กรมประมง
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้รับมอบรางวัลสุดยอดหน่วยงานรัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ หรือที่เรียกว่า รางวัล “สำเภา – นาวาทอง” ประจำปี 2566 จำนวน 3 รางวัล จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งรางวัลที่มอบให้เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติให้หน่วยงานภาครัฐที่ปรับปรุงกระบวนงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ อย่างเห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งคณะกรรมการตัดสินได้พิจารณาว่ากรมประมงได้มีความพยายามผลักดันกระบวนงานอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเป้าหมาย ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบเพื่อปลดล็อค ช่วยลดปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของภาคธุรกิจประมงให้เร็วขึ้น (Faster) ง่ายขึ้น (Easier) ค่าใช้จ่ายที่ถูกลง (Cheaper) ทันสมัยมากขึ้น (Smarter) จนเห็นเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจประมงอย่างแท้จริง โดยรางวัล “สำเภา – นางวาทอง” ที่กรมประมงได้รับ มีจำนวน 3 รางวัล ดังนี้ • รางวัลหน่วยงานระดับกรม : ระบบตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำนำเข้า PPS (ระบบสนับสนุน ใบอนุญาตและใบรับรองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของกรมประมง (Fisheries Single Window : FSW) ระ
เก็บตกสาระดีๆ จากเวทีงานสัมมนายิ่งใหญ่แห่งปี “ไข่ผำ-จิ้งหรีด” ตัวแทนพืชและแมลง โปรตีนแห่งอนาคต ซุเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติ แหล่งอาหารชั้นดี สามารถสร้างอาชีพและทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้อย่างมหาศาล ที่จัดโดยกรมประมง และนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุม อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด . คุณเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเวทีด้วย Special Talk ในหัวข้อ “ซุปเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติ อาหารแห่งอนาคต” กล่าวว่า ประชากรเกือบ 193 ล้านคน ใน 53 ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาความไม่มั่นคง ด้านอาหารอย่างเฉียบพลัน จากภาวะสงคราม สภาวะโลกร้อน (Global Warming ) ทำให้เกิดวิกฤตอาหารโลก “อาหารแห่งอนาคต” เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างแหล่งอาหารใหม่ที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้เร็วกว่า ใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงน้อยกว่า เป็น “เทรนด์อาหาร” ของอาหารโลกที่ต่อยอดกระบวนการผลิตอาหารแบบเดิม ตอบโจทย์การลดสภาวะโลกร้อนไปพร้อมกับสร้างระบบอาหารที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการสูง เปิดโอกาสแตะเงินล้านธุรกิจอาหารแห่งอนาคต(Future Food) ที่ดีต่อใจ – ดีต่อสุขภาพ – ดีต่อโลก
กรมประมง…เร่งยกระดับผลผลิต “ปลาสลิด” ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจของไทยให้คงไว้ซึ่งคุณภาพ โดยวางแนวทางในการบริหารจัดการพันธุกรรม เพื่อประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการอนุรักษ์สายพันธุ์พื้นเมืองตามหลักพันธุศาสตร์ เพื่อฟื้นฟูประชากรปลาสลิดในธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาสลิด” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichopodus pectoralis Regan, 1910 เป็นปลาน้ำจืดพื้นถิ่นของไทย พบแหล่งอาศัยแพร่กระจายทั่วประเทศ โดยมีแหล่งเพาะเลี้ยงสำคัญอยู่ที่ราบลุ่มทางภาคกลาง ปลาสลิดเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยส่วนใหญ่มักจะถูกแปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาเค็ม และปลาแดดเดียว จำหน่ายในราคาสูงถึง 160-350 บาท/กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปเป็นปลาสลิดไร้ก้างพร้อมรับประทานราคาสูง ซึ่งนับว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปลาน้ำจืดชนิดอื่น โดยจากข้อมูลผลผลิตสัตว์น้ำจืดของกรมประมง ในปี พ.ศ. 2565 ไทยมีผลผลิตปลาสลิดถึง 9,550 ตัน คิดเป็นมูลค่า 621.480 ล้านบาท แต่ด้วยการเลี้ยงปลาสลิดที
แม็คโครตอกย้ำนโยบายเคียงข้างเกษตรกรไทย เดินหน้าสนับสนุนการกระจายสินค้าสู่ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้ารับซื้อปลากะพงทั่วไทยปีนี้รวมกว่า 3,600,000 กิโลกรัม ล่าสุดรับซื้อปลากะพงกว่า 30,000 กิโลกรัมจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเทพา และอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เริ่มจำหน่ายที่แม็คโคร 19 สาขาทั่วภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนตุลาคม 2566 พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเลี้ยงปลา คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตถึงมือผู้ประกอบการและผู้บริโภค บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา วางแผนรับซื้อปลากะพงกว่า 30,000 กิโลกรัม จากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่อำเภอเทพา และอำเภอจะนะ เพื่อแก้ปัญหาราคาปลากะพงตกต่ำ โดยจำหน่ายผ่านแม็คโคร 19 สาขาทั่วภาคใต้ นำร่อง 3 สาขาแรก ได้แก่ หาดใหญ่ พัทลุง และสตูล ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร และสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านนางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเกิดจากการที่สำนักงานพาณิชย์จ
วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง กรุงเทพฯ กรมประมง โดย นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดย นายสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมลงนามในสัญญาให้บริการ “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” มุ่งเน้นการจัดการพลังงานด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาพรวมของประเทศ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีนโยบายในการจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยการนำพลังงานทดแทนไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากเป็นพลังงานธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิมได้อย่างไม่จำกัดและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กรมประมงจึงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินงาน “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 20 ปี และมีวั
นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากแนวโน้มราคากุ้งขาวแวนนาไมที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นกังวล และตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มาของการเกิดสถานการณ์ดังกล่าวไปหลากหลายแง่มุม ดังนั้น เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้น กรมประมงจึงขอแจงรายละเอียดข้อเท็จจริง ดังนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของ ปี 2566 ประเทศไทยมีผลผลิตกุ้งทะเล (กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งกุลาดำ) จากการเพาะเลี้ยง ปริมาณรวมทั้งสิ้น 100,600.45 ตัน โดยปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.18 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยจากข้อมูล ปี 2560 – 2565 พบว่า ประเทศไทยจะมีผลผลิตกุ้งทะเลออกสู่ตลาดสูงในช่วงเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน โดยราคากุ้งจะตกต่ำ 2 ช่วง ในรอบปี คือ ช่วงเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม และช่วงเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม นอกจากนี้ จากสถานการณ์การผลิตและราคากุ้งโลกในช่วงครึ่งปี 2566 พบว่า การผลิตกุ้งของประเทศเอกวาดอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกุ้งหลักของโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะผลผลิตกุ้งมากเกินความต้อง
กรมประมง…เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนภาคการประมงของไทยเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงของอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ ภายใต้ความยั่งยืนของทรัพยากรประมง ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและฟื้นฟูทรัพยากรประมง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำ โดยมีนโยบายในการจัดตั้ง “ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ กรมประมง” สำหรับฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างองค์ความรู้ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าประมงและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันสำหรับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง ตลอดจนผู้ประกอบการต่อเนื่องในอุตสาหกรรมประมง นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ขนาด 440 ตารางเมตร พร้อมไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การแปรรูปที่ทันสมัย เหมาะสำหรับชาวประมง เกษตรกรรายย่อย วิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลาง และมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอ
ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน Fisherman Shop Festival ณ โซนสันทนาการ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน โดยกรมประมงได้จัดงาน Fisherman Shop Festival ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมยกทัพขบวนสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงจากพี่น้องเกษตรกรชาวประมงทั่วประเทศ มากกว่า 30 ร้านค้า ซึ่งการันตีคุณภาพด้วยตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียวมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคร่วมช้อป ชิม ชม อย่างจุใจ ในระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤษภาคม 2566 นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมง ได้สนองนโยบายการตลาดนำการผลิต เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง และเกษตรกร ในการกระจายสินค้าประมงคุณภาพสู่ผู้บริโภค โดยการจัดตั้งร้านค้า Fisherman Shop ซึ่งปัจจุบันสามารถขยายสาขาได้กว่า 121 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเท
กรมประมง…เดินแผนเร่งปั้นผลผลิตลูกพันธุ์ “ปลาบู่” ฟื้นฟูทดแทนการจับจากธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรไทยได้นำไปเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ สร้างโอกาสเพื่อรองรับการขยายฐานตลาดเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางการแข่งขันให้กับสินค้าสัตว์น้ำไทย นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีนโยบายให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูและทดแทนการจับจากธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบางชนิดมีปริมาณลดน้อยลง โดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการเพาะเลี้ยงทั้งด้านการผลิต การแปรรูป รวมถึงเปิดช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้เกษตรกรไทยสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ปลาบู่ หรือบู่ทราย บู่จาก บู่ทอง บู่เอื้อย บู่สิงโต มีชื่อสามัญว่า Sand Goby, Marbled Sleepy Gobyพบการอาศัยได้ในบริเวณพื้นที่น้ำจืดและน้ำกร่อยเล็กน้อยในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะมลายู ได้แก่ บอร์เนียว เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน และไทย ปัจจุบันจ
วช. หนุนทีมวิจัย ม.บูรพา พัฒนาคลังข้อมูลดีเอ็นเอบาร์โค้ดของปลาฉลาม-ปลากระเบนในประเทศไทย และพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคุมการค้าปลาฉลามได้อย่างเหมาะสม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา ในการพัฒนาคลังข้อมูลดีเอ็นเอบาร์โค้ดของปลาฉลามและกระเบนในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ข้อมูลดีเอ็นเอใช้จำแนกชนิดฉลามและกระเบนร่วมกับสัณฐาน ช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ในหลายระดับ ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปจากฉลามและกระเบน ที่มีการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ครีบปลาฉลามตากแห้ง ครีบปลาฉลามบรรจุกระป๋อง อาหารที่ทำจากชิ้นส่วนของปลาฉลามหรือกระเบน ซึ่งข้อมูลพันธุกรรมจะถูกนำมาช่วยระบุชนิดของปลาฉลาม-กระเบนที่เป็นชนิดคุ้มครองและหายาก ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละเมิดกฎหมายได้ และทำให้ผู้ผลิตมีความระมัดระวังในการใช้วัตถุดิบด้วย ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยา
