กรมชลประทาน
วันนี้ (3ก.ย.66) ณ ห้องประชุมจังหวัดนครสวรรค์ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายฉัตรชัย ทองปอนด์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และ 3 มาตรการรับมือเอลนีโญ ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(2ก.ย.66) 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 10,126 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การรวมกัน 3,430 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนไปแล้ว 5,644 ล้าน ลบ.ม
วันนี้ (28 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ(กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (28 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,949 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,388 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,172 ล้าน ลบ.ม.
วันนี้ (21 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (21 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,789 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,548 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,258 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41
วันนี้ (15 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (15 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,574 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,763 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,293 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 4
พิษณุโลก 4 สิงหาคม 2566 – กรมชลประทาน จัดงานแถลงข่าว “ความก้าวหน้าโครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม จังหวัดพิษณุโลก” โดยมี นายสิริพล รักษนาเวศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางให้เกียรติเป็นประธาน และลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ เผยความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำหรับประตูระบายน้ำ (ปตร.) ท่านางงาม เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในเขตจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำในลุ่มน้ำยมตอนล่างรวม 4 แห่ง ได้แก่ ปตร.ท่านางงาม ปตร.ท่าแห ปตร.วังจิก และปตร.โพธิ์ประทับช้าง ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง บรรเทาความเดือดร้อนทั้งปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายสิริพล รักษนาเวศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กล่าวว่า “เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าว การพัฒนาแหล่งน้ำจึงเป็นปัจจัยหลักในการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ณ บริเวณหน้าวัดเปรมประชากร ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนี้ (26 ก.ค. 66) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะจิตอาสากว่า 700 คน เข้าร่วมกิจกรรม นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณคลองเปรมประชากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เป็นการร่วมทำความดีประกอบกิจกรรมสาธาร
วันนี้ (17 ก.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (17 ก.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 38,151 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 38,186 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 9,962 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่
อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้ระดมรถบรรทุกน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนในเขตจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพรอย่างต่อเนื่อง หลังสวนทุเรียนหลายแห่งกำลังประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ เหตุจากฝนที่ตกน้อย ในขณะที่ผลผลิตทุเรียนกำลังจะออกสู่ตลาด นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ส่งผลกระทบให้สวนทุเรียนที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด หลายแห่งเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และสำนักงานชลประทานที่ 14 ระดมรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย และนำเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เข้าไปขุดลอกแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ เพื่อให้ผลผลิตทุเรียนไม่ได้รับความเสียหาย โดยที่จังหวัดชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ กรมชลประทาน ยังคงดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ได้ระดมรถบรรทุกน้ำไปแล้ว 15 คัน นำน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจา
กรมชลประทาน จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เข้าไปช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หวังบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาภัยแล้งขึ้น ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื่องจากมีปริมาณฝนที่ตกน้อย ส่งผลให้สวนทุเรียนของเกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และโครงการชลประทานชุมพร ร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2566 จังหวัดชุมพร จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนเป็นการเร่งด่วน ด้วยจัดส่งรถบรรทุกน้ำจำนวน 5 คัน เพื่อสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร นอกจากนี้ ยังได้นำรถแบคโฮ จำนวน 3 คัน พร้อมด้วยรถบรรทุก (เทรลเลอร์) เข้าไปขุดลอกแหล่งน้ำในคลองดินแดง หมู่ที่ 5 ตำบลเขาค่าย และขุดลอกแหล่งน้ำในคลองสวีหนุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค่าย เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ ทั้งนี้ ยังได้วางแผนที่จะสนับสนุน เครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภา
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนภาคใต้แล้ว โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในเขตสำนักงานชลประทานที่ 17 (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำหลาก ตามแผนรับมืออุทกภัยปี 2565 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ กอนช. โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ การกำหนดตัวบุคคลรับผิดชอบ กำหนดพื้นที่เสี่ยง รวม 32 แห่ง การตรวจสอบอาคารชลประทานในพื้นที่รับผิดชอบให้มีสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงการนำมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลาก จาก 13 มาตรการ สู่ 4 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ระบบชลประทานเร่งระบาย และ Stand by เครื่องมือเครื่องจักร มาใช้เพื่อเตรียมสถานการณ์ในช่วงฤดูฝน ปัจจุบันโครงการชลประทานในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมความพร้อม ดังนี้ # โครงการชลประทานปัตตานี ได้จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อใช้ในการปิดท่อระบายน้ำ ณ บริเวณเขื่อนกันตลิ่ง จำนวน 100 กระสอบ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ณ บริเวณมัสยิด
