคนทั่วไปทางภาคอื่นๆ จะไม่รู้จักคะเจ้าดีนัก แต่ก็มีบทเพลงพื้นบ้านทางเหนือยังขับร้องไว้ว่า “มะแข่วนดีปี๋ ไผมีขะใจ๋เอามาคั่วเหียนา ใส่ลาบบ่ขื่น” แปลว่า ใครมีมะแข่นกับดีปลีให้รีบเอามา แล้วคั่วใส่ลาบ จะได้ไม่มีรสขื่น เพราะคะเจ้ามีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดร้อนเล็กน้อย เรื่องชื่อของคะเจ้าก็แปลกดี เคยมีคนเขียนชื่อคะเจ้าผิดว่า “ไม้แขวน” จึงสับสนไปหมด ดีนะว่าชื่ออีกชื่อคือมะข่วน ยังไม่เคยมีใครเขี
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ชะมวงพืช ชะมวง ไม้ยืนต้นอยู่ในป่าเขตร้อนชื้นหรือพื้นที่ชื้นแถวเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในเมืองไทยมีมากทางภาคใต้ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคตะวันออก เอาใบที่ให้รสเปรี้ยวปรุงลงในแกงเผ็ดโดยใส่หมูหรือกระดูกหมูอ่อน รู้จักกันทั่วไปว่า “แกงหมูชะมวง” จนเป็นเอกลักษณ์ของภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ทั้งที่จังหวัดระยองและจังหวัดตราดก็มีแกงชะมวงแบบเดียวกับที่จังหวัดจันทบุรีเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าแกงหมูชะมวงเป็นแกงเฉพาะถิ่นจันทบุรีไปแล้ว ใครไปเที่ยวจันทบุรีก็เป็นต้องถามหาแกงหมูชะมวงกันทั้งนั้น อย่ากระนั้นเลย เข้าครัวไปด้วยกัน ทำแกงหมูชะมวงกันดีกว่าไหม เครื่องปรุงพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้งแกะเมล็ดออก 10 เมล็ด พริกขี้หนูแห้งแกะเมล็ดออก 8 เมล็ด ตะไคร้หั่นซอย 6 ช้อนโต๊ะ หอมแดงหั่นซอย 5 ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่นซอย 4 ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นซอย 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูดหั่นซอย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ กะปิห่อใบตองลนไฟให้หอม 1.5 ช้อนโต๊ะ วิธีทำเครื่องพริกแกง นำเครื่องพริกแกงทั้ง 7 รายการลงกระทะ คั่วไฟอ่อนๆ จนได้กลิ่นหอม สังเกตที่พริกถ้าพริกเริ่มแห้งใกล้ไหม้ ให้ตักเครื่องพริกแกงทั้งหมดลงครก พร
การมีชีวิตยืนยาวเท่าไหร่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญกว่าคือเราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรให้มีความสุขกับชีวิต วิชาชีวิตคือวิชาที่ยากมากจริงๆ แถมใช้เวลาเรียนมากที่สุดอีกด้วย ไม่มีปิดเทอมไม่มีวันหยุด ไม่มีหนังสือเรียนไม่มีการสอนพิเศษ เรียนกันจนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ ครูที่ดีที่สุดคือความผิดพลาดที่ต้องเรียนรู้ เพราะบนโลกนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ ถ้ามันง่ายไปเสียหมด คงไม่เรียกว่าชีวิต จำไว้ว่าความเห็นต่างย่อมสวยงามเสมอ เราไม่รู้ว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่เราจะไม่มีวันเสียใจเลยถ้าเราทำวันนี้ให้เป็นวันดีที่สุด สวัสดีครับแฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากๆ จากเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา เนื่องจากจะได้รับการส่งเสียงไปหาที่โทร. 081-846-0652 หรือในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ไอดีไลน์ Janyos ชนิดไม่ขาดหาย ปักษ์นี้ยินดีเป็นอย่างมากสำหรับเรื่องราวที่จะนำมาเสนอ และต้องการให้แฟนๆ ที่สนใจชื่นชอบกับการท่องเที่ยวเช่นนี้ได้ไปเยี่ยมหาพร้อมสัมผัสพวกเขากันสักครั้ง ผมมั่นใจว่าหากได้ไปเยี่ยมหาสักครั้งคงมีครั้งต่อๆ ไปตามมาอีกอย่างแน่นอน เพราะที่น
