กรมชลประทาน
“ไม่ต้องไปซื้อน้ำ หรือ เจาะบ่อบาดาล ได้ประโยชน์เยอะชาวบ้านมีน้ำใช้พอเพียง มีทางสัญจรไม่ต้องลงหุบเหวที่ชันเหมือนเช่นเมื่อก่อน หลังจากที่พระองค์ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็มีแหล่งเก็บน้ำ มีทางเข้าออกสะดวกสบายดีกว่าเมื่อก่อน” นายไกรสิทธิ กาญจนโกศล ราษฎรบ้านไทรนองหมู่ที่ 15 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี บอกกับผู้ที่เดินทางเข้าชมสวนทุเรียนที่กำลังให้ผลผลิตอย่างสมบูรณ์ พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 50 ไร่ ปลูกทุเรียนหมอนทอง 1,200 ต้น ในปี 2565 มีค่าใช้จ่ายดูแลสวนตลอดทั้งปีประมาณ 1 ล้านบาท เป็นค่ายา ค่าปุ๋ย ค่าคนงาน ได้ผลผลิต 85 ตัน ขายได้ราคา 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในช่วงปลายฤดูราคาอยู่ที่ 90 – 100 บาทต่อกิโลกรัม ที่ผ่านมารวมขายได้ 8.5 ล้านบาท มีกำไร 7.5 ล้านบาท โดยทางล้งที่รับซื้อเพื่อส่งออกจะส่งทีมงานมาตัดทุเรียนถึงสวน ความสมบูรณ์ของทุเรียนได้มาจากมีน้ำดี น้ำสมบูรณ์ โดยได้สูบน้ำจากทำนบดินบ้านไทรนอง 2 ขึ้นมาใส่บ่อพัก พร้อมกับใส่ปุ๋ยน้ำลงไปก่อนแล้วปล่อยไปตามระบบสปริงเกอร์ทั่วทั้งสวน ทำให้ต้นทุเรียนได้น้ำและปุ๋ยที่เพียงพอ ขณะที่ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น ไม่เ
วันที่ 13 มิถุนายน 2565 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ร่วมแสดงความยินดีกับกรมชลประทาน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมชลประทานครบรอบปีที่ 120 ณ กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ ภายในงาน ได้จัดพิธีสงฆ์ นิทรรศการทางวิชาการและผลงานการดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำ เพื่อชีวิต “The Miracle of Water for Life” ในงาน “120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” กรมชลประทาน ได้ขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายองค์กรอัจฉริยะด้านน้ำ พัฒนาโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่มากกว่า 2,000 โครงการ พัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 35.04 ล้านไร่ สร้างประสิทธิภาพการจัดสรรน้ำ การบริการคุณภาพส่งถึงประชาชน ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ว่า ตลอดระยะเวลา 120 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทานได้พัฒนาแหล่งน้ำ
“กรมชลประทาน” เร่งเครื่องลงมือขุดลอกแก้มลิงทุ่งหินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถรับน้ำปริมาณได้มากขึ้น โดยระยะแรกมีปริมาณดินขุด 932,221 ลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565 ชี้หากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยลดและบรรเทาปัญหาการเกิดอุทกภัยให้ประชาชนในพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ พื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,000ไร่ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงทุ่งหิน เพื่อที่จะได้กักเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้การดำเนินการเป็นนโยบายสำคัญของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ที่ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการพัฒนาโครงการแก้มสิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำแล้งและอุทกภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม โดยการดำเนินการในระยะแรกมีปริมาณดินขุด 932,221 ลูกบาศก์เมตร ได้วางเป้าหมายแล้วเสร็
กรมชลประทานระดมทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย 65พร้อมสั่งการเกาะติดสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมมั่นตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศประสานงานและตรวจสอบพื้นที่ที่มีการปรับปรุงอาคารชลประทานและทางน้ำที่อาจจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อให้สอดคล้อง 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 รวมไปถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม อีกทั้งยังต้องเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ ติดตาม วิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ แม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ขณะเดียวกันยังได้ให้สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่ ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร เครื่องมือได้อย่างเต็
กรมชลเอาอยู่บริหารน้ำใกล้เคียงแผนบริหารจัดการน้ำ เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ บำรุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือ-ย้ำสำนักชลประทานทั่วประเทศปฏิบัติตาม13มาตรการรับมือฝน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ล่าสุด 30 เม.ย. 2565 ปริมาณน้ำในอ่างขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณ 20,068 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้านลบ.ม.) หรือ 38% ของความจุอ่าง จากปริมาณน้ำต้นทุนเมื่อ 1 พ.ย.2564 มีปริมาณ 37,857 ล้านลบ.ม.มีการจัดสรรน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งในกิจกรรมต่างๆ ปริมาณ 22,998 ล้านลบ.ม. หรือ เกินแผนประมาณ 3% จากแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งปีเพาะปลูก 2564/65 เริ่ม 1 พ.ย. 2564 กำหนดปริมาณน้ำใช้การได้ในฤดูแล้ง 22,280 ล้านลบ.ม. ทั้งนี้ ในแต่ละปีกรมชลประทาน มีการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เหมาะสมกับการวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน แต่ในปีนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ประชาชนกลับภูมิลำเนาและทำอาชีพเกษตรเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการปลูกข้าวนาปรังในปีนี้ที่เกินแผนส่งเสริมเท่าตัว แต่ท
