กรมประมง
วันพุธที่ 8 มีนาคม 2566 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคาร Admin สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กรมประมง ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพัฒนาด้านการประมง” เพื่อร่วมพัฒนาการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ขับเคลื่อนภาคการประมงไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และศาสตราจารย์(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้ลงนามฯ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ล้วนแต่ส่งผลทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น กรมประมงได้ให้ความสำคัญกับการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเก
กรมประมง จับมือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU ยกระดับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กรมประมง ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพัฒนาด้านการประมง” เพื่อร่วมพัฒนาการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ขับเคลื่อนภาคการประมงไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และศาสตราจารย์(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้ลงนามฯ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ล้วนแต่ส่งผลทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตท
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้รับเกียรติร่วมกับ TBTI และ INFOFISH เป็นเจ้าภาพจัดพิธีปิดงานเฉลิมฉลองปีสากลแห่งการทำประมงพื้นบ้านและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อย ปี พ.ศ. 2565 แห่งภูมิภาคเอเชีย (IYAFA 2022 Closing Ceremony for Asia) ภายใต้ธีม “ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการสนับสนุนการทำประมงพื้นบ้านและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อย” (Towards a new era of support for small-scale fisheries and aquaculture in Asia) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ณ กรมประมง และในรูปแบบออนไลน์ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการประมงพื้นบ้าน ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีการดำเนินการ 3 แนวทาง คือ ด้านการพัฒนาอาชีพ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมง และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับงาน IYAFA 2022 Closing Ceremony for Asia ในครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 กรมปร
กรมประมงพัฒนาสายพันธุ์ปลาการ์ตูนใช้เทคนิคผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์เพาะ“ปลาการ์ตูนโกลด์ครอสทันเดอร์” เล็งกระตุ้นตลาดปลาสวยงามไทย สร้างความหลากหลายด้วยลวดลายแปลกใหม่ให้เหล่านักเลงปลาตู้ได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากนโยบายของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้กรมประมงพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกทั้งในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และโครงการสำคัญภายใต้นโยบายพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมต่อเนื่องพ.ศ. 2564 -2570 เนื่องด้วยสัตว์น้ำสวยงามเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มการขยายตัวของตลาดอย่างรวดเร็วอีกทั้งช่องทางการตลาดที่ไม่มีความยุ่งยาก ตลอดจนเกษตรกรไทยมีศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำสวยงามที่โดดเด่น แปลกใหม่และมีคุณภาพมาตรฐานตามที่ผู้ซื้อต้องการ ทางกรมประมงได้กำหนดแผนส่งเสริมศักยภาพการผลิตของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านการเพาะเลี้ยง เพื่อมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
กรมประมงจับมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม “นวัตกรรมยกระดับการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง” พร้อมแนะนำไอเดียสร้างอาชีพ เสริมรายได้ให้กับประชาชนผู้ที่สนใจ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและการแปรรูปสัตว์น้ำ ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 11 กุมภาพันธ์ 2566 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงร่วมกับคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ คณะทำงานโครงการนวัตกรรมยกระดับการผลิตและคุณภาพด้านการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดกิจกรรม “นวัตกรรมยกระดับการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง” ซึ่งจัดขึ้นภายในงานเกษตรแฟร์ ระหว่างวันที่ 3 – 11 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยกิจกรรมที่กรมประมงได้จัดขึ้นนั้นประกอบด้วย 2 โซน ได้แก่
“ได้ไปที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ ซึ่งมีสถานีประมงที่คลองวาฬเขาเลี้ยงปลาที่เป็นปลาทะเล เรียกว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เขาจับปลานวลจันทร์เล็กๆ ที่อยู่ในทะเลเอามาขาย และสำหรับเลี้ยงในบ่อ ซึ่งถ้าเลี้ยงในบ่อน้ำมันจืดลง ปลานวลจันทร์ทะเลนั้นก็เติบโตได้ เป็นอันว่าจะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้าน ไปซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อ เราซื้อให้ไป ซื้อเอามาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ และเมื่อปล่อยแล้วมันก็เติบโต เติบโตดีปีหนึ่งมันเติบโตมาขายได้เป็นเงิน เป็นหลายแสน แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยสนใจ จึงเลิกปลานวลจันทร์ทะเลมันไม่ มันไม่เติบโต เอ้อมันไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ในอ่างมันจะแพร่พันธุ์ได้แต่ในทะเล แต่ก็ยังไงก็จับได้และขายได้ ซึ่งถ้าสมมติว่าไปซื้อมาแล้วมาปล่อยแล้วก็ดูแล และถึงเวลาก็ขาย ก็เป็นอาชีพที่ดี” พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดรวมถึงน้ำเค็ม สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างมากมาย ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เป็นที่ต้อ
วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นางสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง นำผู้สื่อข่าวไปชมการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ หรือผำ ที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เลขที่ 10 หมู่ที่ 4 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ไข่น้ำ และนำมาใช้เลี้ยงลูกปลา และปลาโตเต็มวัย เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารปลาที่ปรับราคาสูงขึ้นข้อดีของการนำไข่น้ำหรือผำไปใช้เลี้ยงปลา คือ ช่วยให้ปลาโตเร็วแข็งแรง เพราะไข่น้ำ มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 42.03 น้ำหนักแห้ง (ข้อมูลจากกลุ่มวิจัยสัตว์น้ำกรมประมง) หลังจากเพาะขยายพันธุ์ไข่น้ำได้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์วิจัยฯ ตรัง ได้แจกจ่ายไข่น้ำให้เกษตรกรฟรี เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เป็นอาหารปลาที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ โครงการนี้ ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี เพราะช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหารปลาชนิดสำเร็จรูปลงได้มาก สำหรับเทคนิคการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ (ผำ) ทำได้ง่าย มีขั้นตอนดังนี้ 1. กรณีเลี้ยงไข่น้ำในระยะยาวแบบต่อเนื่อง ควรเลี้ยงในถังซีเมนต์กลม กะละมัง บ่อพลาสติก หรือบ่อเลี้ยงปลาขน
จากความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่ประสบปัญหาด้านเงินทุนที่ไม่เพียงพอในการดำเนินกิจการ กรมประมงจึงได้มีการดำเนินงาน “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมกุ้งทะเลอย่างยั่งยืน ปี 2564” (คชก.64) ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกร โดยได้รับอนุมัติเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่กู้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลทั้งสิ้น 35 จังหวัด นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลฯ ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มีมติอนุมัติให้เพิ่ม “รูปแบบ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ขนาดเล็ก” เป็นรูปแบบกิจกรรมหลัก ภายใต้กิจกรรมที่ 1 ลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นการติดตั้งชุด Solar cell ต่อกับเครื่องเติมอากาศ เช่น เครื่องตีน้ำ ใบพัดตีน้ำ รูทโบลเวอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ แบบ 1 ชุดต่อ 1 เครื่อง ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งรูป
หอยแครง เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมูลค่าสูงของประเทศไทย แหล่งเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตำบลบางตะบูน และตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสภาพดินโคลนละเอียดปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรี จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอยแครง เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งประกอบอาชีพหลักด้วยการเก็บหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงหอยแครง สร้างรายได้ที่มีมูลค่าสูง แต่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีการปล่อยของเสียสู่อากาศและแหล่งน้ำ ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจำนวนมาก จากรายงานสถิติการเลี้ยงหอยแครงของกรมประมง ระหว่างปี 2551-2553 พบว่า มีปริมาณผลผลิตระหว่าง 4,017-5,065 ตัน แต่ในปี 2554-2555 ปริมาณผลผลิตหอยแครงลดลงเหลือเพียง 2,613-2,518 ตัน (สถิติการประมงแห่งประเทศไทย, 2557) ผลจากการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อปริมา
กรมประมงกำหนดจัดงาน “วันสถาปนากรมประมงครบรอบปีที่ 96” และ “วันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2565” โดยในโอกาสนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานการเปิดงานฯ และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำออนไลน์ จำนวนกว่า 1,200,000 ตัว ลงสู่ 4 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของไทย พร้อมมอบโล่รางวัลแก่เกษตรกรดีเด่น ข้าราชการดีเด่น และแสดงความยินดีกับกรมประมงที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 และรางวัลองค์กรเสริมสร้าง คนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน จากวุฒิสภา นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพื่อนำไปสู่ภาคการประมงของประเทศที่มีความเข้มแข็ง ผลิตสัตว์น้ำ สินค้าประมงที่ได้มาตรฐาน ป้องกันและปราบปรามการทำประมงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอาชีพประมงให้เกิดความมั่นคง และสร้างวิถีความอยู่ดีมีสุขให้แก่เกษตรกรชาวประมงและประชาชนมาโดยตลอด ถึงแม้ที่ผ่านมาการประมงของไทยต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งจากภัยธรรมชาต
