กรมประมง
“ได้ไปที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ ซึ่งมีสถานีประมงที่คลองวาฬเขาเลี้ยงปลาที่เป็นปลาทะเล เรียกว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เขาจับปลานวลจันทร์เล็กๆ ที่อยู่ในทะเลเอามาขาย และสำหรับเลี้ยงในบ่อ ซึ่งถ้าเลี้ยงในบ่อน้ำมันจืดลง ปลานวลจันทร์ทะเลนั้นก็เติบโตได้ เป็นอันว่าจะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้าน ไปซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อ เราซื้อให้ไป ซื้อเอามาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ และเมื่อปล่อยแล้วมันก็เติบโต เติบโตดีปีหนึ่งมันเติบโตมาขายได้เป็นเงิน เป็นหลายแสน แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยสนใจ จึงเลิกปลานวลจันทร์ทะเลมันไม่ มันไม่เติบโต เอ้อมันไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ในอ่างมันจะแพร่พันธุ์ได้แต่ในทะเล แต่ก็ยังไงก็จับได้และขายได้ ซึ่งถ้าสมมติว่าไปซื้อมาแล้วมาปล่อยแล้วก็ดูแล และถึงเวลาก็ขาย ก็เป็นอาชีพที่ดี” พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดรวมถึงน้ำเค็ม สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างมากมาย ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เป็นที่ต้อ
วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นางสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง นำผู้สื่อข่าวไปชมการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ หรือผำ ที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เลขที่ 10 หมู่ที่ 4 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ไข่น้ำ และนำมาใช้เลี้ยงลูกปลา และปลาโตเต็มวัย เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารปลาที่ปรับราคาสูงขึ้นข้อดีของการนำไข่น้ำหรือผำไปใช้เลี้ยงปลา คือ ช่วยให้ปลาโตเร็วแข็งแรง เพราะไข่น้ำ มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 42.03 น้ำหนักแห้ง (ข้อมูลจากกลุ่มวิจัยสัตว์น้ำกรมประมง) หลังจากเพาะขยายพันธุ์ไข่น้ำได้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์วิจัยฯ ตรัง ได้แจกจ่ายไข่น้ำให้เกษตรกรฟรี เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เป็นอาหารปลาที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ โครงการนี้ ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี เพราะช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหารปลาชนิดสำเร็จรูปลงได้มาก สำหรับเทคนิคการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ (ผำ) ทำได้ง่าย มีขั้นตอนดังนี้ 1. กรณีเลี้ยงไข่น้ำในระยะยาวแบบต่อเนื่อง ควรเลี้ยงในถังซีเมนต์กลม กะละมัง บ่อพลาสติก หรือบ่อเลี้ยงปลาขน
จากความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่ประสบปัญหาด้านเงินทุนที่ไม่เพียงพอในการดำเนินกิจการ กรมประมงจึงได้มีการดำเนินงาน “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมกุ้งทะเลอย่างยั่งยืน ปี 2564” (คชก.64) ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกร โดยได้รับอนุมัติเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่กู้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลทั้งสิ้น 35 จังหวัด นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลฯ ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มีมติอนุมัติให้เพิ่ม “รูปแบบ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ขนาดเล็ก” เป็นรูปแบบกิจกรรมหลัก ภายใต้กิจกรรมที่ 1 ลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นการติดตั้งชุด Solar cell ต่อกับเครื่องเติมอากาศ เช่น เครื่องตีน้ำ ใบพัดตีน้ำ รูทโบลเวอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ แบบ 1 ชุดต่อ 1 เครื่อง ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งรูป
หอยแครง เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมูลค่าสูงของประเทศไทย แหล่งเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตำบลบางตะบูน และตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสภาพดินโคลนละเอียดปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรี จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอยแครง เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งประกอบอาชีพหลักด้วยการเก็บหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงหอยแครง สร้างรายได้ที่มีมูลค่าสูง แต่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีการปล่อยของเสียสู่อากาศและแหล่งน้ำ ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจำนวนมาก จากรายงานสถิติการเลี้ยงหอยแครงของกรมประมง ระหว่างปี 2551-2553 พบว่า มีปริมาณผลผลิตระหว่าง 4,017-5,065 ตัน แต่ในปี 2554-2555 ปริมาณผลผลิตหอยแครงลดลงเหลือเพียง 2,613-2,518 ตัน (สถิติการประมงแห่งประเทศไทย, 2557) ผลจากการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อปริมา
กรมประมงกำหนดจัดงาน “วันสถาปนากรมประมงครบรอบปีที่ 96” และ “วันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2565” โดยในโอกาสนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานการเปิดงานฯ และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำออนไลน์ จำนวนกว่า 1,200,000 ตัว ลงสู่ 4 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของไทย พร้อมมอบโล่รางวัลแก่เกษตรกรดีเด่น ข้าราชการดีเด่น และแสดงความยินดีกับกรมประมงที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 และรางวัลองค์กรเสริมสร้าง คนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน จากวุฒิสภา นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพื่อนำไปสู่ภาคการประมงของประเทศที่มีความเข้มแข็ง ผลิตสัตว์น้ำ สินค้าประมงที่ได้มาตรฐาน ป้องกันและปราบปรามการทำประมงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอาชีพประมงให้เกิดความมั่นคง และสร้างวิถีความอยู่ดีมีสุขให้แก่เกษตรกรชาวประมงและประชาชนมาโดยตลอด ถึงแม้ที่ผ่านมาการประมงของไทยต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งจากภัยธรรมชาต
