กรมชลประทาน
กรมชลประทาน เปิดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ (20 กันยายน 2566) ที่โรงแรม เดอะ ควอเตอร์ อารีย์ กรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน และกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) เป็นเจ้าภาพร่วมกันในการจัดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 ภายใต้คณะกรรมการไต้ฝุ่น ESCAP/WMO Typhoon Committee 12th Meeting of TC Working Group on Hydrology นายอดิศร จำปาทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า การจัดประชุมกลุ่มอุทกวิทยาครั้งที่ 12 ภายใต้คณะกรรมการไต้ฝุ่น ประเด็นหัวข้อที่สำคัญ “การเข้าถึงชุมชนและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย – สนับสนุนการเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกฝ่าย” จัดขึ้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกได้รับความรู้และประสบการณ์ในการนำเสนอรายงานภารกิจในการดำเนินการเพื่อป้องกันภัยพิบัติไต้ฝุ่น ตลอดจนแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุทกภัย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ในด้านอุทกวิทยาและการบริหารจัดการน้ำต่างประเทศ อันจะช่วยพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้ในการรับมือต่อการเปลี่ย
อธิบดี “ประพิศ” สั่งเฝ้าระวังรับมือฝนตกหนัก น้ำหลากในพื้นที่ภาคอีสาน อธิบดีกรมชลประทาน สั่งโครงการชลประทานภาคอีสานทุกแห่งเฝ้าระวังน้ำท่วม หลังมีฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขง รองรับฝนที่อาจจะตกลงมาเพิ่มอีกระลอกในระยะต่อไป นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ทุกแห่ง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างเข้มข้น เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด โดยให้แสตนด์บายเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที พร้อมประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ด้านเทศบาลนครขอนแก่น ที่เกิดน้ำท่วมขังหลังมีฝนตกหนัก โครงการชลประทานขอนแก่น ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่นแล้ว แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ VDO conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 สำนักเครื่องจักรกล ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะส่วนกลาง(swoc) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(ร้อยเอกธรรมนัส พหรมเผ่า) ที่มีความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสาน นั้น กรมชลประทาน ได้ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกมิติ พบว่าพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกอย่างเนื่อง อาทิ บริเวณลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร ลุ่มน้ำชี-มูลตอนกลางและตอนล่าง จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคอีสาน เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการจัดจราจรทางน้ำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้การระบายน้ำทำได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล แม้ว่าจะยังไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง แต่ได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องส
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่หลายจังหวัดของทางภาคอีสานมีฝนตกสะสมต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะพื้นที่อีสานตอนกลาง มีปริมาณน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย จึงได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อาทิ ที่จังหวัดขอนแก่น ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ บริเวณเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด ถนนหาชานนท์ และหน้าหมู่บ้านสินธารา บ้านโจด ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ บรรจุกระสอบทรายวางเสริมแนวตลิ่งบริเวณประตูระบายน้ำบ้านบาก ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันเหตุการณ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและจัดเวรยามติดตามสถานการณ์น้ำตลอดแนวพนังกั้นน้ำยัง ตลอด 24 ชั่วโมง และที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เตรียมพร้อมเครื่อ
วันนี้ (8 ก.ย.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายจรัญ คำเงิน รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 6 และผู้เกี่ยวข้อง รายงานสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่และแผนการรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง (เอลนีโญ) ณ เขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ปัจจุบัน (6 ก.ย. 66) มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 296 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 16% ของความจุอ่างฯ ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปี 2565 เนื่องจากปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยมากถึง 39% กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น วางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างรัดกุม คาดการณ์
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (6 กันยายน 2566 ) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,646 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 6,450 ล้านลูกบาศก์เมตร เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,188 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว 3,342 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เร่งเก็บกักน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ได้ม
วันนี้ (3ก.ย.66) ณ ห้องประชุมจังหวัดนครสวรรค์ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายฉัตรชัย ทองปอนด์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และ 3 มาตรการรับมือเอลนีโญ ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(2ก.ย.66) 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 10,126 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การรวมกัน 3,430 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนไปแล้ว 5,644 ล้าน ลบ.ม
วันนี้ (28 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ(กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (28 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,949 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,388 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,172 ล้าน ลบ.ม.
วันนี้ (21 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (21 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,789 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,548 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,258 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41
วันนี้ (15 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (15 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,574 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,763 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,293 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 4