เขตมีนบุรี เป็น 1 ใน 50 เขตปกครองของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ในอดีตเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญในฝั่งกรุงเทพตะวันออก เป็นพื้นที่ทำสวน ทำไร่ ทำนา บ่อปลา นาบัว แต่ปัจจุบัน กระแสความเจริญของชุมชนเมือง รวมทั้งด้านอุตสาหกรรมรุกล้ำพื้นที่ทางการเกษตร ทำให้พื้นที่การเกษตรเริ่มลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม มีการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนโดยส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชนในศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (มีนบุรี) รวมถึงการผลิตและการแปรรูปสินค้าการเกษตรโดยศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรให้ความรู้ด้านการเกษตร ด้านการจัดการศึกษาในพื้นที่เขตมีนบุรี ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของประชากรเพราะมีสถานศึกษาในสังกัดภาครัฐ และเอกชนรวม 38 แห่ง ปัจจุบัน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เขตมีนบุรี (สกร.เขตมีนบุรี) สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร (สกร.กรุงเทพมหานคร) เป็นหนึ่งในสถานศึกษาทางเลือกของชุมชนแห่งนี้ มีสถานศึกษาในพื้นที่การปกครอง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สกร.แขวงมีนบุรี และ สกร.แขวงแสนแสบ สกร.เขตมีนบุรี ภายใต้การนำของ คุณสมถวิล คำทอง ผู้อำนวยการ สกร.เขตมีนบุรี มุ่งมั่นทำหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ ก
ผมเคยพูดถึงลูก “กำจัด” หรือพริกพราน, มะข่วง (Z.rhetsa (Roxb.) DC.) ไปครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน โดยผมพบวางขายที่ตลาดสดในเขตตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี มันเป็นเครื่องเทศสมุนไพรประจำถิ่นที่ชาวบ้านหาเก็บได้จากป่าเขาแถบนั้น และตามตำราก็บอกว่า ฤดูกาลที่พบมาก คือกลางหน้าหนาว ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี แต่เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง ผมพบลูกกำจัดสุก เปลือกสีแดงสด วางขายเป็นมัดเล็กๆ ที่ตลาดเช้าวันอาทิตย์ ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ คุณน้าคนที่เก็บมา เธอขายมัดละ 20 บาทเท่านั้น จึงได้ความรู้ใหม่ (ซึ่งหลายคนอาจทราบดีอยู่แล้ว) ว่ากลางปีก็มีลูกกำจัดขายในตลาดหลายแห่ง เพราะอีกไม่กี่วัน ผมก็พบที่ตลาดสดตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล อีกแห่งหนึ่ง แม้จะรู้จักลูกกำจัดมานานแล้ว เพราะแถวบ้านแม่ผม คือย่านอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก็มีคนกะเหรี่ยงเก็บมาขาย แต่ผมยังไม่เคยลองเอาลูกสดๆ สีเขียวๆ แดงๆ มาปรุงกับข้าวหลายๆ แบบเลย ต่อเมื่อได้ลองทำดูในคราวนี้ จึงพบว่า นี่คือรสชาติความเผ็ดหอมอันโอชะยิ่งของวัฒนธรรมอาหารย่านภาคกลาง และในเมื่อยังไม่เห็นใครพูดถึงกันมากนัก เลยขอถือโอกาสเอาประสบกา
รวม 8 ผักที่อาจพบสิ่งปนเปื้อนอย่างพยาธิได้มากที่สุด!! สำหรับใครที่ชอบทานผักวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีข้อมูลดีๆ ที่อยากมาแบ่งปันและเตือนให้แม่บ้านทุกท่านที่ซื้อผักมาประกอบอาหารควรล้างผักให้สะอาดเสียก่อน เพราะเราได้หาข้อมูลสถิติผัก 8 ชนิดที่พบพยาธิปนเปื้อนมากที่สุด เมื่อจัดอันดับออกมาแล้วพบว่ามีทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง 63.3% ผักชีไทย 44.8% ต้นหอม 43.3% ผักชีฝรั่ง 36.7% ผักกาดจีน 23.3% ผักสลัด 20% โหระพา 10% ผักบุ้งจีน 6.7% เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เราซื้อผักมา เราควรจะนำผักไปล้างทำความสะอาดก่อนนำมารับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทานผักสดหากเราล้างไม่สะอาดจะทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก : Baan Archawin