กรมประมง…ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ในการดูแลพี่น้องเกษตรกรในช่วงน้ำท่วม-น้ำหลาก เตือน!! เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำจากเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เสี่ยงกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกรควรเตรียมรับมือเฝ้าระวัง หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาด และปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งนำเรือตรวจการประมงออกให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ ประกอบกับน้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่มีปริมาณมากกว่าปกติ อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย มีความเสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ กรมประมงจึงมีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง รวมถึงพี่น้องประชาชน โดยได้มีการติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อด้านการประมงอย่างใกล้ชิด ผ่านการดำเนินงานของ “ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง” หรือ “ศปภ.ปม.” ตามนโยบา
ด้วยสภาพทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า มีความชุ่มชื้น ตลอดจนเกิดลำธารน้ำจากภูเขาน้อยใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ป่าทางธรรมชาติหลายชนิด รวมถึงเขียดแลวหรือกบภูเขาด้วย ทั้งนี้ เขียดแลว มักพบได้มากในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ส่วนบริเวณชายแดนไทย-พม่า มักพบมากในบริเวณป่าชุ่มชื้นที่มีลำธารน้ำไหล อย่างอำเภอแม่สะเรียง อำเภอปาย ขุนยวม สบเมย ในอดีตประชากรเขียดแลวมีจำนวนมากจัดเป็นอีกเมนูที่ชาวแม่ฮ่องสอนนำมาบริโภคเหมือนอาหารพื้นบ้านทั่วไป อีกทั้งยังได้รับความนิยมแพร่หลายตามร้านอาหารหลายแห่งกระทั่งจำนวนลดลงในสภาวะอันตรายถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ จนต้องมีการรณรงค์เพื่อหยุดจับเขียดแลวบริโภคกันเลย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่าจะขาดแคลนอาหาร จึงได้มีพระราชเสาวนีย์แก่กรมประมงให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรด้วยการเพิ่มประชากรเขียดแลวเพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติและเป็นอาหารของประชาชนในโครงการธนาคารอาหารชุมชน (FOOD BANK) ตามพระราชดำริ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองพระรา
กรมประมง เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกร และผู้ประกอบการ ถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีการตัดต่อพันธุกรรม (สัตว์น้ำ GMOs) หรือ “ปลาเรืองแสง” ออกสู่ตลาดปลาสวยงาม และผล กระทบที่จะเกิดขึ้นกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ จากนานาชาติ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมปลาสวยงามของไทย ที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท/ปี และผู้เพาะเลี้ยงจะมีความผิดทางกฎหมายอีกด้วย หากมีไว้ในครอบครองให้ส่งให้กรมประมงได้ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมง ทั่วประเทศ หรือ สำนักงานประมงจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานว่า ขณะนี้พบมีผู้ที่ทำการเพาะเลี้ยง “ปลาเรืองแสง” หรือ ปลาที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms : GMOs) ด้วยเทคนิคการนำยีนส์ที่ได้จากแมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลบางชนิดไปใส่ไว้ใน DNA ที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของปลา และจะสร้างโปรตีนที่มีลักษณะเด่นขึ้นมา เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงไฟ Blacklight จะทำให้ตัวปลาเรืองแสงสะท้อนขึ้นมาเกิดความแปลกตา สวยงาม
ณ แม่น้ำปราณบุรี (บริเวณที่สาธารณประโยชน์ ๒๔ ไร่) ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรมประมงจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 2 ล้านตัว ภายใต้โครงการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาด้านการประมงในแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2565 เพื่อเร่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมให้เกษตรกรชาวประมง และชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยในโอกาสนี้ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานการเปิดงาน โดยมี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นผู้กล่าวรายงานและ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า “แม่น้ำปราณบุรี” เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเป็นแหล่งก่อเกิดทรัพยากรประมงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้กรมประมงและจังหวัดประจวบคีรี
สมาคมกุ้งไทย ร้องกรมประมงเร่งออกแนวทางแก้ปัญหาโรคกุ้งอย่างเป็นรูปธรรมทั้งห่วงโซ่ ก่อนเกษตรกรถอดใจเลิกเลี้ยง มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายเพิ่มผลผลิตกุ้งให้ได้ 400,000 ตัน ภายในปี 2566 และรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้า “พรีเมี่ยม” พร้อมทวงแชมป์โลกอันดับ 1 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า สมาคมฯ มีความห่วงใยเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญปัญหาโรคกุ้งและแก้ปัญหากันมามากกว่า 10 ปี จนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ยากและท้าทายที่สุดคือการเลี้ยงกุ้งให้รอด จึงอยากเรียกร้องให้กรมประมงหาแนวทางหรือมาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเรื่องโรคในการเพาะเลี้ยง นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการนำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดีย ที่ยังมีเกษตรกรไม่ได้รับรู้ข่าวสารและมีความห่วงใย ซึ่งการนำเข้าอาจเกิดผลดีในระยะสั้น จึงขอให้กรมพิจารณาผลที่จะเกิดในระยะยาวโดยเฉพาะด้านภาพลักษณ์ของกุ้งในเวทีโลกด้านคุณภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในฐานะสินค้า “พรีเมี่ยม” รวมถึงโรคอุบัติใหม่จากการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศยังไม่สามารถบรรลุผลการแก้ปํญหาได้ และอาจจะต้องเผชิญกับโรคใหม่ “เป้าหมายการเพิ่มผลผลิต
