กรมชลประทาน
พิษณุโลก 4 สิงหาคม 2566 – กรมชลประทาน จัดงานแถลงข่าว “ความก้าวหน้าโครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม จังหวัดพิษณุโลก” โดยมี นายสิริพล รักษนาเวศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางให้เกียรติเป็นประธาน และลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ เผยความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำหรับประตูระบายน้ำ (ปตร.) ท่านางงาม เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในเขตจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำในลุ่มน้ำยมตอนล่างรวม 4 แห่ง ได้แก่ ปตร.ท่านางงาม ปตร.ท่าแห ปตร.วังจิก และปตร.โพธิ์ประทับช้าง ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง บรรเทาความเดือดร้อนทั้งปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายสิริพล รักษนาเวศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กล่าวว่า “เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าว การพัฒนาแหล่งน้ำจึงเป็นปัจจัยหลักในการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ณ บริเวณหน้าวัดเปรมประชากร ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนี้ (26 ก.ค. 66) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะจิตอาสากว่า 700 คน เข้าร่วมกิจกรรม นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เป็นการร่วมทำความดีประกอบกิจกรรมสาธาร
วันนี้ (17 ก.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (17 ก.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 38,151 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 38,186 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 9,962 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่
อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้ระดมรถบรรทุกน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนในเขตจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพรอย่างต่อเนื่อง หลังสวนทุเรียนหลายแห่งกำลังประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ เหตุจากฝนที่ตกน้อย ในขณะที่ผลผลิตทุเรียนกำลังจะออกสู่ตลาด นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ส่งผลกระทบให้สวนทุเรียนที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด หลายแห่งเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และสำนักงานชลประทานที่ 14 ระดมรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย และนำเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เข้าไปขุดลอกแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ เพื่อให้ผลผลิตทุเรียนไม่ได้รับความเสียหาย โดยที่จังหวัดชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ กรมชลประทาน ยังคงดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ได้ระดมรถบรรทุกน้ำไปแล้ว 15 คัน นำน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจา
กรมชลประทาน จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เข้าไปช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หวังบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาภัยแล้งขึ้น ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื่องจากมีปริมาณฝนที่ตกน้อย ส่งผลให้สวนทุเรียนของเกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และโครงการชลประทานชุมพร ร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2566 จังหวัดชุมพร จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนเป็นการเร่งด่วน ด้วยจัดส่งรถบรรทุกน้ำจำนวน 5 คัน เพื่อสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร นอกจากนี้ ยังได้นำรถแบคโฮ จำนวน 3 คัน พร้อมด้วยรถบรรทุก (เทรลเลอร์) เข้าไปขุดลอกแหล่งน้ำในคลองดินแดง หมู่ที่ 5 ตำบลเขาค่าย และขุดลอกแหล่งน้ำในคลองสวีหนุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค่าย เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ ทั้งนี้ ยังได้วางแผนที่จะสนับสนุน เครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภา
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนภาคใต้แล้ว โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในเขตสำนักงานชลประทานที่ 17 (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำหลาก ตามแผนรับมืออุทกภัยปี 2565 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ กอนช. โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ การกำหนดตัวบุคคลรับผิดชอบ กำหนดพื้นที่เสี่ยง รวม 32 แห่ง การตรวจสอบอาคารชลประทานในพื้นที่รับผิดชอบให้มีสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงการนำมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลาก จาก 13 มาตรการ สู่ 4 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ระบบชลประทานเร่งระบาย และ Stand by เครื่องมือเครื่องจักร มาใช้เพื่อเตรียมสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน ปัจจุบันโครงการชลประทานในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมความพร้อม ดังนี้ # โครงการชลประทานปัตตานี ได้จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อใช้ในการปิดท่อระบายน้ำ ณ บริเวณเขื่อนกันตลิ่ง จำนวน 100 กระสอบ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ณ บริเวณมัสยิด