กรมชลคิดสารละลาย สวพ.62-RID No.1กำจัดผักตบชวา ต้นทุนต่ำไร้สารตกค้างขจัดปัญหาขาดแคลนแรงงานคน”อบต.-เทศบาล”สนใจแห่ขอใช้ก่อนน้ำหลาก นางธัญลักษณ์ แต่บรรพกุล หัวหน้าฝ่ายวัชพืช ส่วนวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของผักตบชวา (Eichhornia crassipes) สร้างปัญหาในระบบชลประทานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ การกีดขวางการไหลของน้ำ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ลดอัตราการไหลของกระแสน้ำทำให้เกษตรกรได้รับน้ำไม่ทั่วถึง อ่างเก็บน้ำตื้นเขินจุน้ำได้น้อยลง เป็นต้นทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในแหล่งน้ำ ที่กระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทาน โดยเฉพาะในฤดูน้ำหลาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกัน กำจัดผักตบชวา ที่ในแต่ละปีมีการระบาดอย่างรวดเร็วมากกว่า 10 ล้านตัน ในแหล่งน้ำทั่วประทศ ที่อาจจะกีดขวางทางน้ำ กรมชลประทานจึงได้คิดค้นหาวิธีการที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม เพื่อจำกัดผักตบชวาด้วยการใช้น้ำมันสกัดจากพืชตระกูลยูคาลิปตัส (1,8 -Cineole) ผสมสารกลุ่มฮอร์โมนพ
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานร่วมกับกรมการข้าว และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ร่วมวิจัยและพัฒนาเครื่องวัดระดับน้ำในนาข้าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำแก่พื้นที่เกษตรของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดปริมาณการสูญเสียน้ำ เบื้องต้นลดการใช้น้ำลง 30-50% เมื่อเทียบกับการทำนาน้ำขังแบบเดิม โดยการศึกษามุ่งเน้นศึกษาและวิจัยในแปลงนาข้าว เพราะทำนาเป็นกิจกรรมการเกษตรที่ใช้น้ำค่อนข้างมาก“สภาพอากาศที่ผันผวนเกิดความไม่แน่นอน ของสภาวะของสภาพอากาศทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง มีผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนน้ำของกรมชลประทาน กรมชลประทานจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทำนา ช่วยเหลือชาวนา เพื่อลดปริมาณการสูญเสียน้ำในการทำนา ล่าสุดได้เริ่มวิจัยในแปลงนาของกรมการข้าวแล้ว การทำนาด้วยตัวช่วยอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวเพื่อเปลี่ยนการทำนาแบบดั้งเดิมเป็นการทำนาแบบแม่นยำ ประหยัดน้ำได้ 30-50% จากการทำนาในอดีตใช้น้ำประมาณ 1,200-1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่”นายชวกร ริ้วตระกูลไพบูลย์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาวิศกรรมการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน กล่าวว่
“บิ๊กป้อม” จี้ทุกหน่วยงานเร่งรัดแผนระยะเร่งด่วนสกัดน้ำท่วมซ้ำนิคมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบ ขีดเส้นแล้วเสร็จภายในเมษายนนี้ พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู แบบยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง ประชุมร่วมกับ คณะทำงานบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่โดยรอบ ครั้งที่ 1/2565 ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมอุตสาหกรรมบางปูและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน และ นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและตัวแทนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมด้วย จากนั้นนายสมเกียรติและคณะ ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางแผนการระบายน้ำ ณ สถานีสูบระบายน้ำฝน ซอย 9A ซึ่งหนึ่งในจุดรับน้ำในพื้นที่นิคม ที่จะระบายลงระบบคลองภายนอก และ
กรมชลประทานขานรับข้อสั่งการ “บิ๊กป้อม” เร่งรัด 5 โครงการแก้แล้งซ้ำซาก 5 อำเภอ “พื้นที่อีสานภาคกลาง” จ.กาญจบุรี หลังรัฐบาลหวั่นปีนี้แล้งจัดขาดแคลนน้ำทั้งน้ำกินน้ำใช้ และน้ำทำการเกษตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงหน้าแล้งนายพงษ์ศักดิ์ ฤทธิสมิต ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 กล่าวว่า ปัจจุบันจ.กาญจนบุรีมีพื้นที่ภัยแล้งที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำเรียกว่า “อีสานของจังหวัดกาญจนบุรี” ครอบคลุม 5 อําเภอใน จ.กาญจนบุรี คือ อ.บ่อพลอย อ.หนองปรือ อ.ห้วยกระเจา อ.เลาขวัญและอ.พนมทวน ล่าสุด ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลางได้ลงพื้นที่เพื่อแนะนำแนวทางแก้ปัญหาและติดตามเร่งรัดโครงการต่างๆที่ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากรัฐบาลมีความเป็นห่วงพื้นที่ดังกล่าวจะขาดแคลนน้ำทั้งน้ำกินน้ำใช้ และน้ำเพื่อทำการเกษตร จึงสั่งการให้แก้ไขภัยแล้งซ้ำซากอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงหน้าแล้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าวแบบยั่งยืน กรมชลประทานได้วางแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งใ
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานพัฒนาแก้มลิง ทุ่งหิน ในพื้นที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง เป็นประธาน พร้อมด้วย นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแม่กลอง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิง ทุ่งหิน เป็นงานที่กรมชลประทาน ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การประปาส่วนภูมิภาค กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยได้มีการกำหนดแผนหลักการในการดำเนินงานพัฒนาโครงการดังกล่าวเป็น 4 ด้าน ดังนี้ การบริหารจัดการ ได้แก่ การศึกษาเบื้องต้น การสำรวจ การออกแบบ ฯลฯ การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตร การขุดลอกแก้มลิงทุ่งหิน การก่อสร้างปรับปรุงอาคารท่อรับน้ำ ฯลฯ การปรับปรุงเส้นทางน้ำเข้าโครงการฯ การก่อสร้างอาคารท่อลอดรางรถไฟ การปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่โครงการฯทั้งนี้ จากข้อสั่งการของ
