กรมชลประทาน
กรมชลประทาน มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้พัฒนา“ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา” ใช้ยางแผ่นรมควันจากเกษตรกรเป็นวัสดุทำทุ่น กางแผนปี 2564 ปูพรม ติดตั้ง 10,149 ทุ่น ครอบคลุมคลองส่งน้ำและประตูระบายน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 1-17 คาดช่วยแก้ปัญหาวัชพืชกีดขวางการไหลของน้ำในระบบชลประทานได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมต่อ ยอดวิจัยสาร “สวพ.62-RID No.1” ใช้กำจัดผักตบชวาตายโดยสิ้นเชิง ไม่ทำลายคุณภาพน้ำ ต้นทุนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นายธนา สุวัฑฒน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ได้มุ่งพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้พัฒนา “ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา” (Para.-Log Boom) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเอง โดยนำยางพารามาใช้เป็นวัสดุทำเป็นทุ่นดักผักตบชวา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบแนวทางการใช้ยางแผ่นรมควันจากเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ และแก้ปัญหายางพาราล้นตลาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแ
กรมชลประทาน เผยความก้าวหน้า ในการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” เครื่องมือสำรวจบินถ่ายภาพ และผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการชลประทาน มุ่งสนับสนุนภารกิจงานชลประทาน สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างสูงสุด คุณจันทรา งาเนียม ผู้อำนวยการส่วนเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน เดินหน้าวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ โดยได้เริ่มต้นพัฒนา อากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” ขึ้นใช้งานเอง เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือสำรวจบินถ่ายภาพ และผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการชลประทาน นับว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานแผนที่สากล ASPRS 2014 สามารถใช้สนับสนุนภารกิจงานชลประทานได้หลายด้าน อย่างไรก็ดี ในอนาคต กรมชลประทาน จะมีแผนที่ภาพถ่ายที่พัฒนาจากอากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” ด้วยระบบการขึ้นลงทางดิ่ง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ในพื้นที่จำกัด จากเดิมที่ใช้ระบบการขึ้นและลงจอดแบบ Semi auto โดยใช้นักบินควบคุมการนำอากาศยานขึ้นและมีผู้ช่วยนักบินในการโยนอากาศยานขึ้น (
กรมชลประทาน ชี้แจงกรณี โครงการฝายขุนน้ำสะเนียนพร้อมระบบส่งน้ำจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ และพัฒนาพื้นที่ชุมชนบ้านห้วยลู่ เมืองน่าน งบกว่า 10 ล้านบาท ไม่สามารถใช้เก็บกักน้ำได้ แท้งค์น้ำสูงใหญ่ที่หวังแก้ปัญหาชาวบ้านขาดน้ำกินน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง ตอนนี้ยังเป็นต้นหนาว แต่น้ำกับไม่มีในระบบ นั้น ดร.สุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ และพัฒนาพื้นที่ชุมชนบ้านห้วยลู่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เริ่มก่อสร้างวันที่ 1 มิถุนายน 2562 แล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีของสถานีวัดน้ำฝนอำเภอเมืองน่าน ปกติจะมีฝนตกเฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 1,244.02 มิลลิเมตร (มม.) แต่ในช่วงฤดูฝนปี 2563 ที่ผ่านมา สถานีวัดน้ำฝนอำภอเมืองน่าน ที่อยู่ห่างจากที่ตั้งโครงการฯ ประมาณ 39 กม. มีปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,091 มม. และสถานีวัดน้ำฝนอำเภอบ้านหลวง ที่อยู่ห่างจากที่ตั
กรมชลประทาน นำโดย นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จัดพิธีปล่อยคาราวานเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งปี 2563/64 โดยมี ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน (ที่ 5 จากซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน ตลอดจน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ (ที่ 5 จากขวา) ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมอบนโยบาย โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้
“เฉลิมชัย” สั่งกรมชลประทาน จับตาปัญหาความเค็มรุกล้ำแม่น้ำท่าจีนรายชั่วโมง ลดผลกระทบเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้บริเวณคลองจินดา พร้อมเร่งบรรทุกน้ำจืดช่วย ขณะที่ปริมาณน้ำ “ลุ่มเจ้าพระยา” เหลือน้อย เกษตรกรทำนา เกินแผน 2.6 ล้านไร่ นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ เพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นรายชั่วโมง ภายใต้การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อแก้ปัญหาความเค็ม โดยเฉพาะการควบคุมความเค็มในบริเวณคลองจินดา หลังจากเมื่อ วันที่ 2 ก.พ. ค่าความเค็มพุ่งสูงถึง 2.29 กรัม ต่อลิตร สูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 0.25 กรัม ต่อลิตร และค่ามาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาต้องไม่เกิน 0.50 กรัม ต่อลิตร ทั้งนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้ระบายน้ำเพื่อเจือจางความเค็ม ให้มีการติดตั้งเครื่องวัดความเค็ม แบบเรียลไทม์ 8 แห่ง ในแม่น้ำท่าจีน และสั่งกรมชลประทานร่วมประชุมเกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ที่ได้รับผลกระทบ จากค่าความเค็มสูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ไม่มีน้ำจืดรดกล้วยไม้ โดยให้เกษต
กรมชลประทาน จัดสรรงบ 5.6 พันล้าน จ้าง 9.4 หมื่นคน ขุดลอกคูคลอง-ซ่อมแซม-ปรับปรุงงานชลประทาน เล็งชวนแรงงาน คืนถิ่น ร่วมโครงการ หลังตกงาน ร้านอาหารปิดกิจการ โละพนักงาน จากพิษโควิด–19 รับรายได้เฉลี่ยคนละ 13,294 บาท นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 กรมชลประทาน ได้จัดสรรงบประมาณ ปี 2564 วงเงิน 5,662 ล้านบาท สำหรับจ้างงานเกษตรกร 94,000 คน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยคนละ13,294 บาท แรงงานที่จ้างทำหน้าที่ซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำ และระบบน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง และการจัดการคุณภาพน้ำ ล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2564 มีการจ้างงานไปแล้ว 8,237 คน ประมาณ 8.76% ของเป้าหมายที่วางไว้ วงเงินที่จ้างงานประมาณ 109.49 ล้านบาท หรือประมาณ 1.93% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ สำหรับหลักเกณฑ์การจ้างงานจะให้กับ 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ 1.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือเกษตรกรในพื้นที่ 2.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานใ
นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิงท้ายเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดกำแพงเพชร โดยเดินทางไปยังบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการอาคารบังคับน้ำคลองกระถิน อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ และบริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการอาคารบังคับน้ำหนองขวัญ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมพบปะพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้แทนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวหากสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้จนแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค และควบคุมการส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมชลประทาน วางมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินโควิด 19 ย้ำบุคลากรต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นหมอชนะ ลดความเสี่ยง หลีกเลี่ยงเส้นทางการระบาดไวรัสโควิด 19 นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม เพื่อเน้นย้ำการปฏิบัติและขั้นตอนการดำเนินการเมื่อมีการตรวจพบการติดเชื้อในสถานที่ของกรมชลประทาน ร่วมกับผู้บริหารกรมชลประทาน ผ่านระบบ Web Conference ไปยังสำนักงานชลประทานทั่วประเทศ รวมไปถึงสำนัก กอง ส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง การประชุมในครั้งนี้ มีเป้าหมายติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และมาตรการการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร โดยขอความร่วมมือให้หน่วยงานพิจารณาดำเนินการตามข้อสั่งการของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ความก้าวหน้าผลการสอบสวนโรคและตรวจสอบ Timeline ผู้ป่วย ซึ่งหากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ขอให้รายงานมายังศูนย์ประสานของกรมฯ เพื่อรายงานไปยังกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป ทั้งนี้ ได
กรมชลประทาน วางแผนกำหนดมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 เจ้าหน้าที่สายวิชาการ เน้นย้ำบุคลากรทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค. โดยไม่ให้กระทบต่อภารกิจหลัก นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ในสายงานวิชาการ ผ่านระบบ VDO Conference ไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจถึงแนวทางและกรอบการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสายงานวิชาการ ตามมติที่ประชุมศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมชลประทาน ที่ขอความร่วมมือให้รองอธิบดีในสายงานควบคุม สั่งการ กำชับ กวดขันผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด ซึ่งกำหนดให้บุคลากรต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ข้อกำหนดและมาตรการป้องกันโรคของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ของรัฐบาล ที่ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยว
กรมชลประทาน เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระดมเครื่องจักรเครื่องมือเร่งระบายน้ำ พร้อมจับมือ กฟผ. วางแผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลาง ลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่าปัจจุบัน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแห่งๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ลุ่มน้ำโก-ลก ที่สถานีวัดน้ำสะพานลันตู อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีน้ำล้นตลิ่งที่บริเวณเทศบาลสุไหงโก-ลก 2.02 เมตร แนวโน้มลดลง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณชุมชนท่าประปา ชุมชนท่าโรงเลื่อย และชุมชนหัวสะพานลันตู เทศบาลเมืองโก-ลก โครงการชลประทานนราธิวาส ได้เปิดบานประตูระบายน้ำ 9 แห่ง เพื่อพร่องน้ำและขุดเปิดสันทรายบริเวณปลายคลองพรุบาเจาะสายใหญ่ เพื่อเร่งผลักดันน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็ว ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา ที่สถานีวัดน้ำคลองตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.79เมตร แนวโน้มล