“ไม่ต้องไปซื้อน้ำ หรือ เจาะบ่อบาดาล ได้ประโยชน์เยอะชาวบ้านมีน้ำใช้พอเพียง มีทางสัญจรไม่ต้องลงหุบเหวที่ชันเหมือนเช่นเมื่อก่อน หลังจากที่พระองค์ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็มีแหล่งเก็บน้ำ มีทางเข้าออกสะดวกสบายดีกว่าเมื่อก่อน” นายไกรสิทธิ กาญจนโกศล ราษฎรบ้านไทรนองหมู่ที่ 15 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี บอกกับผู้ที่เดินทางเข้าชมสวนทุเรียนที่กำลังให้ผลผลิตอย่างสมบูรณ์ พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 50 ไร่ ปลูกทุเรียนหมอนทอง 1,200 ต้น ในปี 2565 มีค่าใช้จ่ายดูแลสวนตลอดทั้งปีประมาณ 1 ล้านบาท เป็นค่ายา ค่าปุ๋ย ค่าคนงาน ได้ผลผลิต 85 ตัน ขายได้ราคา 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในช่วงปลายฤดูราคาอยู่ที่ 90 – 100 บาทต่อกิโลกรัม ที่ผ่านมารวมขายได้ 8.5 ล้านบาท มีกำไร 7.5 ล้านบาท โดยทางล้งที่รับซื้อเพื่อส่งออกจะส่งทีมงานมาตัดทุเรียนถึงสวน ความสมบูรณ์ของทุเรียนได้มาจากมีน้ำดี น้ำสมบูรณ์ โดยได้สูบน้ำจากทำนบดินบ้านไทรนอง 2 ขึ้นมาใส่บ่อพัก พร้อมกับใส่ปุ๋ยน้ำลงไปก่อนแล้วปล่อยไปตามระบบสปริงเกอร์ทั่วทั้งสวน ทำให้ต้นทุเรียนได้น้ำและปุ๋ยที่เพียงพอ ขณะที่ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น ไม่เ
วันที่ 13 มิถุนายน 2565 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ร่วมแสดงความยินดีกับกรมชลประทาน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมชลประทานครบรอบปีที่ 120 ณ กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ ภายในงาน ได้จัดพิธีสงฆ์ นิทรรศการทางวิชาการและผลงานการดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำ เพื่อชีวิต “The Miracle of Water for Life” ในงาน “120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” กรมชลประทาน ได้ขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายองค์กรอัจฉริยะด้านน้ำ พัฒนาโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่มากกว่า 2,000 โครงการ พัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 35.04 ล้านไร่ สร้างประสิทธิภาพการจัดสรรน้ำ การบริการคุณภาพส่งถึงประชาชน ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ว่า ตลอดระยะเวลา 120 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทานได้พัฒนาแหล่งน้ำ
“กรมชลประทาน” เร่งเครื่องลงมือขุดลอกแก้มลิงทุ่งหินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถรับน้ำปริมาณได้มากขึ้น โดยระยะแรกมีปริมาณดินขุด 932,221 ลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565 ชี้หากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยลดและบรรเทาปัญหาการเกิดอุทกภัยให้ประชาชนในพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ พื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,000ไร่ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน เพื่อที่จะได้กักเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้การดำเนินการเป็นนโยบายสำคัญของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ที่ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการพัฒนาโครงการแก้มสิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำแล้งและอุทกภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม โดยการดำเนินการในระยะแรกมีปริมาณดินขุด 932,221 ลูกบาศก์เมตร ได้วางเป้าหมายแล้วเสร็
กรมชลประทานระดมทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย 65พร้อมสั่งการเกาะติดสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมมั่นตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศประสานงานและตรวจสอบพื้นที่ที่มีการปรับปรุงอาคารชลประทานและทางน้ำที่อาจจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อให้สอดคล้อง 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 รวมไปถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม อีกทั้งยังต้องเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ ติดตาม วิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ แม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ขณะเดียวกันยังได้ให้สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่ ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร เครื่องมือได้อย่างเต็
